มี.ค. 152014
 

รักกันและกัน

“ความรัก คือนิยามคุณลักษณะของสาวกของพระคริสต์”!

 (Love is the defining characteristic of a Disciple of Christ)   -Dieter F. Uchtdorf-

 หากมีคนถามว่า คุณลักษณะหรือลักษณะเด่นของคริสเตียนคืออะไร? คำตอบที่พึงให้กลับไปก็คือ “ความรัก!”

พระเยซูคริสต์ตรัสว่า… “เรา​ให้​บัญญัติ​ใหม่​ไว้​กับ​พวกท่าน คือ​ให้​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน เรา​รัก​พวกท่าน​มา​แล้ว​อย่างไร ท่าน​ก็​จง​รัก​กัน​และ​กัน​ด้วย​อย่าง​นั้น”  (ยอห์น 13:34)

 ดังนั้น หากผู้ใดบอกว่าตัวเขาเองเป็นคริสเตียน แต่ท่าทีท่าทาง รวมทั้งคำพูดที่กล่าวออกมาล้วนปราศจาก “ความรัก” อย่างเป็นนิสัยล่ะก็  คุณสามารถพูดได้เลยว่า คน ๆ นั้นไม่ใช่ “คริสเตียน”!

แม้ว่า ตัวเขาเองคิดว่าเขาเป็น หรือ  คนในโบสถ์คิดว่าเขาเป็น   และ คนนอกโบสถ์คิดว่าเขาเป็น  !          …แต่องค์พระเยซูคริสต์เองพระองค์ยืนยันว่า คน ๆ นั้นไม่ได้เป็น!

“ไม่​ใช่​ทุกคน​ที่​เรียก​เรา​ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า’ จะ​ได้​เข้า​ใน​แผ่นดิน​สวรรค์ แต่​ผู้​ที่​ปฏิบัติ​ตาม​พระทัย​พระบิดา​ของ​เรา ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​จึง​จะ​เข้า​ได้ เมื่อ​ถึง​วันนั้น​จะ​มี​คน​จำนวน​มาก​ร้อง​แก่​เรา​ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์​ได้​เผยพระวจนะ​ใน​พระนาม​ของ​พระองค์ และ​ได้​ขับผี​ออก​ใน​พระนาม​ของ​พระองค์ และ​ได้​ทำ​การ​แห่ง​ฤทธานุภาพ​มากมาย​ใน​พระนาม​ของ​พระองค์​ไม่​ใช่​หรือ?’ เมื่อ​นั้น​เรา​จะ​กล่าว​แก่​พวกเขา​ว่า ‘เรา​ไม่​เคย​รู้จัก​พวกเจ้า​เลย เจ้า​ผู้​ทำ​ความ​ชั่ว จง​ไป​เสีย​ให้​พ้นหน้า​เรา’” (มัทธิว 7:21-23)

 คนที่เป็นคริสเตียนคือใคร?

เขาคือคนบาปที่สำนึกตัวยอมรับว่า ตนเองเป็นคนบาป และตระหนักว่า มีโทษหนักจากการทำบาปของเขารอคอยเขาอยู่ แต่โทษนั้นหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ตัวเขาเองจะแบกรับได้ (นั่นคือ  ความตายทั้งทางกายและทางจิตวิญญาณ) แต่ด้วยความรักของพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ พระองค์ทรงส่งพระเยซูคริสต์พระบุตรลงมาในโลกด้วยจุดประสงค์ในการรับโทษไถ่บาปมนุษย์ ผ่านการยอมถูกตรึงตายบนกางเขน เพื่อช่วยมนุษย์เราให้รอด!

และผู้ใดที่สำนึกบาปกลับใจ และตั้งใจจะไม่ทำบาปเหล่านั้นอีก แต่ถ่อมใจขอรับพระคุณพระเมตตาของพระเจ้า  เขาจะได้รับความรอดพ้นจากโทษตายด้านจิตวิญญาณ ตัวของเขาจะทูลขอให้พระวิญญาณของพระเจ้า ชำระชีวิตของเขาให้บริสุทธิ์ และเปลี่ยนแปลงใหม่ เราเรียกคนประเภทนี้ว่า “คริสเตียน”

“คริสเตียน” จึงไม่ใช่คนที่หยุดอยู่กับการรับพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น แต่จิตสำนึกในพระคุณจะพลุ่งพล่านทำให้เขาเกิดใจที่พร้อมจะกระทำดีตามที่พระคริสต์ประสงค์ ปรารถนาที่จะสนองพระคุณของพระเจ้าโดยการส่งต่อความรักของพระเจ้าและข่าวประเสริฐแห่งการช่วยกู้ของพระเยซูคริสต์ไปให้แก่คนอื่น ๆ ต่อไป พร้อมกับมีชีวิตอย่างที่พระคริสต์ต้องการและมุ่งมั่นช่วยคนอื่นให้มีชีวิตอย่างนั้นด้วย เขาจะเอาชนะตนเอง และแบกกางเขนอันหนักของตนตามพระองค์ไปไม่ว่าจะไกลสักแค่ไหนก็ตาม !

เราเรียก “คริสเตียน” แบบนี้ว่า “สาวก” !   และสัญลักษณ์ของสาวกก็คือ

1. รักพระเจ้าสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง และสุดความคิด

“ พระเยซู​ทรง​ตอบ​เขา​ว่า “‘จง​รัก​องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​ใจ​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​จิต​ของ​ท่าน’ และ​ด้วย​สุด​ความ​คิด​ของ​ท่าน นั่น​แหละ​เป็น​พระบัญญัติ​ข้อ​สำคัญ​อัน​ดับ​แรก(มัทธิว 22:37-38)

 2.  รักเพื่อนบ้านทุกคนเหมือนรักตนเอง

“ข้อ​ที่​สอง​ก็​เหมือนกัน คือ ‘จง​รัก​เพื่อนบ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง’40ธรรมบัญญัติ​และ​คำ​ของ​ผู้เผยพระวจนะ​ทั้งหมด ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​พระบัญญัติ​สอง​ข้อ​นี้” (มัทธิว 22:39-40)

3.  รักพี่น้องที่ศรัทธาในพระคริสต์เช่นกัน ดุจเดียวกับที่พระคริสต์ทรงรักเรา

“ถ้า​ท่าน​รัก​กัน​และ​กัน ดังนี้​แหละ​ทุก​คน​ก็​จะ​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​สาวก​ของ​เรา” (ยอห์น 13:35)

 4.   รักกระทั่งศัตรูหรือผู้ที่เคี่ยวเข็ญเขา

“แต่​จง​รัก​ศัตรู​ของ​ท่าน​และ​ทำดี​ต่อ​เขา จง​ให้​เขา​ยืม​โดย​ไม่​หวัง​ที่​จะ​ได้​คืน แล้ว​บำเหน็จ​ของ​ท่านทั้งหลาย​จะ​มี​บริบูรณ์ แล้ว​ท่าน​จะ​เป็น​บุตร​ของ​องค์ผู้สูงสุด เพราะ​ว่า​พระองค์​ทรง​พระกรุณา​ทั้ง​ต่อ​คน​อกตัญญู​และ​คนชั่ว”   (ลูกา 6:35)

วันนี้ ขอให้คุณเป็นสาวกของพระคริสต์ที่มีสัญลักษณ์ทั้ง 4 ปรากฏ สำแดงผ่านชีวิตของคุณ ที่คนอื่นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน!

…จะดีไหมครับ?

 ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/ lifeanswer,  

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)