ปัญญาจารย์ บทเรียนที่ 7

ยามดีและยามร้าย

พระธรรม        ปัญญาจารย์ 7:1-29

อ้างอิง           สภษ.30:10;22:1,14;20:9;15:31-32;14:13,29;13:18;11:19;8:14;7:23;2:16-19;5:3-5;ปญจ.1:1,15,17; 2:13-14,24;3:14;8:12-14;11:7

บทนำ           เราไม่ควรดำเนินชีวิตแบบสุดโต่ง เราต้องรู้จักปล่อยวางในเรื่องที่ควรปล่อยวาง แต่ต้องไม่หย่อนยานในหลักการ และรู้จักสำรวจดูตัวเองว่า เราดีกว่าผู้อื่นอย่างที่เราคิดจริง ๆ หรือไม่ !

เราต้องระมัดระวังกับดักในชีวิต เราต้องเที่ยงธรรมซื่อตรงในทางของพระเจ้าตลอดชีวิตของเรา!

บทเรียน

7:1 “ชื่อเสียง​ดี​ก็​ดี​กว่า​น้ำมันหอม​อย่าง​ดี และ​วันตาย​ก็​ดี​กว่า​วันเกิด”

         (A good name is better than precious ointment,and the day of death than the day of birth.)

7:2 “ไป​ยัง​เรือน​ที่​มี​การ​คร่ำครวญ ก็​ดี​กว่า​ไป​ยัง​เรือน​ที่​มี​การ​เลี้ยงกัน เพราะ​นั่น​เป็น​วาระสุดท้าย​ของ​มนุษย์​ทุก​คน และ​ผู้​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​จะ​เอา​เหตุการณ์​นั้น​ใส่​ไว้​ใน​ใจ”

     (It is better to go to the house of mourningthan to go to the house of feasting,for this is  the end of all mankind,and the living will lay it to heart.)

7:3 “ความ​โศกเศร้า​ก็​ดี​กว่า​การ​หัวเราะ เพราะ​ความ​โศกเศร้า​บน​ใบหน้า​ทำ​ให้​จิตใจ​ยินดี”

           (Sorrow is better than laughter,for by sadness of face the heart is made glad.)

7:4 “จิตใจ​ของ​คน​มี​ปัญญา ย่อม​อยู่​ใน​เรือน​ที่​มี​การ​คร่ำครวญ แต่​จิตใจ​ของ​คน​เขลา ย่อม​อยู่​ใน​เรือน​ที่​มี​การ​สนุกสนาน”

       (The heart of the wise is in the house of mourning,but the heart of fools is in the house of mirth.)

7:5 “ฟัง​คำ​ตำหนิ​ของ​คน​ที่​มี​ปัญญา ยัง​ดี​กว่า​ฟัง​เพลง​ของ​คน​เขลา”

       (It is better for a man to hear the rebuke of the wisethan to hear the song of fools.)

7:6 “เสียง​เรียวหนาม​ไหม้​แตก​อยู่​ใต้​หม้อ​อย่างไร เสียง​หัวเราะ​ของ​คน​เขลา​ก็​เป็น​อย่าง​นั้นนี่​ก็​อนิจจัง​ด้วย”

       (For as the crackling of thorns under a pot,so is the laughter of the fools;this also is vanity.)

7:7 “แท้จริง​การ​กดขี่​ข่มเหง​ทำ​ให้​ผู้​มี​ปัญญา​โง่​ไป และ​สินบน​ก็​ทำลาย​สามัญสำนึก​เสีย”

       (Surely oppression drives the wise into madness,and a bribe corrupts the heart.)

7:8 “เบื้องปลาย​ของ​สิ่งใดๆ ก็​ดี​กว่า​เบื้องต้น​ของ​สิ่งนั้นๆ จิตใจ​ที่​อดกลั้น​ก็​ดี​กว่า​จิตใจ​ที่​อหังการ”

(Better is the end of a thing than its beginning,and the patient in spirit is better than the proud inspirit.)

7:9 “อย่า​ให้​จิตใจ​ของ​เจ้า​โกรธ​เร็ว เพราะ​ความ​โกรธ​ฝัง​อยู่​ใน​ทรวงอก​ของ​คน​เขลา”

       (Be not quick in your spirit to become angry,for anger lodges in the heart of fools.)

7:10 “อย่า​ว่า “ทำไม​อดีต​ดี​กว่า​ปัจจุบัน?” เพราะ​ที่​เจ้า​ถาม​เช่นนั้น​ไม่ได้​ถาม​ด้วย​ใช้​ปัญญา”

       (Say not, “Why were the former days better than these?”For it is not from wisdom that you ask this.)

7:11 “ปัญญา​ดี​กว่า​มรดก และ​เป็น​ประโยชน์​แก่​คน​ที่​ได้​เห็น​ดวงตะวัน”

       (Wisdom is good with an inheritance,an advantage to those who see the sun.)

7:12 “เพราะ​ว่า ปัญญา​เป็น​เครื่องป้องกัน​เช่น​เดียว​กับ​ที่​เงิน​เป็น​เครื่องป้องกัน แต่​ประโยชน์​ของ​ความ​เข้าใจ​คือ ปัญญา​ให้​ชีวิต​แก่​ผู้​เป็น​เจ้าของ​ปัญญา​นั้น”

         (For the protection of wisdom is like the protection of money,and the advantage of knowledge is  that wisdom preserves the life of him who has it.)

7:13 “จง​พิจารณา​พระราชกิจ​ของ​พระเจ้า สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​คด ใคร​จะ​เหยียด​ให้​ตรง​ได้​เล่า?”

           (Consider the work of God:who can make straight what he has made crooked?)

7:14 “ใน​เวลา​ที่​ได้​รับ​สิ่ง​ดีๆ ก็​จง​ชื่นชม​ยินดี แต่​ใน​เวลา​ที่​ได้​รับ​สิ่งร้ายๆ ก็​จง​พินิจ​พิจารณา พระเจ้า​ทรง​บันดาล​ให้​มี​ทั้งสอง​อย่าง เพื่อ​มนุษย์​จะ​ค้น​ไม่​พบ​ว่า เมื่อ​เขา​ล่วง​ไป​แล้ว​จะ​มี​อะไร​ตาม​เขา​มา​ใน​ภายหลัง”

        (In the day of prosperity be joyful, and in the day of adversity consider: God has made the one   as well as the other, so that man may not find out anything that will be after him.)

7:15 “ข้าพเจ้า​เห็น​สิ่งเหล่านี้​ทั้งสิ้น​ใน​ชีวิต​อนิจจัง​ของ​ข้าพเจ้า​คือ มี​คน​ชอบธรรม​พินาศ​ใน​ความ​ชอบธรรม​ของ​เขาและ​มี​คน​อธรรม​มี​ชีวิต​ยืนยาว​ใน​การ​อธรรม​ของ​เขา 

           (In my vain life I have seen everything. There is a righteous man who perishes in his righteousness,   and there is a wicked man who prolongs his life in his evildoing. )

7:16 “อย่า​ทำ​ตัว​ชอบธรรม​เกินไป และ​อย่า​อวด​ฉลาด เหตุใด​เจ้า​จะ​ทำลาย​ตัวเอง​เสีย​เล่า?” 

        (Be not overly righteous, and do not make yourself too wise. Why should you destroy yourself? )

7:17 “อย่า​อธรรม​เกินไป และ​อย่า​ทำ​ตัว​เป็น​คน​เขลา ทำไม​เจ้า​จะ​ไป​ตาย​ก่อน​เวลา​ของ​เจ้า​เล่า?”

         (Be not overly wicked, neither be a fool. Why should you die before your time? )

7:18 “เป็น​การ​ดี​ที่​เจ้า​จะ​ยึดถือ​คำเตือน​นี้​ไว้ เออ และ​ไม่​ปล่อย​มือ​จาก​อีก​คำเตือน​หนึ่ง เพราะว่า​ผู้​เกรงกลัว​พระเจ้า​จะ​ พ้น​จาก​ทั้งสอง​เรื่อง”

        (It is good that you should take hold of this, and from that withhold not your hand, for the one who  fears God shall come out from both of them.)

7:19 “ปัญญา​ให้​กำลัง​แก่​คน​มี​ปัญญา มาก​กว่า​ผู้ครอบครอง​สิบ​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง”

       ( Wisdom gives strength to the wise man more than ten rulers who are in a city.)

7:20 “แน่​ทีเดียว​ไม่มี​คน​ชอบธรรม​สัก​คน​เดียว​บน​แผ่นดิน​โลก ที่​ทำ​แต่​ความ​ดี และ​ไม่​เคย​ทำ​บาป​เลย”

         (Surely there is not a righteous man on earth who does good and never sins.)

7:21 “อย่า​สนใจ​ฟัง​ทุก​ถ้อยคำ​ที่​คน​กล่าว เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่ได้ยิน​ทาส​ของ​เจ้า​แช่งด่า​เจ้า 

       (Do not take to heart all the things that people say, lest you hear your servant cursing you.)

7:22 “เพราะ​เจ้า​ก็​รู้​อยู่​แก่​ใจ​ของ​เจ้า​ว่า ตัว​เจ้า​เอง​ได้​แช่งด่า​คน​อื่น​หลาย​ครั้ง​เหมือนกัน”

       (Your heart knows that many times you yourself have cursed others.)

7:23 “ข้าพเจ้า​พิสูจน์​ทั้งหมด​นี้​ด้วย​ใช้​ปัญญา ข้าพเจ้า​กล่าว​ว่า “ข้าพเจ้า​จะ​มี​ปัญญา” แต่​ปัญญา​นั้น​กลับ​อยู่​ห่างไกล​จาก​ข้าพเจ้า 

     (All this I have tested by wisdom. I said, “I will be wise,” but it was far from me. )

7:24 “สิ่ง​ที่​เป็น​อยู่​ก็​อยู่​ไกล และ​ลึก​ล้ำ​เหลือเกิน ใคร​จะ​ค้นพบ​ได้?” 

     (That which has been is far off, and deep, very deep; who can find it out?)

7:25 “ข้าพเจ้า​ตั้งใจ​หันกลับมา​เรียน​รู้ สำรวจ​และ​แสวงหา​ปัญญา และ​ต้นเหตุ​ของ​สิ่ง​ต่างๆ และ​เรียนรู้​ความ​อธรรมความ​โง่ ความ​เขลา และ​ความ​บ้าบอ” 

        ( I turned my heart to know and to search out and to seek wisdom and the scheme of things, and  to know the wickedness of folly and the foolishness that is madness.)

7:26 “ข้าพเจ้า​ได้​พบ​อีก​สิ่ง​หนึ่ง​ซึ่ง​ขมขื่น​ยิ่งกว่า​ความ​ตาย​คือ ผู้หญิง​ซึ่ง​มี​ใจ​เป็น​บ่วงแร้ว​และ​ตาข่าย มือ​ของ​นาง​เป็น​โซ่ตรวน คน​ที่​พระเจ้า​พอพระทัย​จะ​หนี​พ้น​นาง แต่​คนบาป​จะ​ถูก​ผู้หญิง​คน​นั้น​จับ​เอา​ไป” 

        (And I find something more bitter than death: the woman whose heart is snares and nets, and   whose hands are fetters. He who pleases God escapes her, but the sinner is taken by her. )

7:27 “ปัญญาจารย์​กล่าว​ว่า ดูเถิด ข้าพเจ้า​พบ​ดัง​ต่อไปนี้ เมื่อ​เอา​สิ่ง​หนึ่ง​มา​เพิ่ม​เข้า​ไป​ใน​อีก​สิ่ง​หนึ่ง​จะ​ได้​ข้อ​สรุป” 

           (Behold, this is what I found, says the Preacher, while adding one thing to another to find the   scheme of things)

7:28 “สิ่ง​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​ทุ่มตัว​หา​แล้ว​หา​อีก แต่​ข้าพเจ้า​หา​ไม่​พบ​คือ ใน​มนุษย์​พัน​คน​จะ​พบ​แต่​เพียง​คน​เดียว และ​คน​เดียว​ที่​พบ​นั้น​ไม่​เคย​เป็น​ผู้หญิง​เลย” 

          (which my soul has sought repeatedly, but I have not found. One man among a thousand I found,   but a woman among all these I have not found. )

7:29 “ดูเถิด สิ่ง​เดียว​ที่​ข้าพเจ้า​พบ​คือ พระเจ้า​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ให้​เป็น​คน​เที่ยงธรรม แต่​เขาทั้งหลาย​ได้​ค้นคว้า​กลอุบาย​ต่างๆ ออก​มา”

           (See, this alone I found, that God made man upright, but they have sought out many schemes.)

ข้อมูลมีประโยชน์

7:1       “ชื่อเสียงดีก็ดีว่าน้ำมันหอมอย่างดี” (A good name is better than precious ointment) = มีค่ามากกว่าน้ำมันหอมราคาแพง –สภษ.22:1;พซม.1:3

“วันตายก็ดีกว่าวันเกิด” (the day of death than the day of birth) –2คร.5:1-10;ฟป.1:21-23 –แม้จะมีเหตุผลมากมาย แต่ในปัญญจารย์ตอนนี้ มีเหตุผลอธิบายไว้ใน ข้อ 2-6 นั่นคือ ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นให้บทเรียนแก่เราน้อยกว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์โศกเศร้า หรือความยากลำบาก –โยบ 10:18

7:2       “วาระสุดท้ายของมนุษย์ทุกคน” (for this is the end of all mankind) = ความตายเป็นจุดหมายปลายทางของทุกชีวิตบนโลก –สภษ.11:19;ปญจ.2:14

7:3       “ความโศกเศร้าก็ดีกว่าการหัวเราะ” (Sorrow is better than laughter) –สภษ.14:13

7:4       “อยู่ในเรือนที่มีการคร่ำครวญ” (is in the house of mourning) –ปญจ.2:1;ยรม.16:8

7:5       “ฟังคำตำหนิของคนที่มีปัญญา”(to hear the rebuke of the wise) –สภษ.13:18;15:31-32

7:6       “เสียงเรียวหนามไหม้แตกอยู่ใต้หม้อ” ( For as the crackling of thorns under a pot) = เสียงแตกปะทุของหนามในไฟใต้หม้อ –สดด.58:9

“เสียงหัวเราะของคนเขลา” ( the laughter of the fools) = เปรียบเสียงหัวเราะของคนโง่ กับเสียงแตกปะทุของหนามในไฟที่แม้จะดัง แต่อยู่ได้ไม่นาน –สดด.58:9,สภษ.14:13

7:7      “สินบน” (a bribe) –มธ.28:11-15;ลก.22:4-6

7:9       “โกรธเร็ว” (quick in your spirit to become angry) –สภษ.16:32;17:14;1คร.13:4-5;มธ.5:22

“ฝังอยู่ในทรวงอกของคนเขลา” (lodges in the heart of fools) –สภษ.14:29

7:10     “อย่าถาม ‘ทำไมอดีตดีกว่าปัจจุบัน’?”(Say not, “Why were the former days better than these?”)

–สดด.77:5

7:11     “ปัญญาดีกว่ามรดก” (Wisdom is good with an inheritance) –ปญจ.2:13

“เป็นประโยชน์แก่คนที่ได้เห็นดวงตะวัน” (an advantage to those who see the sun) –ปญจ.11:7

7:12     “ปัญญาให้ชีวิตแก่ผู้เป็นเจ้าของปัญญานั้น” (wisdom preserves the life of him who has it) = ปัญญาสงวนชีวิตของผู้ที่มีปัญญานั้น

คำว่า “ให้ชีวิต” ในภาษาฮีบรูยังหมายถึง “ฟื้นฟูชีวิต” ด้วย (ดู สภษ.3:13-18;13:14)

7:13     “จงพิจารณาพระราชกิจของพระเจ้า” (Consider the work of God) –ปญจ.2:24

“สิ่งที่พระจ้าทรงทำให้คด ใครจะเหยียดให้ตรงได้เล่า?” ((who can make straight what he has made crooked?)

= คำเตือนว่า มนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนเปลงสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดได้ แต่ไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องโชคชะตาหรือพรหมลิขิต

7:14     “พระเจ้าทรงบันดาลให้มีทั้งสองอย่าง” (God has made the one as well as the other) = พระเจ้าทรงบันดาลให้มีทั้งยามดีและยามร้าย   –ปท. รม.8:28-29;โยบ 1:21;ปญจ.2:24

7:15     “ในชีวิตอิจจัง” (In my vain life   ) โยบ 7:7

“มีคนชอบธรรมพินาศในความชอบธรรมของเขา” (There is a righteous man who perishes in his righteousness) = ความชอบธรรมไม่ได้ปกป้องมนุษย์จากความยากลำบากหรือการเสียชีวิต(ที่ดูเหมือน)ก่อนเวลาเสมอไป

“มีคนอธรรมมีชีวิตยืนยาวในการอธรรมของเขา” (there is a wicked man who prolongs his life in his evildoing) = บางทีคนชั่วร้ายกลับอายุยืน –โยบ 21:7;ปญจ.8:12-14;ยรม.12:1

7:16    “อย่าทำตัวชอบธรรมเกินไป และอย่าอวดฉลาด” ( not overly righteousand do not make yourself too wise) = ถ้าความชอบธรรมและปัญญาที่ แท้จริงยังไม่สามารถป้องกันความพินาศได้เสมอไป ความชอบธรรม และปัญญาแบบเคร่งครัดสุดโต่งย่อมช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน

7:17     “อย่าอธรรมเกินไป” (not overly wicked) = อย่าชั่วร้ายเกินไป ความชั่วร้ายแบบสุดโต่งก็ยิ่งโง่เขลากว่านั้นอีกมากมาย

“ทำไมเจ้าจะไปตายก่อนเวลาของเจ้าเล่า?” (Why should you die before your time?) = เรื่องอะไรจะต้องไปตายก่อนกำหนด –โยบ 15:32

7:18     “คำเตือนนี้…อีกคำเตือนหนึ่ง” (should take hold of this… that withhold not your hand) = ผู้ที่       ยำเกรงพระเจ้าจะหลีกเลี่ยงความสุดโต่งต่อคำเตือนทั้ง 2 ด้าน ต้องไม่ยึดถือพระบัญญัติมากเกินไป และต้องไม่ทำอะไรตามใจชอบโดยไม่สนใจกฎบัญญัติ

= ผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าต้องใช้ชีวิตอย่างสมดุล คือ ทั้งชอบธรรมและมีปัญญา (ปท.รม.6:14)

“พ้นจากทั้งสองเรื่อง” (come out from both of them) = หลีกเลี่ยงเรื่องสุดโต่งทั้งหมดไปได้ –ปญจ.3:14

7:19     “ปัญญาให้กำลังแก่คนมีปัญญา” (Wisdom gives strength to the wise man) = สติปัญญาทำให้คนฉลาดมีอำนาจ –ปญจ.2:13;สภษ.8:14

7:20     “ไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียวบนแผ่นดินโลก” (not a righteous man on earth) = ไม่มีคนสักคนเดียวในโลกนี้ที่ดีพร้อม –รม.3:10-20,23

          “ที่ทำแต่ความดี และไม่เคยทำบาปเลย” (who does good and never sins) –2พศด.6:36;โยบ 4:17;สภษ.20:9;รม.3:12

7:21     “เพื่อเจ้าจะไม่ได้ยิน” (Do not take to heart) –สภษ.30:10

7:23    “ข้าพเจ้าจะมีปัญญา” (I will be wise ) = ข้าพเจ้าตั้งใจจะเป็นคนฉลาด -ปญจ.1:17

7:24     “ใครจะค้นพบได้“ (who can find it) โยบ 28:12-28;1คร.2:9-16

7:25     “ต้นเหตุของสิ่งต่าง ๆ “ (the scheme of things) -โยบ 28:3

“…ความเขลาและความบ้าบอ” (folly and the foolishness that is madness) –ปญจ.1:17

7:26     “ผู้หญิงซึ่งมีใจเป็นบ่วงแร้วและตาข่าย” (the woman whose heart is snares and nets ) –อพย.10:7;วนฉ.14:15;สภษ.7:6-27

“แต่คนบาปจะถูกผู้หญิงคนนั้นจับเอาไป”( but the sinner is taken by her)- สภษ.2:16-19;5:3-5;7:23; 22:14

7:27     “ดูเถิด ข้าพเจ้าพบดังต่อไปนี้” (this is what I found) -1:1

          “เมื่อเอาสิ่งหนึ่งมาเพิ่มเข้าไปในอีกสิ่งหนึ่ง จะได้ข้อสรุป” (while adding one thing to another to find the scheme of things) =การนำเอาสิ่งหนึ่งมาปะติดปะต่อกับอีกสิ่งหนึ่งเพื่อหามูลเหตุ

= วิธีหาข้อสรุปแบบนี้ไม่สมบูรณ์ และเราเองก็ไม่สามารถตีความทุกสิ่งที่เราสังเกตุได้ (3:11ข)

= ปัญหาและความเข้าใจของมนุษย์ต้องยอมสยบให้กับความจริงที่ถูกปิดบังไว้

7:28     “ในมนุษย์พันคนจะพบแค่เพียงคนเดียว และคนเดียวที่พบนั้นไม่เคยเป็นผู้หญิงเลย” (    I have not found. One man among a thousand I found, but a woman among all these I have not found) –ใน NIV อธิบายว่า “ข้าพเจ้าพบว่าในพันคน จะมีผู้ชายซื่อตรงคนหนึ่ง แต่ไม่มีผู้หญิงซื่อตรงสักคน” –1พกษ.11:3

= มาจากประสบการณ์ของปัญญาจารย์ ไม่มีพระคัมภีร์ในตอนอื่น ๆ หรือเล่มอื่นที่ยืนยันว่า ผู้หญิงมีศิลธรรมที่ต่ำกว่าผูชาย

7:29     “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นคนเที่ยงธรรม แต่….” ( that God made man upright, but…)

–ปฐก.3:1-6;รม.5:12

 

คำถามนำอภิปราย

  1. ทำไมการมี “ชื่อเสียงดี” จึงมีค่ามากกว่า การมี “น้ำ(มัน)หอมราคาแพง” ?
  2. ทำไม “วันตาย” จึงดีกว่า “วันเกิด” ?
  3. ทำไม “โศกเศร้า” จึงดีกว่า “หัวเราะ” ?
  4. ทำไม “ฟังคำตำหนิของคนฉลาดมีปัญญา” จึงดีกว่า “การฟังคนโง่ร้องเพลงสรรเสริญเยินยอ” ?
  5. ทำไมการรับ “สินบน“ จึงทำลายสามัญสำนึกและทำให้ชีวิตเสื่อมทรามลง? แล้วทำไมคนยังทำอย่างนั้นอยู่?
  6. ทำไม “ตอนจบ” (เบื้องปลาย) จึงดีกว่า “ตอนเริ่ม” (เบื้องต้น)?
  7. ทำไม “ความอดทนอดกลั้น” จึงดีกว่า “ความเย่อหยิ่งจองหอง” (อหังการ)?
  8. ทำไมไม่ควรถามว่า “ทำไมอดีตดีกว่าปัจจุบัน” หรือ “ทำไมสมัยก่อนดีกว่าสมัยนี้”?
  9. การที่คุณเห็น “คนชอบธรรม” พินาศ ทั้ง ๆ ที่ชอบธรรม และ “คนชั่วร้าย(อธรรม)” กลับมีอายุยืน ทั้ง ๆ ที่ชั่วร้าย ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความคิดของคุณอย่างไรบ้าง?
  10. ทำไมเราไม่ควร “ชอบธรรมเกินไป” หรือ “(อวด) ฉลาดเกินไป” ?
  11. คุณได้รับบทเรียนอะไรเป็นพิเศษจากพระธรรมปัญญจารย์บทที่ 7 นี้?

1……………………………………………………………………………………….

2……………………………………………………………………………………….

3……………………………………………………………………………………….

และคุณจะนำบทเรียนเหล่านั้นมาปฏิบัติในชีวิตจริงของคุณอย่างไร?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.