ส.ค. 202014
 

มีวาระสำหรับทุกสิ่ง

พระธรรม        ปัญญาจารย์ 3:1-22

อ้างอิง            ปญจ.1:3,9,13;2:3,7,14,24;3:1;11,17;5:7;6:10;7:18;8:6,12-13;11:9;12:7,14

บทนำ            ชีวิตก็เหมือนฤดูกาล ที่มีการเปลี่ยนแปลง และการหมุนเวียนกลับไปกลับมาเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลา ชีวิตจึงไม่เที่ยงแท้แน่นอน ! วันนี้ คุณจะทำอะไรบ้าง ที่จะส่งผลที่เที่ยงแท้จากชีวิตไม่เที่ยงแท้ที่คุณกำลังดำเนินอยู่ อย่างมีความสุขเปรมปรีดิ์?

 บทเรียน

 3:1 “มี​ฤดูกาล​สำหรับ​ทุกสิ่ง และ​มี​วาระ​สำหรับ​เรื่องราว​ทุกอย่าง​ภายใต้​ฟ้าสวรรค์”

     (For everything there is a season, and a time for every matter under heaven)

3:2 “มี​วาระ​ให้​กำเนิด และ​วาระ​ตาย มี​วาระ​เพาะปลูก และ​วาระ​ถอน​สิ่ง​ที่​ปลูก​ทิ้ง”

     (a time to be born, and a time to die; a time to plant, and a time to pluck up what is planted;)

3:3 “มี​วาระ​ฆ่า และ​วาระ​รักษา​ให้​หาย มี​วาระ​รื้อ​ทลาย​ลง และ​วาระ​ก่อสร้าง​ขึ้น”

    (a time to kill, and a time to heal; a time to break down, and a time to build up;)

3:4 “มี​วาระ​ร้องไห้ และ​วาระ​หัวเราะ มี​วาระ​ไว้ทุกข์ และ​วาระ​เต้นรำ”

    (a time to weep, and a time to laugh; a time to mourn, and a time to dance;)

3:5 “มี​วาระ​โยน​หิน​ทิ้ง และ​วาระ​เก็บ​รวบรวม​หิน มี​วาระ​สวมกอด และ​วาระ​งดเว้น​การ​สวมกอด”

     (a time to cast away stones, and a time to gather stones together; a time to embrace, and a time to refrain from embracing;)

3:6 “มี​วาระ​แสวงหา และ​วาระ​ทำหาย มี​วาระ​เก็บ​รักษา​ไว้ และ​วาระ​โยนทิ้ง​ไป”

      (a time to seek, and a time to lose; a time to keep, and a time to cast away;)

3:7 “มี​วาระ​ฉีกขาด และ​วาระ​เย็บ มี​วาระ​นิ่งเงียบ และ​วาระ​พูด”

    (a time to tear, and a time to sew; a time to keep silence, and a time to speak;)

3:8 “มี​วาระ​รัก และ​วาระ​เกลียด มี​วาระ​สงคราม และ​วาระ​สันติ”

     (a time to love, and a time to hate; a time for war, and a time for peace.)

3:9 “คน​งาน​ได้​ผลประโยชน์​อะไร​จาก​การ​ตรากตรำ​ของ​เขา 

       (What gain has the worker from his toil? )

3:10 “ข้าพเจ้า​เห็น​ภารกิจ​ซึ่ง​พระเจ้า​ประทาน​ให้​มนุษย์ ก็เพื่อ​ให้​พวกเขา​สาละวน​อยู่​กับ​ภารกิจ​นั้น”

      (I have seen the business that God has given to the children of man to be busy with. )

3:11 “พระองค์​ทรง​กระทำ​ให้​สรรพสิ่ง​งดงาม​ตาม​วาระ​ของ​มัน พระองค์​ทรง​บรรจุ​นิรันดร์กาล​ไว้​ใน​จิตใจ​มนุษย์​ด้วย แต่​มนุษย์​ยัง​ค้น​ไม่​พบ​ว่า พระเจ้า​ทรง​กระทำ​อะไร​ไว้​ตั้งแต่​ปฐมกาล​จน​กาล​สุดท้าย”

        (He has made everything beautiful in its time. Also, he has put eternity into man’s heart, yet so  that he cannot find out what God has done from the beginning to the end. )

3:12 “ข้าพเจ้า​ทราบ​แล้ว​ว่า สำหรับ​เขา​ไม่มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า​เปรมปรีดิ์ และ​ร่าเริง​ตลอดชีวิต​ของ​เขา”

      (I perceived that there is nothing better for them than to be joyful and to do good as long as they  live; )

3:13 “ยิ่ง​ไป​กว่า​นั้น ของประทาน​จาก​พระเจ้า​แก่​มนุษย์​คือ ให้​มนุษย์​ได้​กิน​ดื่ม​และ​ชื่นชม​ผล​ทั้งหมด​จาก​การ​ตรากตรำ​ของ​เขา”

       (also that everyone should eat and drink and take pleasure in all his toil—this is God’s gift to  man.)

3:14 “ข้าพเจ้า​ทราบ​ว่า​สารพัด​ที่​พระเจ้า​ทรง​กระทำ​ก็​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์ จะ​เพิ่ม​เติม​อะไร​เข้า​ไป​อีก​ก็​ไม่ได้ หรือ​จะ​หัก​อะไร​ออก​เสีย​ก็​ไม่ได้ พระเจ้า​ทรง​กระทำ​เช่น​นั้น เพื่อ​ให้​คน​ทั้งหลาย​มี​ความ​ยำเกรง​เฉพาะพระพักตร์​พระองค์ 

      (I perceived that whatever God does endures forever; nothing can be added to it, nor anything  taken from it. God has done it, so that people fear before him.)

3:15 “อะไรๆ ซึ่ง​เป็น​อยู่​ใน​ปัจจุบัน​ก็​เป็น​อยู่​นาน​มา​แล้ว อะไรๆ ที่​เป็น​มา​ก็​เคย​เป็น​อยู่​นาน​มา​แล้ว และ​พระเจ้า​ทรง​ทำ​สิ่ง​เดิม​ซ้ำ​อีก”

      (That which is, already has been; that which is to be, already has been; and God seeks what  has been driven away.)

3:16 “ยิ่งกว่านั้นอีก ที่​ภายใต้​ดวงอาทิตย์​ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า ใน​ที่​ของ​ความ​ยุติธรรม​มี​ความ​อธรรม​อยู่​ด้วย และ​ใน​ที่​ของ​ความ​ชอบธรรม​มี​ความ​อธรรม​อยู่​ด้วย”

        (Moreover, I saw under the sun that in the place of justice, even there was wickedness, and in the place of righteousness, even there was wickedness. )

3:17 “ข้าพเจ้า​รำพึง​ใน​ใจ​ว่า พระเจ้า​จะ​ทรง​พิพากษา​คน​ชอบธรรม​และ​คน​อธรรม เพราะ​มี​กาล​กำหนด​ไว้​สำหรับ​ทุก​เรื่อง และ​สำหรับ​การงาน​ทุกอย่าง”

      (I said in my heart, God will judge the righteous and the wicked, for there is a time for every  matter and for every work. )

3:18 “ข้าพเจ้า​รำพึง​ใน​ใจ​เกี่ยวกับ​บรรดา​มนุษย์​ว่า พระเจ้า​ทรง​ทดสอบ​พวกเขา​เพื่อ​จะ​สำแดง​ว่า พวกเขา​เป็น​เพียง​สัตว์”

      (I said in my heart with regard to the children of man that God is testing them that they may see  that they themselves are but beasts.)

3:19 “เพราะ​ว่า​เคราะห์​ของ​บรรดา​มนุษย์​กับ​เคราะห์​ของ​สัตว์​นั้น​เหมือนกัน ฝ่าย​หนึ่ง​ตาย อีก​ฝ่าย​หนึ่ง​ก็​ตาย​เหมือนกัน ทั้งสอง​มี​ลมหายใจ​อย่างเดียวกัน และ​มนุษย์​ไม่มี​อะไร​ดี​กว่า​สัตว์ เพราะ​สารพัด​ก็​อนิจจัง”

      (For what happens to the children of man and what happens to the beasts is the same; as one  dies, so dies the other. They all have the same breath, and man has no advantage over the            beasts, for all is vanity.)

3:20 “ทุกอย่าง​ไป​สู่​ที่​เดียวกัน ทุกอย่าง​เป็น​มา​จาก​ผงคลีดิน และ​ทุกอย่าง​กลับ​เป็น​ผงคลีดิน​อีก”

                (All go to one place. All are from the dust, and to dust all return.)

3:21 “ใคร​จะ​รู้​ได้​ว่า​ วิญญาณ​ของ​มนุษย์​ไป​สู่​เบื้องบน และ​วิญญาณ​ของ​สัตว์​ลงไป​สู่​แผ่นดิน​โลก?

         (Who knows whether the spirit of man goes upward and the spirit of the beast goes down into  the earth?)

3:22 “เพราะฉะนั้น​ ข้าพเจ้า​จึง​เห็น​ว่า ไม่มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า​ที่​มนุษย์​จะ​เปรมปรีดิ์​ใน​การงาน​ของ​ตน เพราะ​ว่า​นั่น​เป็น​รางวัล​ของ​เขา ใคร​จะ​นำ​เขา​ให้​เห็น​ว่า​อะไร​จะ​เป็น​มา​ภายหลัง​เขา?

       (So I saw that there is nothing better than that a man should rejoice in his work, for that is his  lot. Who can bring him to see what will be after him?)

ข้อมูลมีประโยชน์

3:1-22  -พระธรรมตอนนี้ สื่อให้เห็นว่า มนุษย์ไม่สามารถควบคุมฤดูกาลหรือเวลาและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้หรือ หากทำได้ก็ทำได้เพียงแค่เล็กน้อย มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงครอบครองเหนือทุกสิ่ง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้านิรันดร์ผู้กำหนดทุกสิ่ง รวมทั้งทุกกิจกรรมในชีวิตของมนุษย์ และธรรมชาติ

3:1       “ภายใต้ฟ้าสวรรค์” (under heaven) -1:3;8:6

3:2       “มีวาระ” (a time) = มีเวลาที่พระเจ้าเป็นผู้กำหนด (สดด.31:15;สภษ.16:1-9)

  “วาระถอนสิ่งที่ปลูกทิ้ง” (a time to pluck up what is planted) –อสย.28:24

3:3       “มีวาระฆ่า” (a time to kill) –ฉธบ.5:17

3:7       “มีวาระนิ่งเงียบ” (a time to keep silence) –อสธ.4:14

3:9       “คนงานได้ผลประโยชน์อะไรจากการตรากตรำของเขา”(What gain has the worker from his toil?)

          “ผลประโยชน์”  = กำไร ;ปญจ.1:3 -ดู.2:17-23

3:10     “ภารกิจซึ่งพระเจ้าประทานให้มนุษย์” (the business that God has given to the children of man)

–ปญจ.1:13

3:11     “พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามวาระของมัน” (He hasmade everything beautiful in its time) –ปญจ.3:1

                   “แต่มนุษย์ยังค้นไม่พบ” (that he cannot find out)

= ไม่สามารถหยั่งรู้ –โยบ 11:7

“พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดท้าย” (God has done from the beginning to the end            ) –โยบ 28:23;รม.11:33

= สิ่งที่พระเจ้ากระทำตั้งแต่ต้นจนจบ

= โลกที่สวยงามน่าพิศวงของพระเจ้านี้ ใหญ่โตเกินเหลือที่จะเข้าใจได้หมด แต่ความอิ่มเอมใจของโลกนี้เล็กน้อยเกินไป เราถูกสร้างขึ้นสำหรับชีวิตนิรันดร์ สิ่งต่าง ๆ ภายใต้กาลเวลาจึงไม่อาจเติมจิตใจของเราได้อย่างเต็มอิ่มและถาวร

3:12-13            = เป็นบทสรุปของพระธรรมเล่มนี้ว่า คนของพระเจ้าจะพบความหมายของชีวิตก็ต่อเมื่อ เขายอมรับชีวิตด้วยความยินดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า

3:12     “เปรมปรีดิ์และร่าเริง” (to be joyful and to do good) = แปลได้อีกว่า “…และทำสิ่งดี”

3:13     “ควรกินดื่ม” (eat and drink)

3:14     “มีความยำเกรงเฉพาะพระพักตร์พระองค์” (so that people fear before him) = สาระโดยสรุปของพระธรรมเล่มนี้ -12:13;โยบ 23:15;ปญจ.5:7;7:18;8:12-13

3:15     “อะไรซึ่งเป็นอยู่ในปัจจุบันก็เป็นอยู่นานมาแล้ว” (That which is, already has been; that which is to be, already has been) –ปญจ.6:10;1:9

3:17     “ทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม” (judge the righteous and the wicked) = ไม่มีใครหนีพ้นการพิพากษาของพระเจ้า (ปท. รม.14:10;2คร.5:10; ปท.วว.20:12-13) ที่ยุติธรรม พระองค์จะพลิกการพิพากษาที่ไม่ยุติธรรมของมนุษย์ (3:16;12:14)

3:18     “พวกเขาเป็นเพียงสัตว์” (they themselves are but beasts) = เป็นเหมือนสัตว์ที่มีอันเป็นไป ไม่ต่างจากสัตว์โดยทั่วไป แต่ต่างกันที่มนุษย์ถูกสร้างให้เผชิญกับสภาพเช่นนี้ และต้องเป็นทุกข์ด้วยความรู้อันเลือนลางเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์ (3:11)

3:19     “มีลมหายใจอย่างเดียวกัน” (l have the same breath) –สดด.104:29-30

3:20     “ทุกอย่างไปสู่ที่เดียวกัน” (All go to one place) = ไม่ใช่สวรรค์ หรือนรก แต่เป็นการกลับไปเป็นธุลีดิน

-ความตายทำให้ทุกชีวิตบนโลก ทั้งมนุษย์ และสัตว์มีความเท่าเทียมกัน (ปฐก.3:19;สดด.103:14)

3:21     “ใครจะรู้ได้ว่า“ (Who knows) -2:19;12:7

มนุษย์ไม่รู้ ทำได้เพียงแค่คาดเดาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ที่มนุษย์เคยได้รับการเปิดเผยบางส่วน (สดด.16:9-11;49:15;73:23-26;อสย.26:19;ดนล.12:2)

จะได้รับการเปิดเผยทั้งหมดจากพระเจ้า (ทางข่าวประเสริฐของพระคริสต์ –2ทธ.1:10;ยน.5:24-29)

3:22     “ไม่มีอะไรดีไปกว่า” (nothing better than)  -ถ้าเราให้การทำงานของเราเป็นเป้าหมายชีวิตอันสูงสุด สิ่งนั้นก็จะอนิจจัง (4:4;9:9) เพราะงานจะมีความหมายและคุณค่ายั่งยืนก็ต่อเมื่อเรายอมรับว่า งานนั้นเป็นของขวัญมาจากพระเจ้า (3:13-14)

คำถามนำอภิปราย

  1. การที่คุณพบว่า มีฤดูกาลและวาระสำหรับทุกเรื่องราว ส่งผลต่อวิถีคิด และวิถีชีวิตของคุณอย่างไรบ้าง?
  2. คุณกำลังอยู่ในวาระใดของชีวิต (ตามปัญญาจารย์ 3:1-8)? และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร?
  3. เวลานี้คุณได้รับผลประโยชน์อย่างคุ้มค่าน่าพอใจกับการตรากตรำในชีวิตของคุณหรือไม่? อย่างไร?
  4. คุณมองเห็น หรือพบความงดงามอะไรบ้าง ในชีวิตของคุณเอง และในชีวิตของคนรอบตัวคุณ? (แบ่งปัน)
  5. เวลานี้ คุณเปรมปรีดิ์และร่าเริงกับชีวิตของคุณอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่? อย่างไร? และคุณจะปรับเปลี่ยนอะไรบ้างหรือไม่?
  6. การที่คุณทราบว่า สิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้แล้วจะเพิ่มจะลดหรือจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร?
  7. การที่คุณทราบว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรมในบั้นปลาย ทำให้คุณระมัดระวังในการทำงานและการประพฤติตนในชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้างหรือไม่?
  8. วันนี้คุณจะทำอะไรบ้างที่จะทำให้

…..1. คุณเปรมปรีดิ์ในการงาน และ

…..2. คุณร่าเริงในการดำรงชีวิตของคุณ?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.