ต.ค. 252009
 

Thongchai25 ตุลาคม 2009

ขอความสุขความยินดีจากพระเจ้ามีแด่ท่าน!

ผมขอบคุณพระเจ้าที่ทุกท่านสามารถมานมัสการพระเจ้าร่วมกันในวันนี้ได้ ขอทุกท่านที่มาคริสตจักร CJ นี้มีความจดจ่ออยู่กับการนมัสการพระเจ้ามากกว่าจดจ่อหรือไขว้เขวไปกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง!

คริสตจักรไม่ได้ประกอบด้วยคนดีสมบูรณ์แบบ 100 % แต่เป็นชุมชนของคนบาปหรือคนที่มีความบกพร่องซึ่งได้รับพระคุณของพระเจ้า ดังนั้น อย่าแปลกใจที่คุณมาโบสถ์แล้วพบกับคนที่ไม่ดีพร้อมจำนวนไม่น้อยซึ่งรวมทั้งตัวของผมเองด้วย!

บางทีที่พระเจ้ายังทรงปล่อยให้คุณต้องเผชิญกับคนที่สร้างความหงุดหงิดหรือความเจ็บปวดให้กับคุณอาจเพราะว่าพระเจ้ากำลังทดสอบตัวของคุณเพื่อจะให้คุณเติบโตขึ้นเมื่อคุณสอบผ่าน! หากคุณยังมีใจขมขื่น หรือเกลียดชังบุคคลใดในขณะที่นมัสการพระเจ้าอยู่ก็แสดงว่าคุณมาโบสถ์โดยไร้ประโยชน์ และคุณกำลังสอบตก!

จงจำไว้ว่า คุณจะนมัสการพระเจ้าหรือบอกว่าคุณรักพระเจ้า ในขณะที่จิตใจของคุณยังเกลียดชังผู้หนึ่งผู้ใดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คุณเรียกเขาว่าเป็นพี่น้องของคุณ! เพราะหากว่าคุณกำลังกระทำเช่นนั้นคุณก็ไม่ได้ “LIGHT NOW!” อย่างที่คุณควรเป็น แต่คุณกำลัง “ร้าย Now!” อย่างที่พระเจ้าไม่ถึงประสงค์

ผู้ใดที่กล่าวว่าตนอยู่ในความสว่าง และยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็ยังอยู่ในความมืด

ผู้ที่รักพี่น้องของตนก็อยู่ในความสว่าง และในความสว่างนั้นไม่มีอะไรที่จะทำให้สะดุด

แต่ผู้ที่เกลียดชังพี่น้องของตนก็อยู่ในความมืด และเดินในความมืดและไม่รู้ว่าตนกำลังไปไหน

เพราะว่าความมืดทำให้ตาของเขาบอดไปเสียแล้ว”   (1ยน.2:9-11)

“ดังนี้แหละ จึงเห็นได้ว่าผู้ใดเป็นบุตรของพระเจ้า และผู้ใดเป็นลูกของมาร

คือว่าผู้ใดที่มิได้ประพฤติชอบ และไม่รักพี่น้องของตน ผู้นั้นก็มิได้มาจากพระเจ้า” (1ยน.3:10)

“นี่เป็นคำสั่งสอนที่ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เริ่มแรก คือให้เราทั้งหลายรักซึ่งกันและกันจงอย่าเป็นเหมือนคาอินที่มาจากมารและได้ฆ่าน้องของตนเอง* และเหตุใดเขาจึงฆ่าน้องก็เพราะการกระทำของเขาชั่วและการกระทำของน้องนั้นชอบธรรม พี่น้องทั้งหลายเอ๋ยอย่าประหลาดใจที่โลกนี้เกลียดชังท่าน เราทั้งหลายรู้ว่า เราได้พ้นจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว* ก็เพราะเรารักพี่น้อง ผู้ใดที่ไม่รัก ผู้นั้นก็ยังอยู่ในความตายผู้ใดที่เกลียดชังพี่น้องของตนผู้นั้นก็เป็นผู้ฆ่าคน และท่านทั้งหลายก็รู้แล้วว่า ผู้ฆ่าคนนั้นไม่มีชีวิตนิรันดร์ดำรงอยู่ในเขาเลย” (1ยน.3:11-15)

“ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง (1ยน.3:18)

ดังนั้น เมื่อพวกเรา(ที่เชื่อในพระเจ้า) มานมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์เช่นนี้ เรามิได้มาชมการแสดงคอนเสิร์ต ไม่ได้มาหาเพื่อนฝูงหรือมาเข้าแก๊งหรือมาหาผลประโยชน์ ไม่ได้มาด้วย  hidden agenda อื่น ๆ แต่เรามาเพื่อแสวงหาและรู้จักกับพระเจ้าให้มากขึ้นเพื่อจะรักและเทิดทูนบูชาพระองค์ผ่านการร้องเพลง การสรรเสริญ  การขอบพระคุณ  การถวาย และการปรนนิบัติรับใช้พระองค์ในด้านต่าง ๆ

และพระองค์มักจะช่วยให้เรารู้จักพระองค์มากขึ้น ผ่านทาง “บุคคล”, “เรื่อง” หรือ “เหตุการณ์” บางอย่างที่สร้างความยุ่งยากลำบากใจแก่คุณ เพื่อให้คุณเรียนรู้ที่จะคิดและเลือกว่าคุณจะเลือกเชื่อฟังและพึ่งพระเจ้าหรือคุณจะทำตามอารมณ์ หรือใจของคุณเอง โดยไม่คำนึงว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นอย่างไร?

และดังที่กล่าวมาแล้วว่า หากคุณมาคริสตจักรแล้วยังเลือกทำตามใจหรืออารมณ์ของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะมาโบสถ์กี่ครั้งหรือกี่ปีแล้วก็ตาม คุณก็ยังคงเป็นคนที่สอบตกซ้ำซากอยู่นั่นเอง!

แต่หากว่าคุณมาคริสตจักรด้วยใจถ่อมและยอมกระทำตามพระวจนะของพระเจ้าตามที่คุณได้อ่าน ได้ยิน  และนำไปปฏิบัติตามด้วยความรักและเชื่อฟัง  คุณก็จะเป็นคนหนึ่งที่สอบผ่านขึ้นสู่ความเติบโตในขึ้นต่อไปแล้ว ซึ่งผมขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ด้วย!

ท้ายนี้ อย่าลืมนโยบายและกฎของ CJ แห่งนี้ นั่นคือ เราไม่สนับสนุนการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือความเป็นศัตรูกันในคริสตจักรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง! ขอจำไว้เสมอว่าคริสตจักร CJ เป็นคริสตจักร ที่ปลอดจากการซุบซิบนินทาว่าร้ายผู้หนึ่งผู้ใดโดยเด็ดขาด! แต่คริสตจักรมีนโยบายให้ทุกคนเชื่อฟังพระบัญญัติและพระบัญชาของพระคริสต์อย่างจริงจัง และจริงใจ นั่นคือ

  1. ให้เรารักซึ่งกันและกันอย่างที่พระคริสต์ทรงรักเรา และทรงยอมตายเพื่อเรา ดังนั้นจงทำคุณให้แก่กันและไม่ยอมทำร้ายกันและกัน
  2. ให้เราประกาศข่าวดีเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าให้ญาติมิตรของเราฟังและเชิญชวนให้พวกเขาได้รับความรอดจากพระเจ้าซึ่งถือว่าเป็นภารกิจเร่งด่วน ซึ่งกินเวลา ทรัพยากรและพลังงานมากจนไม่มีเวลาเหลือสำหรับการคิดเล็กคิดน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองหาความผิดพลาดหรือ ความบกพร่องของผู้หนึ่งผู้ใดแต่หากว่าเราได้พบเห็นการกระทำที่ผิดบาปในตัวผู้ใดต่อหน้าต่อตาของเราก็ขอให้เราสำรวจตัวเองแล้วเข้าไปเตือนสติบุคคลนั้นด้วยความรัก และด้วยความเป็นมิตร โดยใช้สติปัญญาและวาจาที่ประกอบด้วยเมตตาคุณไม่ใช่ด้วยท่าทีว่าเราบริสุทธิ์หรือดีกว่าเขา โดย   “จงให้วาจาของท่านประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุงด้วยเกลือให้มีรส เพื่อท่านจะได้รู้จักตอบให้จุใจแก่ทุกคน” (คส.4:6)

หวังว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป คริสตจักร CJ ของเราจะเป็น Church of Joy ที่เด่นชัดขึ้น จนเต็มไปด้วยเสียงสรรเสริญ และขอบคุณพระเจ้าอย่างเซ็งแซ่อย่างแท้จริง! ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรท่านที่มาวันนี้โดยถ้วนหน้า และอย่าลืมพาญาติมิตรที่แสวงหาพระเจ้ากลับมานมัสการร่วมกันในวันอาทิตย์หน้า (1 พย.) ซึ่งผมจะเป็นผู้แบ่งปันพระวจนะของพระเจ้านะครับ!

ด้วยรัก

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

(ในนามของคณะผู้อภิบาล)

 Posted by at 9:09 am

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)