บทเรียน 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 19

จะล่มจม!

พระธรรม        2พงศ์กษัตริย์ 19:1-37

อ้างอิง           อสย.37:1-13,14-20;21-38;2พศด.32:20-21

บทนำ           คนที่หมิ่นประมาทพระเจ้าด้วยคำพูดและการกระทำ จะล่มจม!

เพียงแต่ขึ้นอยู่กับเวลาที่พระเจ้าจะจัดการ หากเราอยู่ฝ่ายพระเจ้า เราก็ไม่เหลืออะไรให้กังวล มีแต่ต้องวางใจ และอดทนรอคอยเวลาของพระองค์เท่านั้น

บทเรียน

19:1 “ต่อ​มา​เมื่อ​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​ทรง​ได้​ยิน ก็​ฉีก​ฉลอง​พระองค์ และ​เอา​ผ้า​กระสอบ​คลุม​พระองค์ แล้ว​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​พระนิเวศ​ของ​พระยาห์เวห์”

(As soon as King Hezekiah heard it, he tore his clothes and covered himself with sackcloth and went into the house of the Lord. )

19:2 “และ​พระองค์​ทรง​ใช้​เอลียาคิม​เจ้า​กรมวัง เชบนาห์​ราชเลขา​และ​พวกปุโรหิต​อาวุโส​คลุม​ตัว​ด้วย​ผ้า​กระสอบไปหา​ผู้​เผย​พระวจนะ​อิสยาห์​บุตร​อามอส”

(And he sent Eliakim, who was over the household, and Shebna the secretary, and the senior priests, covered with sackcloth, to the prophet Isaiah the son of Amoz. )

19:3 “เขา​ทั้งหลาย​เรียน​ท่าน​ว่า “เฮเซคียาห์​ตรัส​ดังนี้​ว่า ‘วันนี้​เป็น​วัน​ทุกข์ใจ วัน​ถูก​ติเตียน​และ​อดสู เด็ก​ก็​ถึง​กำหนด​คลอด​แต่​ไม่มี​ กำลัง​เบ่ง​ให้​คลอด”

       (They said to him, “Thus says Hezekiah, This day is a day of distress, of rebuke, and of disgrace; children have come to the point of birth, and there is no strength to bring them forth. )

19:4 “บาง​ที​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ทรง​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ทั้งสิ้น​ของ​ รับชาเคห์ ผู้​ที่​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​นาย​ของ​เขา​ได้​ส่ง​มา​เยาะเย้ย​ พระเจ้า​ผู้​ทรง​พระชนม์ และ​พระองค์​จะ​ทรง​ว่า​กล่าว​เขา​ด้วย​เรื่อง​ถ้อยคำ​ซึ่ง​พระยาห์เวห์พระเจ้า​ของ​ท่าน​ทรง​ได้​ ยิน เพราะ​ฉะนั้น​ขอ​ท่าน​อธิษฐาน​เพื่อ​คน​ที่​เหลือ​อยู่​นี้

       (It may be that the Lord your God heard all the words of the Rabshakeh, whom his master the king of  Assyria has sent to mock the living God, and will rebuke the words that the Lord your God has heard;   therefore lift up your prayer for the remnant that is left.” )

19:5 “เมื่อ​ข้าราชการ​ของ​กษัตริย์​เฮเซคียาห์​มา​ถึง​อิสยาห์”

       (When the servants of King Hezekiah came to Isaiah, )

19:6 “อิสยาห์​ก็​บอก​เขา​ทั้งหลาย​ว่า “จง​ทูล​นาย​ของ​ท่าน​เถิด​ว่า ‘พระยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ว่า อย่า​กลัว​เพราะ​ถ้อยคำ​ที่​เจ้า​ได้ยิน​นั้นซึ่ง​ข้าราชการ​ของ​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​ได้​หมิ่น​ประมาท​เรา”

       (Isaiah said to them, “Say to your master, ‘Thus says the Lord: Do not be afraid because of the words that  you have heard, with which the servants of the king of Assyria have reviled me. )

19:7 “ดูสิ เรา​จะ​บรรจุ​จิตใจ​อย่าง​หนึ่ง​ใน​เขา เพื่อ​เขา​จะ​ได้ยิน​ข่าวลือ​และ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ของ​เขา และ​เรา​จะ​ให้​เขา​ล้มลง​ด้วย​ ดาบ​ใน​แผ่นดิน​ของ​เขา​เอง

       (Behold, I will put a spirit in him, so that he shall hear a rumor and return to his own land, and I will make  him fall by the sword in his own land.’”)

19:8 “รับชาเคห์​ได้​กลับ​ไป และ​พบ​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​กำลัง​สู้รบ​กับ​เมือง​ลิบนาห์ เพราะ​เขา​ได้ยิน​ว่า​พระราชา​เสด็จ​ออก​จาก​ เมือง​ลาคีช​แล้ว”

       (The Rabshakeh returned, and found the king of Assyria fighting against Libnah, for he heard that the king  had left Lachish. )

19:9 “และ​เมื่อ​พระราชา​ทรง​ได้​ยิน​พวก​เขา​กล่าว​ถึง​ทีรหะคาห์​พระราชา​แห่ง​ คูช​ว่า “ดูสิ เขา​ได้​ยก​ออกมา​สู้รบ​กับ​พระองค์​แล้ว” พระองค์​จึง​ส่ง​บรรดา​ผู้​สื่อสาร​ไป​เฝ้า​เฮเซคียาห์​อีก ตรัส​ว่า”

       (Now the king heard concerning Tirhakah king of Cush, “Behold, he has set out to fight against you.” So  he sent messengers again to Hezekiah, saying, )

19:10 “เจ้า​จง​พูด​กับ​เฮเซคียาห์​พระราชา​แห่ง​ยูดาห์​ดังนี้​ว่า ‘อย่า​ให้​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ซึ่ง​ท่าน​พึ่ง​นั้น​หลอก​ลวง​ท่าน​ว่า เยรูซาเล็ม​จะ​ไม่​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย’”

       (“Thus shall you speak to Hezekiah king of Judah: ‘Do not let your God in whom you trust deceive you by  promising that Jerusalem will not be given into the hand of the king of Assyria. )

19:11 “ดูสิท่าน​ได้ยิน​แล้ว​ว่า บรรดา​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​ได้​ทำ​อะไร​กับ​แผ่นดิน​ทั้งหมด​บ้าง คือ​ทำลาย​จน​สิ้น แล้ว​ท่าน​เอง​จะ​รอด​พ้น​หรือ?”

       (Behold, you have heard what the kings of Assyria have done to all lands, devoting them to destruction.    And shall you be delivered? )

19:12 “บรรดา​พระ​ของ​ประชาชาติ​ซึ่ง​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ได้​ทำลาย ได้​ช่วย​กู้​พวกเขา​ให้​พ้น​หรือ? คือ​ชนชาติ​โกซาน ฮาราน เรเซฟและ​ประชาชน​ของ​เอเดน​ซึ่ง​อยู่​ใน​เทลอัสสาร์”

         (Have the gods of the nations delivered them, the nations that my fathers destroyed, Gozan, Haran,   Rezeph, and the people of Eden who were in Telassar? )

19:13 “พระราชา​ของ​ฮามัท พระราชา​ของ​อารปัด พระราชา​ของ​เมือง​เสฟารวาอิม เฮนา​และ​อิฟวาห์​อยู่​ที่ไหน?’

         (Where is the king of Hamath, the king of Arpad, the king of the city of Sepharvaim, the king of Hena, or  the king of Ivvah?’”Hezekiah’s Prayer)

19:14 “เฮเซ‍‍ ยาห์​ทรง​รับ​จดหมาย​จาก​มือ​ของ​ผู้​สื่อสาร​และ​ทรง​อ่าน และ​เสด็จ​ขึ้น​ไป​ยัง​พระนิเวศ​ของ​พระยาห์เวห์ และ​เฮเซคียาห์​ทรง​คลี่​จดหมาย​นั้น​ออก​เฉพาะ​พระพักตร์​พระยาห์เวห์”

         (Hezekiah received the letter from the hand of the messengers and read it; and Hezekiah went up to the  house of the Lord and spread it before the Lord. )

19:15 “และ​เฮเซคียาห์​ทรง​อธิษฐาน​เฉพาะ​พระพักตร์​พระยาห์เวห์​ว่า “ข้าแต่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล ผู้​ประทับ​เหนือ​เหล่า​เครูบ พระองค์​แต่​องค์​เดียว​ทรง​เป็น​พระเจ้า​แห่ง​บรรดา​ราชอาณาจักร​ของ ​แผ่นดิน​โลก พระองค์​ได้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​ สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก”

       (And Hezekiah prayed before the Lord and said: “O Lord, the God of Israel, enthroned above the  cherubim, you are the God, you alone, of all the kingdoms of the earth; you have made heaven and earth.)

19:16 “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ขอ​ทรง​เงี่ย​พระกรรณ​สดับ ข้าแต่​พระยาห์เวห์ ขอ​เบิก​พระเนตร​มอง​ดู และ​ขอ​ทรง​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เซน‍นาเคอริบ​ซึ่ง​เขา​ได้​ส่ง​มา​เย้ย​ พระเจ้า​ผู้​ทรง​พระชนม์”

       (Incline your ear, O Lord, and hear; open your eyes, O Lord, and see; and hear the words of Sennacherib,  which he has sent to mock the living God. )

19:17 “ข้าแต่​พระยาห์เวห์ เป็น​ความ​จริง​ที่​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​ได้​ทำ​ให้​ประชาชาติ​และ​แผ่นดิน​ของ​พวกเขา​ร้างเปล่า”

         (Truly, O Lord, the kings of Assyria have laid waste the nations and their lands )

19:18 “และ​ได้​เหวี่ยง​พระ​ของ​พวกเขา​ลง​ใน​กอง​ไฟ เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ไม่​ใช่​พระเจ้า เป็น​แต่​ผลงาน​ของ​มือ​มนุษย์ เป็น​ไม้​และ​หินเพราะ​ฉะนั้น​จึง​ถูก​ทำลาย”

         (and have cast their gods into the fire, for they were not gods, but the work of men’s hands, wood and  stone. Therefore they were destroyed. )

19:19 “ฉะนั้น​บัดนี้ ข้าแต่​พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของ​ข้า​พระองค์​ทั้งหลาย ขอ​ทรง​ช่วย​พวก​ข้า​พระองค์​ให้​พ้น​มือ​ของ​เขา เพื่อ​ราช‍อาณาจักร​ทั้งสิ้น​แห่ง​แผ่นดิน​โลก​จะ​ทราบ​ว่า พระองค์​คือ​พระยาห์เวห์ ทรง​เป็น​พระเจ้า​แต่​องค์​เดียว

         (So now, O Lord our God, save us, please, from his hand, that all the kingdoms of the earth may know   that you, O Lord, are God alone.”)

19:20 “แล้ว​อิสยาห์​บุตร​อามอส​ได้​ใช้​คน​ไป​เฝ้า​เฮเซคียาห์​ทูล​ว่า “พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล​ตรัส​ดังนี้​ว่า ‘เรา​ได้ยิน​คำ​อธิษฐาน​ของ​เจ้า​เรื่อง​เซนนาเคอริบ พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​แล้ว’”

       (Then Isaiah the son of Amoz sent to Hezekiah, saying, “Thus says the Lord, the God of Israel: Your   prayer to me about Sennacherib king of Assyria I have heard. )

19:21 “ต่อไป​นี้​เป็น​พระวจนะ​ที่​พระยาห์เวห์​ตรัส​เกี่ยวกับ​ท่าน​นั้น​ว่า ‘ธิดา​พรหมจารี​แห่ง​ศิโยน ดูถูก​เจ้า และ​เย้ย​เจ้าธิดา​แห่ง​เยรูซาเล็ม​สั่น​ศีรษะ​ตาม​หลัง​ใส่​เจ้า”

         (This is the word that the Lord has spoken concerning him:“She despises you, she scorns you—the virgin   daughter of Zion;she wags her head behind you—the daughter of Jerusalem.)

19:22 “เจ้า​เย้ย​และ​กล่าว​หยาบช้า​ต่อ​ผู้ใด? เจ้า​ขึ้น​เสียง​ของ​เจ้า​ต่อ​ผู้ใด? แล้ว​เบิ่ง​ตา​ของ​เจ้า​อย่าง​เย่อหยิ่ง​ต่อ​ผู้ใด? ต่อ​องค์​ บริสุทธิ์​แห่ง​อิสราเอล​น่ะ​ซิ”

         (“Whom have you mocked and reviled?Against whom have you raised your voiceand lifted your eyes to   the heights?Against the Holy One of Israel!)

19:23 “เจ้า​ได้​เย้ย​องค์​เจ้านาย​ด้วย​ผู้สื่อสาร​ของ​เจ้า และ​เจ้า​ได้​ว่า “ด้วย​รถรบ​มาก​มาย​ของ​ข้า ข้า​ได้​ขึ้น​ไป​ที่​สูง​ของ​ภูเขา ถึง​ที่​ไกล​สุด​ของ​เลบานอน ข้า​โค่น​ต้นสน​สีดาร์​ที่​สูง​ที่สุด​ของ​มัน​ลง ทั้ง​ต้นสน​สามใบ​ที่ดี​ที่สุด​ของ​มัน ข้า​เข้า​ไป​ยัง​ที่​พัก​ไกล​ลิบ​ที่สุด​ ของ​มัน ที่​ป่าไม้​ที่​ทึบ​ที่สุด​ของ​มัน”

       ( By your messengers you have mocked the Lord,and you have said, ‘With my many chariotsI have gone up the heights of the mountains,to the far recesses of Lebanon;I felled its tallest cedars,its choicest  cypresses;I entered its farthest lodging place,its most fruitful forest.)

19:24 “ข้า​ขุด​บ่อ และ​ดื่ม​น้ำ​ใน​ดินแดน​ต่างด้าว ข้า​เอา​ฝ่าเท้า​ของ​ข้า ทำ​ให้​ธารน้ำ​ทั้งสิ้น​ของ​อียิปต์​แห้ง​ไป

         (I dug wellsand drank foreign waters,and I dried up with the sole of my footall the streams of Egypt.’)

19:25 “‘เจ้า ​ไม่ได้ยิน​หรือ? เรา​ได้​จัด​ไว้​นาน​แล้ว เรา​ได้​กะ​แผนงาน​ไว้​แต่​ดึก​ดำบรรพ์ ณบัดนี้​เรา​ให้​เป็น​ไป​แล้ว คือ​เจ้า​จะ​ทำ​เมือง​ ที่​มี​ป้อม​ให้​พัง​ลง ให้​เป็น​กอง​สิ่ง​ปรัก​หัก​พัง”

         (“Have you not heardthat I determined it long ago?I planned from days of old what now I bring to  pass,that you should turn fortified cities into heaps of ruins, )

19:26 “ส่วน​ชาว​เมือง​นั้น​ก็​หมด​อำนาจ ตก​ตลึง​และ​อับอาย กลาย​เป็น​เหมือน​ต้นไม้​ที่​ทุ่งนา และ​เหมือน​หญ้า​อ่อน เหมือน​หญ้า​บน​หลังคา​เรือน แห้ง​ไป​ก่อน​ที่​จะ​งอกงาม”

    (while their inhabitants, shorn of strength,are dismayed and confounded,and have become like plants of  the field and like tender grass,like grass on the housetops,blighted before it is grown.)

19:27 “‘แต่​เรา​ได้​รู้จัก​การ​ที่​เจ้า​นั่งลง การ​ที่​เจ้า​ออก​ไป​และ​การ​ที่​เจ้า​เข้า​มา และ​การ​เกรี้ยวกราด​ของ​เจ้า​ต่อ​เรา”

         (“But I know your sitting down and your going out and coming in,and your raging against me.)

19:28 “เพราะ ​การ​เกรี้ยวกราด​ของ​เจ้า​ต่อ​เรา และ​ความ​จองหอง​ของ​เจ้า​ได้​มา​เข้า​หู​ของ​เรา ฉะนั้น​เรา​จะ​เอา​ขอ​ของ​เรา​เกี่ยว​จมูก​เจ้า และ​เอา​บังเหียน​ของ​เรา​ใส่​ปาก​เจ้า แล้ว​เรา​จะ​หัน​เจ้า​กลับ​ไป​ตาม​ทาง ซึ่ง​เจ้า​มา​นั้น”

         (Because you have raged against me and your complacency has come into my ears,I will put my hook in  your nose and my bit in your mouth,and I will turn you back on the way by which you came.)

19:29 “‘และ​นี่​จะ​เป็น​หมายสำคัญ​แก่​เจ้า คือ ปี​นี้​เจ้า​จะ​กิน​สิ่ง​ที่​งอกขึ้น​เอง และ​ใน​ปี​ที่​สอง​สิ่ง​ที่​ผลิ​จาก​เดิม แล้ว​ใน​ปี​ที่​สาม​จง​หว่าน​และ​เกี่ยว​และ​ทำ​สวนองุ่น และ​กิน​ผล​ของ​มัน”

         (“And this shall be the sign for you: this year eat what grows of itself, and in the second year what  springs of the same. Then in the third year sow and reap and plant vineyards, and eat their fruit. )

19:30 “คน​ที่​เหลือ​อยู่​แห่ง​เชื้อ​วงศ์​ของ​ยูดาห์​จะ​หยั่ง​ราก​ลง​ล่าง และ​เกิดผล​ขึ้น​บน”

         (And the surviving remnant of the house of Judah shall again take root downward and bear fruit upward. )

19:31 “เพราะ​คน​ที่​รอด​จะ​ออก​จาก​เยรูซาเล็ม และ​คน​ที่​เหลือ​อยู่​จะ​ออก​จาก​ภูเขา​ศิโยน ความ​กระตือรือร้น​ของ​พระยาห์เวห์​จะ​ทำ​ การ​นี้’”

         (For out of Jerusalem shall go a remnant, and out of Mount Zion a band of survivors. The zeal of the Lord  will do this.)

19:32 “เพราะ​ฉะนั้น พระยาห์เวห์​ตรัส​เกี่ยว​กับ​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​ดังนี้​ว่า ‘เขา​จะ​ไม่​เข้า​ใน​เมือง​นี้ หรือ​ยิง​ลูกธนู​ไป​ที่นั่น หรือ​ถือ​โล่​เข้า​มา​หน้า​เมือง หรือ​สร้าง​เชิงเทิน​สู้​มัน”

         (“Therefore thus says the Lord concerning the king of Assyria: He shall not come into this city or shoot an  arrow there, or come before it with a shield or cast up a siege mound against it. )

19:33 “เขา​มา​ทาง​ไหน เขา​จะ​กลับ​ไป​ทาง​นั้น เขา​จะ​ไม่​เข้า​เมือง​นี้ พระยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​แหละ”

         (By the way that he came, by the same he shall return, and he shall not come into this city, declares the   Lord. )

19:34 “เพราะ​เรา​จะ​ป้องกัน​เมือง​นี้​ไว้​ให้​รอด เพื่อ​เห็นแก่​เรา​เอง และ​เห็นแก่​ดาวิด​ผู้​รับใช้​ของ​เรา

         (For I will defend this city to save it, for my own sake and for the sake of my servant David.”)

19:35 “และ​อยู่​มา​ใน​คืน​นั้น ทูต​ของ​พระยาห์เวห์​ได้​ออก​ไป และ​ได้​ประหาร​คน​ใน​ค่าย​อัสซีเรีย​เสีย 185,000 คน และ​เมื่อ​คน​ลุก ขึ้น​ใน​เวลา​เช้ามืด ดูสิ พวก​เขา​ทั้งหมด​กลาย​เป็น​ศพ.

         (And that night the angel of the Lord went out and struck down 185,000 in the camp of the Assyrians. And  when people arose early in the morning, behold, these were all dead bodies. )

19:36 “ดังนั้น​เซนนาเคอริบ​พระราชา​แห่ง​อัสซีเรีย​จึง​ยก​กลับ​ไป และ​อยู่​ใน​กรุง​นีนะเวห์”

         (Then Sennacherib king of Assyria departed and went home and lived at Nineveh. )

19:37 “และ​อยู่​มา​เมื่อ​ท่าน​นมัสการ​ใน​นิเวศ​ของ​พระนิสโรค​ พระ​ของ​ท่าน อัดรัมเมเลค​และ​ชาเรเซอร์ พระราชโอรส​ของ​ท่าน​ก็​ประหาร​ท่าน​ด้วย​ดาบ และ​หนี​ไป​ยัง​แผ่นดิน​อารารัต และ​เอสารฮัดโดน​พระราชโอรส​ของ​ท่าน​ก็​ขึ้น​ครองราชย์​แทน”

         (And as he was worshiping in the house of Nisroch his god, Adrammelech and Sharezer, his sons, struck  him down with the sword and escaped into the land of Ararat. And Esarhaddon his son reigned in his  place.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

19:1     “ผ้ากระสอบ” (sackcloth) –6:30

19:2     “เจ้ากรมวัง” (the household) –1พกษ.4:6

“ราชเลขา” (the secretary) –2ซมอ.8:17

“ปุโรหิตอาวุโส” (the senior priests) = อาจเป็นสมาชิกสูงอายุในตระกูลปุโรหิต (ยรม.19:1)

-วิกฤติครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับกรุงเยรูซาเล็มเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับพระวิหารด้วย

“ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์” (the prophet Isaiah) = การกล่าวอ้างถึงอิสยาห์เป็นครั้งแรกในพระธรรมพงศ์กษัตริย์ ทั้ง ๆ ที่อิสยาห์ได้รับใช้กระทำพันธกิจมาตั้งแต่ในสมัยกษัตริย์อุสซียาห์ , โยธาม และอาหัสมาแล้ว (อสย.1:1)

19:3     “เด็กก็ถึงกำหนดคลอด แต่ไม่มีกำลังเบ่งให้คลอด” (hildren have come to the point of birth, and there is no strength to bring them forth) = ภาพเปรียบของภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นกับเมืองนั้นถึงจุดวิกฤติแล้ว

19:4    “พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์” (the living God) = ตรงข้ามกับพระเทียมเท็จใน 18:33-35

ปท. การเย้ยหยันพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ และทรงพระชนม์ ใน 1ซมอ.17:26,36,45

“ขอท่านอธิษฐานเผื่อคนที่เหลืออยู่” (prayer for the remnant) = การอธิษฐานร้องทูลเป็นพันธกิจที่สำคัญของผู้เผยพระวจนะ

ตย. การร้องทูลของโมเสสและซามูเอล ใน อพย.32:31-32;33:12-17;กดว.14:13-19;1ซมอ.7:8-9; 12:19,23;สดด.99:6;ยรม.15:1

“คนที่เหลืออยู่” (that is left) = พวกที่หลงเหลืออยู่ในยูดาห์ หลังจากที่เซนนาเคอริบยึดครองเมืองหลายเมือง และกวาดต้อนคนไปเป็นจำนวนมาก (18:13, ปท. อสย.10:23-32)

หลักฐานทางโบราณคดีเปิดเผยว่า มีชาวอิสราเอลจำนวนมากที่หนีจากแผ่นดินเหนือ (อิสราเอล) ซึ่งถูกอัสซีเรียรุกรานไปตั้งรกรากในยูดาห์ ดังนั้น ยูดาห์จึงกลายเป็นชนชาติของชนอิสราเอลทั้งหมดที่เหลืออยู่

19:7     “เราจะบรรจุจิตใจอย่างหนึ่งในเขา” ( I will put a spirit in him) = พระเจ้าจะบรรจุวิญญาณของความไม่มั่นคงและความกลัวลงไปในพวกเขา

“ข่าวลือ” (a rumor) =

  1. อาจเป็นรายงานที่กล่าวถึงคำท้าทายเซนนาเคอริบ จากทีรหะคาห์ แห่งอิยิปต์ (ข.9) หรือ
  2. เป็นข่าวคราว /ข่าวลือหรือข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับบ้านเกิดเมืองนอนของเซนนาเคอริบเอง

“เราจะให้เขาล้มลงด้วยดาบในแผ่นดินของเขาเอง” ( I will make him fall by the sword in his own land.) = การลอบปลงพระชนม์เซนนาเคอริบ ในภายหลังอันเป็นผลมาจากการที่เขาดูหมิ่นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ (ข.37)

19:8     “ลิบนาห์” (Libnah) –8:22

19:9     “ทีรหะคาห์” (Tirhakah) –อสย.37:9

19:12   “โกซาน” (Gozan) -17:6

“ฮาราน” (Haran) –ปฐก 11:31

“เรเซฟ” (Rezeph) = ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำยูเฟรติส และทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮามัท

“เอเดน” (Eden) = บริเวณริมแม่น้ำยูเฟรติสทางตอนใต้ของฮาราน (อสค.27:23;อมส.1:5) แต่ไม่ใช่สวนเอเดนในปฐมกาล

= เมืองนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอัสซีเรียในรัชกาลของซัลมาเนเสอร์ ที่ 3 ในปี 855 ก.ค.ศ.

19:13   “ฮามัท…อิฟวาห์” (Hamath … Ivvah) –17:24

19:14   “จดหมาย” ( the letter) =สาส์น (2พศด.32:17)

19:15   “ผู้ประทับเหนือเหล่าเครูบ” ( enthroned above the cherubim) –อพย.25:18;1ซมอ.4:4

“พระองค์แต่องค์เดียวทรงเป็นพระเจ้า” (you are the God, you alone) –ข.19;ฉธบ.4:35,39; 2พกษ.18:33-35;อสย.43:11

19:18   “เป็นผลงานของมือมนุษย์” (the work of men’s hands) = เป็นสิ่งดูโง่เขลาและไร้ประโยชน์ในการกราบไหว้รูปเคารพเหล่านั้น –สดด.115:3-8;135:15-18;อสย.2:20;40:19-20;41:7;44:9-20

19:19   “เพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่า…” (that all the kingdoms of the earth may know that…) = เฮเซคียาห์ เล็งเห็นว่าชื่อเสียงของพระเจ้านั้นเป็นหลักประกันสำคัญในสวัสดิภาพของชนชาติแห่งพันธสัญญาของพระองค์ –1ซมอ.12:22;ยชว.7:9;2ซมอ.7:23;สดด.23:3;อสค.5:13

19:20   “เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า” (Your prayer to me) = ในตอนนี้เฮเซคียาห์ ไม่ได้เรียกร้องถ้อยคำอะไรจากอิสยาห์ (ปท.ข.2) –1พกษ.9:3

19:21-28 = ความหยิ่งผยองของอัสซีเรียและการเยาะเย้ยพระเจ้า กับชนชาติอิสราเอล เป็นเหตุให้พวกเขาได้รับการประกาศการพิพากษาอย่างเย้ยหยัน (สดด.2) อัสซีเรียหยิ่งผยองด้วยความเข้าใจแบบผิด ๆ (อสย.10:5-34)

19:21   “ธิดาพรหมจารีแห่งศิโยน…ธิดาแห่งเยรูซาเล็ม” (the virgin daughter of Zion…the daughter of Jerusalem) –ในบทกวีฮีบรู มีหลักว่า เมื่อเวลากล่าวถึงเมืองหลวง ประเทศ หรือชนชาติ จะแสดงลักษณะบุคคลเป็นเพศหญิง

19:22   “องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล” (the Holy One of Israel) = พระลักษณะของพระเจ้าแห่งอิสราเอลซึ่งโดดเด่นในอิสยาห์ (ลนต.11:44;อสย.1:4)

19:23   “เลบานอน…ต้นส้นสีดาห์ที่สูงที่สุด” (Lebanon… tallest cedars) –1พกษ.5:6

19:24   “ทำให้ธารน้ำทั้งสิ้นของอียิปต์แห้งไป” (all the streams of Egypt.) = คำโอ้อวดล่วงหน้าทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยได้ชัยต่ออียิปต์เลย

19:25   “เราได้จัดไว้นานแล้ว… ณ บัดนี้ เราให้เป็นไปแล้ว”(t I determined it long ago?…what now I bring to pass            ) = เราได้บัญชาไว้…บัดนี้เราก็ทำให้เป็นไปตามนั้น

= พระเจ้าแห่งอิสราเอลเป็นพระเจ้าผู้ครอบครองเหนือชนทุกชาติและประวัติศาสตร์

-อัสซีเรียเชื่อว่าพวกเขาได้รับชัยชนะเพราะความเก่งกล้าเกรียงไกรทางการทหารของพวกเขาเอง แต่อิสยาห์กล่าวว่า พระเจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่กำหนดชัยชนะเหล่านี้ (อสย.10:5-19;อสค.30:24-26)

19:28   “เราจะเอาขอเราเกี่ยวจมูกเจ้า“ (I will put my hook in your nose) = ที่ยอดเสาโอเบลิสก์ของอัสซีเรีย มีภาพกษัตริย์อัสซีเรีย (อาจเป็นเอสารฮัดโดน ผู้ครองราชย์ 681-669 ก.ค.ศ.) ถือเชือกเกี่ยวจมูกศัตรู 4 คน

-ในที่นี้ อิสยาห์สื่อว่าเป็นสิ่งเดียวกันที่จะเกิดกับเซนนาเคอริบ (อสย.37:29;อสค.38:4;อมส.4:2)

19:29   “ปีนี้เจ้าจะกินสิ่งที่งอกขึ้นเอง” ( this year eat what grows of itself) = ดูเหมือนเซนนาเคอริบ จะทำลายหรือริบพืชผลทั้งหมดซึ่งหว่านในฤดูใบไม้ร่วงของปีที่ผ่านมา ประชาชนจะมีเพียงพืชชุดที่ 2 ซึ่งงอกจากเมล็ดพันธุ์ที่หลงเหลือจากการเก็บเกี่ยวในปีก่อน (ลนต.25:5)

ดังนั้น เซนนาเคอริบ คงมาถึงยูดาห์ในเดือนมีนาคม หรือเมษายน ในช่วงการเก็บเกี่ยว

“ในปีที่สองสิ่งที่ผลิจากเดิม” (in the second year what springs of the same) = ปีที่ 2 ก็จะกินพืชพันธุ์ที่ออกผลตามมา
= เซนานาเคอริบ จะจากไปในปลายฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม) ซึ่งสายเกินกว่าที่จะปลูกพืชพันธุ์ใหม่สำหรับปีถัดไป

-ในยูดาห์ พืชจะหว่านกันในเดือนกันยายน – ตุลาคม

“ในปีที่ 3 จงหว่านและเกี่ยว” (in the third year sow and reap) = หว่านและเกี่ยวเก็บผลได้ตามเวลาปกติในปีถัดไป ปีที่ 3 น่าจะหมายถึงปีที่ 3 ของการเก็บเกี่ยวซึ่งได้รับความเสียหายจากพวกอัสซีเรีย

19:30-31 “คนที่เหลืออยู่…” (the surviving) ข.4

= ดูการเปรียบเทียบของคนที่เหลืออยู่ “หยิบมือหนึ่ง” กับผู้ที่จะมีส่วนในแผนการช่วยกู้ของพระเจ้าในอนาคต (อสย.11:11,6;28:5;มคา.4:7;รม.11:5)

19:32   “เขาจะไม่เข้าในเมืองนี้” (He shall not come into this city) = เซนนาเคอริบ ที่เวลานั้นอยู่ที่ ลิบนาห์     (ข.8;8:22) ไม่สามารถทำตามคำที่ขู่ต่อเยรูซาเล็มได้ (18:13)

19:34   “…เห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา” (… my servant David) 1พกษ.11:13

19:35   “ทูตของพระยาห์เวห์” (angel of the Lord) –ปฐก.16:7

“185,000 คน” (185,000           ) –อสย.37:36

19:36   “กรุงนีนะเวห์” ( Nineveh)= เมืองหลวงของมหาอำนาจอัสซีเรีย

19:37   “อัดรัมเมเลคและชาเรเซอร์” (Adrammelech and Sharezer) = ราชโอรสของเซนนาเคอริบ

-บันทึกโบราณเปิดเผยว่า เซนนาเคอริบ ถูกสังหารในปีที่ 23 ของรัชกาลของเขา

“เอสารฮัดโดน” (Esarhaddon) = โอรสของเซนนาเคอริบ ขึ้นครองราชย์แทน (681-669 ก.ค.ศ.)

-ในประวัติศาสตร์อัสซีเรียจารึกว่า บรรดาบุตรของเซนนาเคอริบ ต่างแก่งแย่งอำนาจและสิทธิ์ในการสืบทอดบัลลังก์ การแต่งตั้งเอสารฮัดโดน เป็นรัชทายาทอาจทำให้อัดรัมเมเลคและชาเรเซอร์ ก่อการกบฎแต่ไม่สำเร็จ

 

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยทุกข์ระทมใจอย่างหนักในชีวิตบ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร? แล้วคุณทำอย่างไร?
  2. ในยามที่คุณเผชิญกับภาวะวิกฤตชีวิตเช่นนั้น ใครคือบุคคลที่คุณคิดถึงหรือเข้าหาเป็นคนแรก? ทำไม? และขอให้เขาทำอะไร?
  3. คุณคิดว่า “การอธิษฐาน” มีความสำคัญอย่างไรต่อสถานการณ์ยากลำบากในชีวิตของคุณ? คุณเคยมีประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนที่เกี่ยวข้องกับการอธิษฐานบ้างหรือไม่? อย่างไร?
  4. พระเจ้าเคยช่วยคุณผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ บ้างหรือไม่? พระองค์ทรงกระทำอะไร และอย่างไร?
  5. คุณเคยเจ็บปวดเพราะคำสบประมาทหรือคำเยาะเย้ย ถากถางให้อับอายอย่างมากที่สุดหรือไม่? โดยใคร และอย่างไร? แล้วคุณรับมืออย่างไร?
  6. การที่คุณรู้ว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้กำหนดและวางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่งผลอะไรต่อจิตใจ การงาน และชีวิตของคุณบ้าง?
  7. คุณเคยเห็นหรือประสบการณ์กับการที่พระเจ้าจัดการกับศัตรูของคุณ(ที่ลบหลู่พระเจ้า) บ้างหรือไม่? อย่างไร?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.