ก.พ. 222014
 

ChildrenatChurch

“ถ้าคุณสร้างสาวก คุณมักจะได้คริสตจักร แต่ถ้าคุณสร้างคริสตจักร คุณมักไม่ได้สาวกมาง่าย ๆ “

(If you make disciples, you always get  the Church. But it you make a church, you rarely get disciples.)    -Mike Breen-

คริสตจักรที่มีแต่ผู้สนใจหรือผู้เชื่อเป็นสมาชิก ถือว่าไม่มั่นคง!

เพราะว่า สมาชิกเหล่านี้ไม่ใช่ฐานอันแข็งแรงพอสำหรับคริสตจักร คริสตจักรที่แข็งแรงคือ คริสตจักรที่มีพื้นฐานอันมั่นคง นั่นคือ มีสมาชิกที่เป็นสาวกแท้ขององค์พระเยซูคริสต์

นอกจากนี้คริสตจักรที่แข็งแรงยังต้องเป็นคริสตจักรที่มีรากฐานอยู่บนคำสอนอันถูกต้องของพระคริสต์ธรรมคัมภีร์

เป็นคริสตจักรที่สมาชิกที่เป็นสาวกของพระคริสต์ รู้ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ และคริสตจักรที่เข้มแข็งเช่นนี้ล่ะจะเป็นตัวเปลี่ยนแปลงสังคมและโลก!

ดุจดังคำกล่าวที่ ดร.บิล ไฮเบล ที่กล่าวว่า …

The local church is the hope of the world.”                         -Bill Hybels-

(คริสตจักรท้องถิ่นคือความหวังของโลก!)

ดังนั้น ขอให้คริสตจักรของเราไม่เพียงแต่เป็นคริสตจักรที่มีผู้สนใจ ผู้เชื่อ หรือสมาชิกที่มาโบสถ์เฉพาะแค่วันอาทิตย์ (ทั้งที่สม่ำเสมอและไม่สม่ำเสมอ) เพราะนี่เป็นแค่ภาพลวงตา!

ตราบใดที่คริสตจักรไม่ได้มีสมาชิกเป็นสาวกแท้ของพระคริสต์เป็นพื้นฐานอันเป็นองค์ประกอบสำคัญ ตราบนั้นคริสตจักรนั้นก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นความหวังของโลกนี้!

หน้าที่หลักของคริสตจักรก็คือ ต้องสร้างผู้เชื่อและสมาชิกทุกคนให้เป็นสาวกแท้ของพระคริสต์!

และสาวกแท้ทุกคนต้องมีรากฐานสำคัญในชีวิต นั่นคือ มีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องและลึกซึ้งกับพระเจ้า และกับซึ่งกันและกัน!

ดังคำกล่าวที่ว่า…

Discipleship is Relationship”  (การเป็นสาวกคือ สัมพันธภาพ)

การที่สมาชิกมาคริสตจักรบ้าง ไม่มาบ้าง หรือมาประจำ แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับกันและกันอย่างแท้จริงสม่ำเสมอ นั่นไม่ใช่คริสตจักรอย่างที่พระคริสต์ประสงค์!

คนที่เป็นสมาชิกคริสตจักรจึงต้องเป็นสาวกที่ติดตามพระคริสต์ โดยให้พระคริสต์มาก่อนสิ่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว อาชีพ หรือธุรกิจการงาน ความฝัน อุดมการณ์ ความสนุกสนาน ฐานะตำแหน่ง ทรัพย์สินเงินทอง หรือความมั่นคงใด ๆ ในชีวิต เพราะว่าหากมีสิ่งใดมาก่อนพระคริสต์ สิ่งนั้นก็คือ รูปเคารพ!

และผู้ใดมี “รูปเคารพ” ในชีวิตมาแทนที่พระคริสต์ และยังหวังว่า พระเจ้าจะทรงอวยพรเขาต่อไป ก็ต้องบอกว่า นั่น นับเป็นการหลอกลวงตัวเองอย่างน่าสงสาร!

พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ย้ำว่า ลักษณะเด่นชัดของสาวกของพระคริสต์ก็คือ การเชื่อฟังและการทำตามที่พระองค์ทรงบัญชาอย่างกระตือรือร้น ภาพที่เราเห็นชัดของการเป็นสาวกแท้ปรากฏชัดใน กิจการ บทที่ 2 ที่พรรณนาถึงเหตุการณ์ตอน

ที่ 1 คริสตจักรถือกำเนิดขึ้นพร้อมสาวกแท้

“คน​ทั้งหลาย​ที่​รับ​ถ้อยคำ​ของ​เปโตร​ก็​รับ​บัพติศมา ใน​วันนั้น​มี​คน​เข้า​เป็น​สาวก​ประมาณ​สามพัน​คน เขาทั้งหลาย​อุทิศ​ตัว​เพื่อ​ฟัง​คำสอน​ของ​บรรดา​อัครทูต​และ​ร่วม​สามัคคีธรรมรวม​ทั้ง​หัก​ขนมปัง​และ​อธิษฐาน”  (กิจการ 2:41-42)

 “คน​ทั้งหมด​ที่​เชื่อถือ​ก็​อยู่​รวมกัน และ​นำ​ทุกสิ่ง​มา​รวม​เป็น​ของ​กลาง และ​พวกเขา​ขาย​ที่ดิน​และ​ทรัพย์​สิ่งของ​มา​แบ่ง​ให้​แก่​กัน​ตาม​ความ​จำเป็น ทุกๆ วัน พวกเขา​อุทิศ​ตัว​อยู่​ด้วยกัน​ใน​พระวิหาร​และ​หัก​ขนมปัง​ตาม​บ้าน​ของ​พวกเขา รับประทาน​อาหาร​ร่วมกัน​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี​และ​จริงใจ ทั้ง​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​ได้​รับ​ความ​ชื่นชอบ​จาก​ทุก​คน องค์พระผู้เป็นเจ้า​ก็​โปรด​ให้​คน​ทั้งหลาย​ที่​กำลัง​จะ​รอด เพิ่ม​จำนวน​เข้ามา​มาก​ยิ่งขึ้น​ทุกๆ วัน”   (กิจการ 2:44-47)

ในเวลานี้ มีภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนั้นปรากฏอยู่ในคริสตจักรของคุณอยู่หรือไม่?

แล้วคุณพร้อมจะสร้างตัวเองให้เป็นหนึ่งในบรรดาสาวกอย่างที่พระคริสต์ต้องการเช่นนี้หรือไม่?

และคุณจะเริ่มต้นจากอะไรก่อน?

…ขอตอบที!

ข้อคิดปิดท้าย

                “การเป็นสาวกคือวินัยที่ต้องมีในแต่ละวัน เราต้องติดตามพระเยซูคริสต์แบบทีละก้าวและทีละวัน!”

   (Discipleship is daily discipline; we follow Jesus a step at a time, a day at a time.)   -Warren Wiersbe-

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)