เม.ย. 162014
 

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

 พระธรรม        2พงษ์กษัตริย์ 10:1-36

อ้างอิง           1พกษ.2:19;12:30;15:31;16:32;13:32;18:19;19:17;2พกษ.21:1,21,29;8:24-29;9:7-10;10:5, 11-14;11:18;13:25;2พศด.2:25;22:8

บทนำ           ความ ชั่วร้ายของผู้มีอำนาจปกครองและเกมแย่งชิงอำนาจได้ทำร้ายและเข่นฆ่าผู้ บริสุทธิ์มากมายมาตลอดประวัติศาสตร์  และประวัติศาสตร์ก็ยังคงซ้ำรอยอยู่เสมอ เพราะเเมื่อกำจัดทรราชย์หนึ่งลงไปก็มักปรากฎทรราชย์ใหม่ที่เลวร้ายมากกว่า เดิมปรากฎให้เห็นอยู่เสมอมา

บทเรียน

10:1 “อาหับ​มี​โอรส 70 องค์​ใน​กรุง​สะมาเรีย เยฮู​จึง​ทรง​พระอักษร​ส่ง​ไป​สะมาเรีย ถึง​บรรดา​ผู้​ปกครอง​เมือง​ยิสเรเอลพวก​ผู้‌้ใหญ่ และ​บรรดา​พี่เลี้ยง​ของ​โอรส​ของ​อาหับ​ว่า”

        (Now Ahab had seventy sons in Samaria. So Jehu wrote letters and sent them to Samaria, to the  rulers of the city, to the elders, and to the guardians of the sons of Ahab, saying, )

10:2 “ใน​เมื่อ​บรรดา​โอรส​ของ​นาย​ของ​พวกท่าน​อยู่​กับ​ท่าน และ​ท่าน​มี​รถรบ​กับ​ม้า และ​เมือง​ที่​มี​ป้อม และ​อาวุธ พอ​จดหมาย​นี้​มา​ถึง​ท่าน”

         (“Now then, as soon as this letter comes to you, seeing your master’s sons are with you, and there are   with you chariots and horses, fortified cities also, and weapons, )

10:3 “จง​คัด​เลือก​โอรส​นาย​ของ​ท่าน​องค์​ที่ดี​ที่สุด และ​เหมาะ​สม​ที่สุด แล้ว​ตั้ง​องค์​นั้น​ไว้​บน​บัลลังก์​ของ​พระราชบิดาและ​จง​สู้รบ​เพื่อ​ราชวงศ์​นาย​ของ​ท่าน

       (select the best and fittest of your master’s sons and set him on his father’s throne and fight for your  master’s house.” )

10:4 “แต่​พวกเขา​กลัว​มาก และ​พูด​ว่า “ดูสิ พระราชา​สอง​พระองค์​ยัง​ทรง​ต้านทาน​เยฮู​ไม่ได้ แล้ว​เรา​จะ​ต้านทาน​ได้​อย่างไร?”

        (But they were exceedingly afraid and said, “Behold, the two kings could not stand before him.    How then can we stand?” )

10:5 “ดังนั้น ​ผู้​ดูแล​พระราชวัง ผู้​ดูแล​เมือง พวก​ผู้ใหญ่​และ​พวก​พี่เลี้ยง ส่ง​สาร​ไป​ถึง​เยฮู​ว่า “พวก​ข้า​พระบาท​เป็น​ผู้​รับใช้​ของ​ฝ่า​พระบาท และ​จะ​ทำ​ทุก​อย่าง​ที่​ฝ่า​พระบาท​ตรัสสั่ง พวกข้า​พระบาท​จะ​ไม่​ตั้ง​ผู้ใด​เป็น​กษัตริย์ ขอ​ทรง​ทำ​ตาม​ที่​ทรง​       เห็น​ว่า​ดี​เถิด

  (So he who was over the palace, and he who was over the city, together with the elders and the  guardians, sent to Jehu, saying, “We are your servants, and we will do all that you tell us. We will not   make anyone king. Do whatever is good in your eyes.” )

10:6 “แล้ว​พระองค์​ทรง​พระอักษร​เป็น​ฉบับ​ที่​สอง​ถึง​พวกเขา​ว่า “พรุ่งนี้​เวลา​นี้ ถ้า​ท่าน​ทั้งหลาย​อยู่​ฝ่าย​เรา และ​พร้อม​จะ​เชื่อฟัง​เรา จง​นำ​ศีรษะ​ของ​บรรดา​โอรส​นาย​ของ​ท่าน​มา​หา​เรา​ที่​ยิสเรเอล” บรรดา​โอรส 70 องค์​ของ​พระ​ราชา​อยู่​กับ​คน‌       ใหญ่​คนโต​ใน​เมือง ผู้​ได้​ชุบเลี้ยง​พวกเขา​มา”

    (Then he wrote to them a second letter, saying, “If you are on my side, and if you are ready to obey me,  take the heads of your master’s sons and come to me at Jezreel tomorrow at this time.” Now the king’s   sons, seventy persons, were with the great men of the city, who were bringing them up. )

10:7 “ต่อ​มา​เมื่อ​จดหมาย​มา​ถึง​พวก​เขา เขา​ก็​จับ​โอรส​ของ​พระราชา​ทั้ง 70 องค์​ประหาร​เสีย แล้ว​เอา​ศีรษะ​ใส่​ตะกร้า​ส่ง​ไป​ให้​พระองค์​ที่​ยิสเรเอล”

   (And as soon as the letter came to them, they took the king’s sons and slaughtered them, seventy  persons, and put their heads in baskets and sent them to him at Jezreel. )

10:8 “เมื่อ​ผู้​สื่อสาร​มา​ทูล​พระองค์​ว่า “พวกเขา​นำ​ศีรษะ​โอรส​ของ​กษัตริย์​มา​แล้ว พ่ะย่ะค่ะ” พระองค์​ตรัส​ว่า “จง​กอง​ไว้​เป็น​ สอง​กอง​ตรง​ทางเข้า​ประตู​เมือง​จน​ถึง​รุ่งเช้า

     (When the messenger came and told him, “They have brought the heads of the king’s sons,” he said,  “Lay them in two heaps at the entrance of the gate until the morning.” )

10:9 “พอ​รุ่งเช้า​พระองค์​เสด็จ​ออก​ไป ทรง​ยืน และ​ตรัส​กับ​ประชาชน​ทั้งปวง​ว่า “ท่าน​ทั้งหลาย​เป็น​ผู้​ไร้​ความ​ผิด ส่วน​เรา​ได้​ กบฏ​ต่อ​นาย​ของ​เรา​และ​ประหาร​พระองค์​เสีย แต่​ใคร​เล่า​ที่​ฆ่า​คน​เหล่านี้?”

   (Then in the morning, when he went out, he stood and said to all the people,“You are innocent. It was I  who conspired against my master and killed him, but who struck down all these? )

10:10 “จง​ทราบ​เถิด​ว่า พระวจนะ​ของ​พระยาห์เวห์ ซึ่ง​พระยาห์เวห์​ตรัส​เกี่ยวกับ​ราชวงศ์​ของ​อาหับ​จะ​ไม่​ตก​ดิน​แต่​อย่างใด​ เลย เพราะ​พระยาห์เวห์​ทรง​ทำ​ตาม​ที่​ตรัส​ทาง​เอลียาห์​ผู้​รับใช้​ของ​ พระองค์

    (Know then that there shall fall to the earth nothing of the word of the Lord, which the Lord spoke  concerning the house of Ahab, for the Lord has done what he said by his servant Elijah.”)

10:11 “เยฮู​ทรง​ประหาร​ทุก​คน​ที่​เหลือ​อยู่​ใน​ราชวงศ์​ของ​อาหับ​ใน​เมือง​ยิสเรเอล อีก​ทั้ง​คนใหญ่​คนโต​ทุก​คน​ของ​พระองค์  สหาย​สนิท​ของ​พระองค์ และ​ปุโรหิต​ของ​พระองค์ จน​ไม่​เหลือ​รอด​ชีวิต​สัก​คน​เดียว​เลย”

     (So Jehu struck down all who remained of the house of Ahab in Jezreel, all his great men and his    close friends and his priests, until he left him none remaining.)

10:12 “แล้ว​เยฮู​ทรง​ลุกขึ้น​เสด็จ​ออก​ไป​ยัง​สะมาเรีย ใน​ระหว่าง​ทาง พระองค์​ประทับ​ที่​เบธเอเขด​หมู่บ้าน​ของ​ผู้​เลี้ยงแกะ”

     (Then he set out and went to Samaria. On the way, when he was at Beth-eked of the Shepherds,)

10:13 “เยฮู​ทรง​พบ​พระญาติ​ของ​อาหัสยาห์​พระราชา​แห่ง​ยูดาห์ และ​พระองค์​ตรัส​ถาม​ว่า “พวกท่าน​เป็น​ใคร?” พวกเขา​ทูล​ ตอบ​ว่า “พวกเรา​เป็น​ญาติ​ของ​อาหัสยาห์ และ​ลง​มา​เยี่ยม​บรรดา​โอรส​ของ​กษัตริย์​และ​ของ​พระราชชนนี

      (Jehu met the relatives of Ahaziah king of Judah, and he said, “Who are you?” And they answered,  “We are the relatives of Ahaziah, and we came down to visit the royal princes and the sons of the  queen mother.” )

10:14 “พระองค์ ​รับสั่ง​ว่า “จับ​พวกเขา​ทั้ง​เป็น” เขา​ทั้งหลาย​ก็​จับ​คน​เหล่านั้น​ทั้ง​เป็น และ​ประหาร​ทั้ง 42 คน​ที่​บ่อเบธเอเขด  ไม่​เหลือ​ไว้​สัก​คน​เดียว”

   (He said, “Take them alive.” And they took them alive and slaughtered them at the pit of Beth- eked, forty-two persons, and he spared none of them.)

10:15 “และ​เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​จาก​ที่นั่น ก็​ทรง​พบ​เยโฮนาดับ​บุตร​เรคาบ​มา​หา​พระองค์ พระองค์​ทรง​ต้อนรับ​เขา และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จิตใจ​ของ​ท่าน​ซื่อตรง​ต่อ​จิตใจ​ของ​เรา อย่าง​ที่​จิตใจ​ของ​เรา​ซื่อตรง​ต่อ​จิตใจ​ของ​ท่าน​หรือ?” เยโฮนาดับ​ทูล​ว่า   “ซื่อตรง พ่ะ​ย่ะ​ค่ะ” เยฮู​ตรัส​ว่า “ถ้า​ซื่อตรง​ก็​ยื่น​มือ​มา​ให้​เรา” เขา​จึง​ยื่น​มือ​ของ​เขา และ​เยฮู​ก็​ทรง​ดึง​เขา​ขึ้น​มา​บน​รถรบ”

    (And when he departed from there, he met Jehonadab the son of Rechab coming to meet him. And he  greeted him and said to him, “Is your heart true to my heart as mine is to yours?” And Jehonadab  answered, “It is.” Jehu said, “If it is, give me your hand.” So he gave him his hand. And Jehu took him   up with him into the chariot. )

10:16 “พระองค์​ตรัส​ว่า “มา​กับ​เรา​เถิด และ​ดู​ความ​กระตือ​รือร้น​ของ​เรา​เพื่อ​พระยาห์เวห์” พระองค์​จึง​ให้​เขา​นั่ง​รถรบ  ของ​พระองค์​ไป”

           (And he said, “Come with me, and see my zeal for the Lord.” So he had him ride in his chariot.)

10:17 “เมื่อ​มา​ถึง​สะมาเรีย พระองค์​ทรง​ประหาร​ทุก​คน​ใน​ราชวงศ์​ของ​อาหับ​ที่​เหลือ​อยู่​ใน​ สะมาเรีย​จน​หมด ตาม​พระวจนะ​ ของ​พระยาห์เวห์​ซึ่ง​ตรัส​กับ​เอลียาห์”

   (And when he came to Samaria, he struck down all who remained to Ahab in Samaria, till he had wiped  them out, according to the word of the Lord that he spoke to Elijah.)

10:18 “แล้ว​เยฮู​ทรง​เรียก​ประชุม​ประชาชน​ทั้ง​หมด และ​ตรัส​กับ​เขา​ทั้งหลาย​ว่า “อาหับ​ปรนนิบัติ​พระบาอัล​นิดหน่อยแต่​เยฮู​ จะ​ปรนนิบัติ​พระองค์​มาก​กว่า”

(Then Jehu assembled all the people and said to them, “Ahab served Baal a little, but Jehu will serve him much. )

10:19 “ฉะนั้น ​จง​เรียก​ผู้​เผย​พระวจนะ​ของ​พระบาอัล​มา​ให้​หมด ทั้ง​ผู้​นมัสการ​และ​ปุโรหิต​ทั้งหมด​ของ​พระ​บาอัล อย่า​ให้​ใคร​ ขาด​ไป​เลย เพราะ​เรา​จะ​มี​การ​ถวาย​สัตวบูชา​ครั้ง​ใหญ่​แก่​พระบาอัล ใคร​ขาด​ก็​จะ​ไม่​ให้​มี​ชีวิต​อยู่” แต่​เยฮู​ทรง​ทำ​เป็น​         อุบาย​เพื่อ​จะ​ทำลาย​ผู้​นมัสการ​พระบาอัล”

  (Now therefore call to me all the prophets of Baal, all his worshipers and all his priests. Let none be   missing, for I have a great sacrifice to offer to Baal. Whoever is missing shall not live.” But Jehu did it  with cunning in order to destroy the worshipers of Baal. )

10:20 “และ​เยฮู​ตรัส​ว่า “จง​จัด​ประชุม​เพื่อ​นมัสการ​พระบาอัล” เขา​ก็​ป่าว​ร้องเรียก​ประชุม​ดัง​กล่าว”

        (And Jehu ordered, “Sanctify a solemn assembly for Baal.” So they proclaimed it. )

10:21 “และ​เยฮู​ทรง​ส่ง​ข่าว​ไป​ทั่ว​อิสราเอล ผู้​นมัสการ​พระบาอัล​ก็​มา​ทั้งหมด จึง​ไม่มี​เหลือ​สัก​คน​หนึ่ง​ที่​ไม่ได้​มา และ​เขา​ทั้งหลาย​ก็​เข้า​ไป​ใน​นิเวศ​ของ​พระบาอัล แล้ว​นิเวศ​ของ​พระบาอัล​ก็​เต็ม​แน่น​ขนัด​จาก​ข้าง​หนึ่ง​ถึง​อีก​ข้าง​หนึ่ง”

        (And Jehu sent throughout all Israel, and all the worshipers of Baal came, so that there was not a man left who did not come. And they entered the house of Baal, and the house of Baal was filled from one  end to the other. )

10:22 “เยฮู​ตรัสสั่ง​ผู้​ดูแล​ตู้​เสื้อ​ว่า “จง​เอา​เสื้อ​สำหรับ​ผู้​นมัสการ​พระบาอัล​ออก​มา” เขา​ก็​เอา​เสื้อ​ออก​มา​ให้​เขา​ทั้งหลาย”

   (He said to him who was in charge of the wardrobe, “Bring out the vestments for all the worshipers of   Baal.” So he brought out the vestments for them. )

10:23 “แล้ว​เยฮู​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​นิเวศ​ของ​พระบาอัล พร้อม​กับ​เยโฮนาดับ​บุตร​เรคาบ พระองค์​ตรัส​กับ​ผู้​นมัสการ​พระบาอัล​ว่า  “จง​ค้น​ดู ดู​ให้​ดี​ว่า​ไม่มี​ผู้​รับใช้​ของ​พระยาห์เวห์​อยู่​กับ​พวก​ท่าน ให้​มี​แต่​ผู้​นมัสการ​พระบาอัล​เท่านั้น

 (Then Jehu went into the house of Baal with Jehonadab the son of Rechab, and he said to the  worshipers of Baal, “Search, and see that there is no servant of the Lord here among you, but             only the worshipers of Baal.” )

10:24 “แล้ว​เขา​ทั้งหลาย​เข้า​ไป​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​และ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ ตัว เยฮู​ทรง​วาง​คน 80 คน​ไว้​ภายนอก และ​ตรัส​ว่า “คน​ไหน​ปล่อย​ให้​คน​หนึ่ง​คน​ใด​ซึ่ง​เรา​มอบ​ไว้​ใน​มือ​พวกเจ้า​หนี​ รอด​ไป​ได้ เขา​ต้อง​เสีย​ชีวิต​ของ​เขา​แทน

    (Then they went in to offer sacrifices and burnt offerings. Now Jehu had stationed eighty men outside  and said,“The man who allows any of those whom I give into your hands to escape shall forfeit his life.)

10:25 “ต่อมา​เมื่อ​เสร็จ​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เยฮู​รับสั่ง​แก่​ทหาร​รักษา​พระองค์​และ​พวก​นายทหาร​ว่า “จง​เข้า​ไป​ฆ่า​พวก​เขา​เสีย อย่า​ให้​รอด​สัก​คน​เดียว” เมื่อ​ฆ่า​เขา​ทั้งหลาย​ด้วย​คม​ดาบ​แล้ว ทหาร​รักษา​พระองค์​และ​พวก​นายทหาร​ก็​โยน​ศพ​ออก​ไป​ข้างนอก แล้ว​ก็​เข้า​ไป​ที่​แท่นบูชา​ใน​นิเวศ​พระบาอัล”

      (So as soon as he had made an end of offering the burnt offering, Jehu said to the guard and to the   officers, “Go in and strike them down; let not a man escape.” So when they put them to the sword, the  guard and the officers cast them out and went into the inner room of the house of Baal, )

10:26 “และ​นำ​เอา​เสา​ศักดิ์สิทธิ์​แห่ง​นิเวศ​ของ​พระบาอัล​ออก​มา​เผา​เสีย”

             (and they brought out the pillar that was in the house of Baal and burned it.)

10:27 “อีก​ทั้ง​ทลาย​เสา​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระบาอัล และ​ทลาย​นิเวศ​ของ​พระบาอัล แล้ว​ทำ​ให้​เป็น​ส้วม​จน​ทุก​วันนี้”

        (And they demolished the pillar of Baal, and demolished the house of Baal, and made it a latrine to   this day.)

10:28 “ดังนั้น​เยฮู​ทรง​กวาด​ล้าง​พระบาอัล​ออก​จาก​อิสราเอล”

        (Thus Jehu wiped out Baal from Israel.)

10:29 “แต่​เยฮู​ไม่ได้​ทรง​หัน​จาก​บาป​ของ​เยโรโบอัม​บุตร​เนบัท ผู้​ได้​นำ​อิสราเอล​ให้​ทำ​บาป​ด้วย คือ​ลูก​วัว​ทองคำ​ซึ่ง​อยู่​   ใน​เมือง​เบธเอล​และ​ใน​เมือง​ดาน”

    (But Jehu did not turn aside from the sins of Jeroboam the son of Nebat, which he made Israel to  sin—that is, the golden calves that were in Bethel and in Dan. )

10:30 “พระยาห์เวห์​ตรัส​กับ​เยฮู​ว่า “เพราะ​เจ้า​ได้​ทำ​ดี​โดย​ทำ​สิ่ง​ที่​ชอบ​ใน​สายตา​ของ​เรา และ​ได้​ทำ​ต่อ​ราชวงศ์​อาหับ​ตาม​ทุก​อย่าง​ที่​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เรา เชื้อสาย​ของ​เจ้า​สี่​ชั่ว​อายุ​คน​จะ​ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​ อิสราเอล

 (And the Lord said to Jehu, “Because you have done well in carrying out what is right in my eyes, and  have done to the house of Ahab according to all that was in my heart, your sons of the fourth    generation shall sit on the throne of Israel.” )

10:31 “แต่เยฮู​ไม่​ทรง​ระมัดระวัง​ที่​จะ​ดำเนิน​ตาม​ธรรมบัญญัติ​ของ​พระยา ห์เวห์​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล​ด้วย​สุด​พระทัย​ของ​พระองค์ พระองค์​ไม่ได้​ทรง​หัน​จาก​บาป​ของ​เยโรโบอัม ผู้​นำ​อิสราเอล​ให้​ทำ​บาป​ด้วย”

    (But Jehu was not careful to walk in the law of the Lord, the God of Israel, with all his heart. He did not   turn from the sins of Jeroboam, which he made Israel to sin.)

10:32 “ใน​สมัย​นั้น พระยาห์เวห์​ทรง​เริ่ม​ตัด​ดิน​แดน​ของ​อิสราเอล​ออก ส่วน​ฮาซาเอล​ก็​รบ​ชนะ​ทั่ว​ดินแดน​อิสราเอล”

    (In those days the Lord began to cut off parts of Israel. Hazael defeated them throughout the territory  of Israel: )

10:33 “ตั้งแต่​แม่น้ำ​จอร์แดน​ฟาก​ตะวันออก ทั่ว​แผ่นดิน​กิเลอาด คนกาด คน​รูเบน และ​คน​มนัสเสห์ ตั้งแต่​อาโรเออร์ ซึ่ง​อยู่​ข้าง​ที่​ลุ่ม​แม่น้ำ​อารโนน คือ​กิเลอาด​และ​บาชาน”

        (from the Jordan eastward, all the land of Gilead, the Gadites, and the Reubenites, and the  Manassites, from Aroer, which is by the Valley of the Arnon, that is, Gilead and Bashan. )

10:34 “ส่วน​พระราชกิจ​อื่นๆ ของ​เยฮู และ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทรง​กระทำ และ​พระราช​อำนาจ​ทั้งสิ้น​ของ​พระองค์ ได้​บันทึก​ไว้​ใน​หนังสือ​พงศาวดาร​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล​ไม่​ใช่​ หรือ?”

       (Now the rest of the acts of Jehu and all that he did, and all his might, are they not written in  the Book of the Chronicles of the Kings of Israel?)

10:35 “เยฮู​จึง​ทรง​ล่วงหลับ​ไป​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ และ​เขา​ก็​ฝัง​พระองค์​ไว้​ใน​กรุง​สะมาเรีย และ​เยโฮอาหาส​พระราชโอรส​ของ​พระองค์​ได้​ขึ้น​ครองราชย์​แทน”

       (So Jehu slept with his fathers, and they buried him in Samaria. And Jehoahaz his son reigned in his place.)

10:36 “เวลา​ที่​เยฮู​ทรง​ครอง​อิสราเอล​ใน​สะมาเรีย​นั้น​คือ 28 ปี”

      (The time that Jehu reigned over Israel in Samaria was twenty-eight years.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

10:1     “โอรส 70 องค์” (seventy sons in Samaria) = รวมทั้งบุตรชายและหลานชายของอาหับ

“สะมาเรีย” (Samaria) –เยฮูต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการยึดป้อมปราการของสะมาเรียที่โจมตีได้ยาก (1พกษ.16:24) และต้องทำลายราชวงศ์ของอาหับให้หมดสิ้น

“บรรดาผู้ปกครองเมือง” (to the rulers of the city) = เจ้าหน้าที่กษัตริย์แต่งตั้งขึ้น (1พกษ.4:1-6)

“พวกผู้ใหญ่” (to the elders) = ผู้อาวุโส ผู้นำท้องถิ่น ตามตำแหน่งในเผ่าและในครอบครัว (อพย.3:16; 2ซมอ.3:17)

“บรรดาพี่เลี้ยงของโอรส” (to the guardians of the sons   ) = องครักษ์ของเหล่าเชื้อพระวงศ์ของอาหับ

= ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลและเลี้ยงดูลูกหลานในราชวงศ์ของกษัตริย์ (อาหับ)

10:3     “จงสู้รบเพื่อราชวงศ์นายของท่าน” ( fight for your master’s house.) = กลยุทธของเยฮูคือ โน้มน้าวให้

ผู้นำของสะมาเรียยอมจำนนต่อเขา โดยขู่ให้ออกมาเผชิญหน้ากับเขาทางทหาร

10:4     “แต่พวกเขากลัวมาก” ( But they were exceedingly afraid) = พวกเขาหวาดหวั่นขวัญผวา

“พระราชาสองพระองค์” ( two kings) = โยรัมและอาหัสยาห์ (9:24,27)

10:5     “ผู้ดูแลพระราชวัง” (who was over the palace) = เจ้ากรมวัง – 1พกษ.4:6   “ผู้ดูแลเมือง” ( who was over the city) = เจ้ากรมเมือง

= เจ้าหน้าที่ซึ่งกษัตริย์แต่งตั้งให้มีหน้าที่ควบคุมกองทหารประจำเมืองหลวง

10:6     “จงนำศีรษะของบรรดาโอรสนายของท่านมาหาเราที่ยิสเรเอล” ( take the heads of your master’s sons and come to me at Jezreel) = แท้จริงแล้วภาษาที่ใช้ในตอนนี้เป็นคำสั่งที่กำกวม มีความหมายว่า “จงนำศีรษะเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่เป็นชายของเจ้านายของท่านมาให้เรา” = เยฮูจงใจให้ภาษาเหล่านี้เพราะอาจหมายรวมถึงคนสำคัญในบรรดาลูกหลาน 70 คนของอาหับ เช่น องค์รัชทายาท หรือคนอื่น ๆ ที่มีตำแหน่งหรือความสามารถเป็นพิเศษ หรือหมายถึงลูกหลานทั้ง 70 คนโดยตรงก็ได้

10:7     “เขาจับโอรสของพระราชาทั้ง 70 องค์ประหารเสีย” ( they took the king’s sons and slaughtered them, seventy persons)=เหล่าผู้นำในเมืองสะมาเรียทำตามคำสั่งในสารตรงตามตัวอักษร ดังที่เยฮูหวังไว้ “เอาศีรษะใส่ตะกร้าส่งไปให้พระองค์ที่ยิสเรเอล” (put their heads in baskets and sent them to him at Jezreel.) = พวกเขาไม่ได้นำศีรษะไปให้ด้วยตัวเอง (ตามคำสั่งในข้อ 6) อาจเพราะกลัวตาย

10:8     “จงกองไว้เป็นสองกองตรงทางเข้าประตูเมือง” (Lay them in two heaps at the entrance of the gate)

= ขั้นตอนอันน่าสยดสยองนี้เลียนแบบมาจากธรรมเนียมอันป่าเถื่อนของผู้ปกครองชาว อัสซีเรียผู้โหดร้ายที่มีนามว่า อาชูร์บานิปาล กับชัลมาเนเสอร์ที่ 3

10:9     “…แต่ใครเล่าที่ฆ่าคนเหล่านี้” (but who struck down all these?) = เยฮูยอมรับอย่างเปิดเผยว่า เขาเป็นคนโค่นล้มและฆ่าโยรัม แต่เขาปฏิเสธว่า เขาไม่ได้ฆ่าลูกหลานทั้ง 70 คนของอาหับและกล่าวโทษผู้นำในเมืองสะมาเรีย (ทั้ง ๆ ที่เกิดมาจากคำพูดอันกำกวมของเขา) ว่า เป็นผู้กระทำ

10:10   “เพราะพระยาห์เวห์ทรงทำตามที่ตรัสทางเอลียาห์ผู้รับใช้ของพระองค์” (the Lord has done what he said by his servant Elijah.) = เยฮูสื่อเป็นนัยว่า พระเจ้าเป็นผู้กำหนดให้เป็นไปตามที่เกิดขึ้นผ่านทางเอลียาห์  ใน 1พกษ.21:20-24,29

10:11   “เยฮูทรงประหารทุกคนที่เหลืออยู่ในราชวงศ์ของอาหับ…อีกทั้งคนใหญ่คนโตทุกคนของพระองค์…จนไม่เหลือรอดชีวิตสักคนเดียวเลย” (Jehu struck down all who remained of the house of Ahab … all his great men and his close friends … until he left him none remaining.) = เยฮูกระทำเกินกว่าที่รับมอบหมาย (9:7;ฮชย.1:4) โดยอ้างนามพระเจ้าและทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวด้วยเหตุผลทางการเมืองล้วน ๆ (ปท.9:25)

10:13   “พวกเราเป็นญาติของอาหัสยาห์” ( the relatives of Ahaziah) = เชื้อพระวงศ์ของอาหัสยาห์ (2พศด.21:17) ใน 2พศด.21:17 กล่าวถึงพระราชวงศ์ของกษัตริย์และราชมารดา

=บรรดาสมาชิกในราชวงศ์จำนวน 42 คน จากยูดาห์ที่ไม่ได้ข่าวเรื่องการตายของโยรัมและเยเซเบล ถูกเยฮูสั่งประหารทั้งหมด

10:15   “เยโฮนาดับ บุตรเรคาบ” (Jehonadab the son of Rechab) = เป็นผู้นำกลุ่มอนุรักษ์นิยมในชาวอิสราเอลที่ ต่อต้านการนมัสการพระบาอัล และต่อต้านธรรมเนียมปฏิบัติอื่นๆ ในสังคมเกษตรแบบตั้งรกรากมั่นคงรวมทั้งการสร้างบ้านเรือน การหว่านเมล็ดพืช และการใช้ไวน์ พวกสาวกของเขาถือปฏิบัติตามแนวทางนี้ต่อไปอีกมากกว่า 20 ปี ภายใต้นามที่ถูกเรียกว่า “คนตระกูลเรคาบ” (Recabites) –ยรม.35:6-10

10:16   “จึงให้เขานั่งรถรบของพระองค์ไป” (ride in his chariot.) = การแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเยฮูกับเยโฮนาดับต่อหน้าบรรดาประชาชน และเป็นการช่วยรับรองเยฮูในท่ามกลางประชาชนที่ห่างไกลว่า เยฮูเป็นผู้ติดตามพระเจ้า

10:18   “อาหับปรนนิบัติพระบาอัลนิดหน่อย แต่เยฮูจะปรนนิบัติพระองค์มากกว่า” (Ahab served Baal a little, but Jehu will serve him much) = แผนการล่อพวกบูชาพระบาอัลทั้งหมดให้มาติดกับและฆ่าเสียจนหมดสิ้น (10:19.21.25)

10:26   “นำเอาเสาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิเวศของพระบาอัลออกมาเผาเสีย” (brought out the pillar that was in the house of Baal and burned it.) = อาจเป็นเสาเจ้าแม่อาเชราห์ (1พกษ.14:15) ซึ่งมักอยู่คู่กับหินศักดิ์สิทธิ์ (1พกษ.16:32-33)

10:27   “เสาศักดิ์สิทธิ์ของพระบาอัล” (the pillar of Baal   ) = หินศักดิ์สิทธิ์ –1พกษ.14:15; ปท.2พกษ.8:22

10:29   “บาปของเยโรโบอัม” (sins of Jeroboam ) –1พกษ.12:26-32;13:33-34;14:16 =เยฮูทำบาปและชักนำอิสราเอลให้ทำบาปตาม

10:31   “เยฮูไม่ทรงระมัดระวังที่จะดำเนินตามธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์” (Jehu was not careful to walk in the law of the Lord) = ไม่ได้ใส่ใจที่จะทำตามพระบัญญัติหรือหันจากบาป –ฉธบ.4:9;สภษ.4:23

10:32   “ตัดดินแดน” (cut off parts of Israel) –2พกษ.13:25;สดด.107:39

“ฮาซาเอล” (Hazael) –1พกษ.19:17

10:33   “อาโรเออร์” ( Aroer) –กดว.32:34;ฉธบ.2:26;วนฉ.11:26;อสย.17:2

“ที่ลุ่มแม่น้ำอารโนน”( Arnon) –กดว.21:13

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยถูกกดดันจนเกิดความตระหนกกลัวจนทำอะไรไม่ถูกบ้างหรือไม่?  เรื่องราวเป็นอย่างไร?
  2. คุณเคยกระทำบางสิ่งที่ผิดพลาดหรือทำผิดศีลธรรมเพราะความกลัว (อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง)บ้างหรือไม่?  เรื่องอะไรและผลเป็นอย่างไร?
  3. คุณมีใครที่ซื่อตรงต่อคุณที่คุณวางใจได้บ้าง?  ทำไมคุณจึงวางใจเขาได้? ในเรื่องอะไร? และมากแค่ไหน?
  4. คุณเคยวางแผนจัดการกับผู้ใดหรือกลุ่มใด โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัวบ้างหรือไม่?  ในเรื่องอะไรและอย่างไร? หรือกลับกัน คือคุณเคยถูกเล่นงานเพราะแผนการของคนอื่นบ้างหรือไม่?  ในเรื่องอะไร? และอย่างไร?
  5. คุณเคยกระทำอะไรที่เกินหน้าที่หรือเกินคำสั่ง(ของใคร?) บ้างหรือไม่?  ในเรื่องอะไร? แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร?
  6. คุณเคยพบกับคนที่ทำสิ่งดีดังที่พระเจ้าทรงประสงค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำสิ่งที่เลวร้ายเกินกว่าที่พระเจ้าจะรับได้บ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไรและอย่างไร?
  7. คุณเคย “ดำเนินชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง” หรือ “ไม่ใส่ใจในพระบัญญัติของพระเจ้า” ในเรื่องใดบ้างหรือไม่?  แล้วเกิดอะไร(เสียหาย) ขึ้นกับคุณตามมาบ้าง?  (หรือคุณเคยเห็นผู้ใดที่กระทำเช่นนั้น?)

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)