เม.ย. 052014
 

นิสัยเสีย

“การป้องกันนิสัยไม่ให้เสียนั้นย่อมง่ายกว่าการแก้ไขนิสัยที่เสียไปแล้ว!”

(It is easier to prevent bad habits than to break them.)

สุภาษิตโบราณมีอยู่ว่า “ป้องกันดีกว่าแก้ เพราะแย่แล้วจะแก้ไม่ทัน!”

หากคุณคิดว่าการแก้ไขเมื่อเกิดความเสียหายไปแล้ว จะเป็นเรื่องถูก ๆ หรือจะจบลงได้ง่าย ๆ  คุณคงกำลังมองโลกแบบฝันกลางวันมากเกินไปหน่อยแล้ว!

เพราะอะไรก็ตาม หากยังไม่เสีย ก็ย่อมพอจะปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าได้ แต่หากว่าเสียไปแล้วนั่นย่อมยากที่จะแก้ไขอะไรได้อีก!

หากอาหารยังไม่เสีย ก็ยังพอกินได้ แต่หากอาหารเสียไปแล้วล่ะ …ใครจะกิน?

หากความสัมพันธ์ยังไม่เสีย ก็คงพอจะรื้อฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ได้ แต่หากเสียไปแล้วล่ะ ใครจะยอมเริ่มต้นใหม่?

หากธุรกิจยังไม่เสีย(เจ๊ง) ก็เช่นกันคงจะพอปรับตัว ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้บ้าง แต่หากว่าเสีย(หรือเจ๊ง) ไปแล้ว จะทำอะไรได้อีกเล่า?

หากสุขภาพของเรายังไม่เสีย ก็คงพอจะฟื้นฟูบำบัดรักษาให้กลับมาแข็งแรงปกติได้ แต่หากสุขภาพของเราเสียไปแล้ว เราจะเอากลับคืนมาได้อย่างไร?

นิสัยก็เช่นกัน!

ตอนยังไม่เสียนั้น ยังคงป้องกันไม่ให้เสียได้ แต่หากเสียไปแล้วเราคิดหรือว่ามันจะกลับคืนมาดีได้เหมือนเดิมแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายราคาใด ๆ ในการแก้ไข!

ดังนั้น หากเป็นไปได้ ขอให้คุณจงสร้างวินัยขึ้นในชีวิตของคุณตั้งแต่เนิ่น ๆ ขอให้จำไว้เสมอว่า หากการฝึกวินัยทางกายเพื่อให้มีสุขภาพกายที่ดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็น การฝึกวินัยทางความคิดและจิตวิญญาณเพื่อให้เป็นสุขแท้ย่อมจำเป็นยิ่งกว่านั้นอีกสักเท่าใด?

คำเตือนก็คือ อย่าให้เราต้องเสียหายหรือกลายเป็นคนตายเพราะขาดวินัยในชีวิต

ดังคำเตือนในพระธรรมสุภาษิต ที่ว่า…

          “เขา​จะ​ตาย​เพราะ​ขาด​วินัย​ใน​ชีวิตและ​เพราะ​ความ​โง่​อย่างยิ่ง​ของ​เขา เขา​จึง​หลงเจิ่น​ไป”  (สุภาษิต 5:23)

แต่หากว่าวันนี้ เราได้ผ่านจุดของการป้องกันตัวเอง และกลายเป็นคนนิสัยที่ไม่ดีมาแล้ว เพราะขาดวินัยเราจะทำอะไรได้บ้างและอย่างไร? คำตอบก็คือ ขอให้นี่เป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตของเรา ในการเริ่มต้นใหม่ โดยขอให้พระเจ้าทรงช่วยสร้างชีวิตของเราขึ้นมาใหม่ เราต้องขอพระเจ้าให้เปลี่ยนเราใหม่ โดยเร็ว ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่า เราจะรักษาชีวิตใหม่นั้นอย่างสุดชีวิต และจะทำทุกวิถีทางในการป้องกันไม่ให้มันกลับไปเสียอีก

และเราจะทำเช่นนี้ได้ โดยการมอบกายใจและจิตของเราแด่พระเจ้าอย่างสิ้นเชิง!

ดังคำแนะนำของ อ.เปาโลที่ว่า…

“ดังนั้น พี่น้อง​ทั้งหลาย โดย​เห็น​แก่​ความ​เมตตากรุณา​ของ​พระเจ้า ข้าพเจ้า​จึง​วิงวอน​ท่านทั้งหลาย​ให้​ถวาย​ตัว​ของ​ท่าน​แด่​พระองค์ เพื่อ​เป็น​เครื่องบูชา​อัน​บริสุทธิ์​ที่​มี​ชีวิต และ​เป็น​ที่​พอพระทัย​พระเจ้า ซึ่ง​เป็น​การ​นมัสการ​โดย​วิญญาณจิต​ของ​ท่าน อย่า​ลอกเลียนแบบ​อย่าง​คน​ใน​ยุคนี้ แต่​จง​รับ​การ​เปลี่ยนแปลง​จิตใจ แล้ว​อุปนิสัย​ของ​ท่าน​จึง​จะ​เปลี่ยน​ใหม่ เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ทราบ​พระประสงค์​ของ​พระเจ้า จะ​ได้​รู้​ว่า​อะไร​ดี อะไร​เป็น​ที่​ชอบพระทัย และ​อะไร​ดี​ยอดเยี่ยม”  (โรม 12:1-2)

วันนี้ ถึงเวลาที่เราสมควรมารับการเปลี่ยนนิสัยของเราให้ดีขึ้น คือให้เป็นอย่างพระคริสต์ จะดีไหม?

…คุณว่าไง?

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)