ต.ค. 112009
 

bibleผมชอบคำพูดของ Dr. Rick Warren ที่กล่าวว่า …

พระคัมภีร์ เป็นมาตรฐานที่ทรงสิทธิอำนาจสำหรับชีวิตของผม

เป็นเข็มทิศที่ผมพึ่งพิงได้สำหรับทิศทางชีวิตของผม

เป็นคำปรึกษาที่ผมรับฟังเพื่อตัดสินใจได้อย่างฉลาด

เป็นดัชนีชีวิตที่ผมใช้ประเมินทุก ๆ สิ่ง

…พระคัมภีร์ต้องเป็นถ้อยคำแรก และสุดท้ายในชีวิตของผมเสมอไป!”

(The Bible must become the authoritative standard for my life; the compass I rely on for a direction, the counsel I listen to for making wise decisions, and  the benchmark I use for evaluating everything. The Bible must always have the first and the last word in my life.!)

ใช่ครับ ทุกวันนี้ คนเราหัวปั่นไปหมดเพราะไม่รู้จะเชื่อใครหรือเชื่ออะไรกันแล้ว!

คนในสังคมต่างก็อ้างความถูกต้องหรือความชอบธรรม และยิ่งนานก็ยิ่งแตกต่างเป็นคนละฝ่ายกันมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ความแตกต่างในด้านทางการตีความกฎหมายที่แต่ละฝ่ายต่างก็ตีความไม่เหมือนกัน (ทั้ง ๆ ที่ล้วนเป็นนักกฎหมายกันทั้งสิ้น!)

หรือความแตกต่างในทัศนะทางการเมือง ที่แตกต่างกันคนละขั้ว ทั้ง ๆ ที่ล้วนเป็นนักวิชาการทางการเมืองด้วยกันทั้งนั้น (บางทีอยู่ในคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน ยังมองต่างกันอย่างสุดขั้ว)

หรือความแตกต่างในมุมมองเรื่องเศรษฐกิจที่แต่ละค่าย แต่ละสำนักออกมาแสดงความคิดเห็นขัดกันอย่างคนละทิศละทาง ฝ่ายหนึ่งว่าเศรษฐกิจกำลังแย่ลง อีกฝ่ายกลับบอกว่ากำลังดีขึ้น ฝ่ายหนึ่งว่า เศรษฐกิจเป็นรูปตัว “U” อีกฝ่ายว่าเป็นแบบตัว “V” อีกฝ่ายก็สำทับไปเลยว่า ต้องแบบตัว “W” อย่างแน่นอน!

หรือความแตกต่างในด้านการศึกษาที่นักการศึกษามีนานาทัศนคติที่แตกต่างกันจนระบบการศึกษาบ้านเราทุกวันนี้สับสน และถอยหลังเข้าคลองอย่างไม่น่าเชื่อ ทฤษฏีการเรียนการสอนมากมายในโรงเรียนล้วนล้มหลว เพราะนักเรียนต้องเรียนกวดวิชากันเป็นบ้าเป็นหลัง ตั้งแต่เด็กจนแก่!

ในเรื่องพฤติกรรมของเด็กนั้น ฝ่ายหนึ่งว่าต้องสร้างวินัยและลงวินัยนักเรียนด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยใช้ไม้เรียว เพื่อเด็กจะไม่เสียอย่างปัจจุบัน อีกฝ่ายก็บอกว่าไม่ได้ เพราะไปละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ของเด็กนักเรียน  เนื่องจากคนไม่ใช่วัวไม่ใช่ควายจะไปตีอย่างนั้นได้อย่างไร

ผลก็คือ เด็กไทยเวลานี้อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดหมด ทั้งด้าน I.Q, E.Q, M.Q  หรือ สารพัด Q ทั้งหลาย!

หรือแม้แต่ในเรื่องความแตกต่างในด้านสังคม ที่พวกหนึ่งก็เรียกร้องให้ยึดแนวทางสายอนุรักษ์นิยม  รณรงค์ให้รักนวลสงวนตัวของชายหญิง แต่อีกพวกก็เห็นว่าทั้งเชยและล้าสมัย โดยถือว่าเดี๋ยวนี้ต้องเสรีนิยมหรือหัวก้าวหน้า  หากครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งยังยึดวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม ก็อาจถูกอีกฝ่ายถากถางว่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีการเน้นเสรีภาพกันอย่างผิด  จนกระทั่งว่าเดี๋ยวนี้ ใครใคร่ปล่อยตัวจนตั้งท้องก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัว คนอื่นอย่ามาวิพากษ์วิจารณ์  ทำได้อย่างมากก็เพียงแค่รณรงค์แจกอุปกรณ์ป้องกันให้ก็พอแล้ว!

จึงกล่าวได้ว่า…

สังคมไทยและสังคมโลกกำลังหลงทาง เพราะว่าทุกวันนี้ บาปได้ล่อลวงจนทำให้วัฒนธรรม ประเพณี เหตุผล และอารมณ์ ความรู้สึกของเราถูกบิดเบือนไป จนกลายเป็นช่องทางในการทำตามใจบาปของคนในสังคมจนเกือบหมดสิ้นแล้ว!

เราจึงต้องเรียกหาและยึดสิ่งที่สามารถจะเป็นมาตรฐานในการดำเนินชีวิตของเราได้  และในที่สุด เราก็พบว่า

พระคัมภีร์คือพระวจนะของพระเจ้าที่พระองค์ทรงมอบให้แก่มวลมนุษยชาติ เปรียบประดุจ “คู่มือชีวิตมนุษย์” อันเป็นของขวัญแห่งความจริงที่ทรงสิทธิอำนาจและไม่แปรปรวนไปตามกระแสใด  ๆ ในโลกนี้

ดังนั้น เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตของคุณ  ขอให้คุณดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระองค์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เพราะหากกระทำดังนี้ ชีวิตของคุณก็จะดำเนินอยู่อย่างปลอดภัย  และมั่นคง ตามพระประ สงค์ของพระเจ้าเสมอไป…   ขอให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากพระคัมภีร์ เพราะ…

  • พระคัมภีร์จะก่อเกิดความเชื่อที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ใสขึ้นในใจของคุณ!
  • พระคัมภีร์จะก่อเกิดปัญญาที่ให้สติและแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างเกิดผลให้แก่คุณ!
  • พระคัมภีร์จะก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด และทัศนคติของคุณให้ไปในทางที่ดีขึ้น!
  • พระคัมภีร์จะเสริมสร้างอุปนิสัยใหม่ที่ดีงามตามพระลักษณะของพระเจ้าให้เกิดขึ้นในตัวของคุณ!
  • พระคัมภีร์จะก่อเกิดความชื่นชมยินดีให้แก่ชีวิตของคุณ แม้แต่ในยามที่คุณเผชิญกับภาวะทุกข์โศกเศร้าของชีวิต!
  • พระคัมภีร์จะนำคุณให้มีชัยชนะต่อความยากลำบากหรืออุปสรรคนานาประการในชีวิตของคุณ!
  • พระคัมภีร์จะช่วยคุณให้พิชิตการทดลองหรือการยั่วยวนใจในชีวิตที่คุณเผชิญอยู่ได้!
  • พระคัมภีร์จะช่วยคุณให้รู้จักปลดปล่อยพลังฤทธ์ของพระเจ้าออกมาผ่านการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณ!
  • พระคัมภีร์จะช่วยคุณให้ก้าวเดินเข้าสู่ประสบการณ์กับพระคริสต์เป็นส่วนตัวและเป็นส่วนรวมเมื่อศึกษาร่วมกัน!
  • พระคัมภีร์จะนำการรักษามาสู่ความสัมพันธ์ที่แตกหักหรือความเจ็บปวดในชีวิตของคุณได้อย่างเหลือเชื่อ!
  • พระคัมภีร์จะให้ความหวังแก่คุณในการมุ่งหน้าสู่อนาคตอันเป็นนิรันดรของคุณ!
  • พระคัมภีร์จะบอกวิธีและขั้นตอนของการดำเนินชีวิตในความรักอย่างมีความสุขที่เป็นพรต่อตัวของคุณเองและคนรอบข้าง!
  • พระคัมภีร์จะช่วยคุณให้รู้จักวัตถุประสงค์ในการดำเนินชีวิตของคุณตามพระประสงค์ของพระเจ้าและช่วยคุณ ในการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังในชีวิตของคุณได้อย่างถูกต้อง!  ฯลฯ

ดังนั้น พี่น้องที่รัก!  สมควรแล้วหรือยังที่คุณจะจัดเวลาและลงทุนชีวิตของคุณในการเริ่มต้นศึกษา, ใคร่ครวญ, ท่องจำ และนำพระคัมภีร์ไปประยุกต์ปฏิบัติใช้อย่างจริงจังในชีวิตของคุณ ทั้งเป็นส่วนตัวและร่วมกับผู้อื่น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!

ดีไหมครับ?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

 Posted by at 8:41 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.