ปัญญาจารย์ บทเรียนที่ 12

ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า

พระธรรม        ปัญญาจารย์ 12:1-14

อ้างอิง            ปญจ.11:8;3:17,21;1:1-2,18;1ซมอ.12:24;2ซมอ.19:35;สดด.146:4;1พกษ.4:32;19:9;ยรม.25:10;9:17; อพย.20:20;อมส.5:16;โยบ 10:21;19:29;20:8;23:15;อสร.9:8;โยบ 6:25;ปฐก.2:7

บทนำ           ชีวิตที่ไร้พระเจ้าย่อมไร้คำตอบ ไร้ความหมาย และจบลงด้วยความอนิจจัง ตามสภาวะที่เสื่อมถอยลงตามวัยอย่างไม่มีทางขัดขืนได้ ชีวิตที่มีพระเจ้า เป็นชีวิตที่มีคำตอบ และมีความหมาย แม้จะเผชิญกับสภาวะไม่พึงปรารถนาตามวัยก็ตาม แต่เป็นชีวิตที่เตรียมตัวเข้าสู่สภาวะนิรันดร์ที่เปี่ยมสุข วันนี้ คุณรู้จักกับพระเจ้าแล้วหรือยัง และคุณกำลังดำเนินชีวิตสมกับที่รู้จักพระองค์แล้วหรือไม่?

บทเรียน

12:1 “จงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างเจ้า เมื่อเจ้ายังหนุ่มยังสาว ก่อนที่วันเลวร้ายจะมาถึง และปีที่ใกล้เข้ามา เมื่อเจ้า​จะกล่าวว่า “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเหล่านั้นเลย

       (Remember also your Creator in the days of your youth, before the evil days come and the years draw near of which you will say, “I have no pleasure in them”; )

12:2 “ก่อนที่ดวงอาทิตย์ แสงสว่าง ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายอับแสง และก่อนที่เมฆจะกลับมาภายหลังฝน” 

       (before the sun and the light and the moon and the stars are darkened and the clouds return   after the rain,)

12:3 “ในกาลเมื่อคนยามเฝ้าเรือนจะตัวสั่น และชายแข็งแรงจะเป็นคนหลังโกง และหญิงโม่แป้งจะเลิกโม่ เพราะจำนวนลดน้อยลง และบรรดาผู้ที่มองผ่านหน้าต่างจะมืดมัว”

       (in the day when the keepers of the house tremble, and the strong men are bent, and the grinders cease because they are few, and those who look through the windows are dimmed, )

12:4 “และประตูคู่ที่เปิดออกถนนจะถูกปิด เมื่อเสียงโม่อ่อยลง และเขาก็ลุกขึ้นเมื่อมีเสียงนกเสียงกา และเสียงเพลง​ก็เพลาลง” 

       (and the doors on the street are shut—when the sound of the grinding is low, and one rises up  at the sound of a bird, and all the daughters of song are brought low— )

12:5 “เออ เขาทั้งหลายกลัวความสูง และสิ่งน่าสยดสยองที่อยู่ในหนทาง ต้นอัลมอนด์มีดอก และตั๊กแตนก็อุ้ยอ้ายไฟปรารถนาก็มอดไป เพราะมนุษย์กำลังไปบ้านถาวรของเขา ส่วนผู้ไว้ทุกข์ก็เวียนไปมาตามถนน” 

        (they are afraid also of what is high, and terrors are in the way; the almond tree blossoms, the  grasshopper drags itself along, and desire fails, because man is going to his eternal home, and    the mourners go about the streets— )

12:6 “ก่อนที่สายเงินจะขาด หรือชามทองคำจะบุบสลาย หรือเหยือกน้ำจะแตกกระจายเสียที่น้ำพุ หรือรอกที่บ่อน้ำ​หักเสีย” 

                 (before the silver cord is snapped, or the golden bowl is broken, or the pitcher is shattered at  the fountain, or the wheel broken at the cistern, )

12:7 “และผงคลีกลับสู่พื้นดินตามเดิม และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น”

                 (and the dust returns to the earth as it was, and the spirit returns to God who gave it.)

12:8 “ปัญญาจารย์ว่า อนิจจัง อนิจจัง สารพัดก็อนิจจัง”

       (Vanity of vanities, says the Preacher; all is vanity.)

12:9 “นอกจากท่านเป็นคนมีปัญญาแล้ว ปัญญาจารย์ยังสอนความรู้ให้ประชาชนอีกด้วย เออ ท่านพิเคราะห์ ท่านค้นคว้า และท่านเรียบเรียงสุภาษิตไว้มากมาย”

       (Besides being wise, the Preacher also taught the people knowledge, weighing and studying  and arranging many proverbs with great care.)

12:10 “ปัญญาจารย์เสาะหาถ้อยคำที่เพราะหู และท่านเขียนถ้อยคำแห่งความจริงไว้อย่างเที่ยงตรง”

            (The Preacher sought to find words of delight, and uprightly he wrote words of truth.)

12:11 “ถ้อยคำของคนมีปัญญาเปรียบเหมือนปฏัก และถ้อยคำที่ถูกรวบรวมไว้ก็ตรึงแน่นอย่างตะปู ถ้อยคำเหล่านี้ เมษบาลผู้หนึ่งมอบไว้”

       (The words of the wise are like goads, and like nails firmly fixed are the collected sayings; they  are given by one Shepherd)

12:12 “และยิ่งกว่านั้นอีก บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรับคำตักเตือนเถิด ซึ่งจะทำหนังสือมากก็ไม่มีสิ้นสุด และเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง”

               (My son, beware of anything beyond these. Of making many books there is no end, and much   study is a weariness of the flesh.)

12:13 “จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง” 

(The end of the matter; all has been heard. Fear God and keep his commandments, for this is the whole duty of man. )

12:14 “เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกอย่างเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว”

.               (For God will bring every deed into judgment, with every secret thing, whether good or evil.)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

12:1     “จงระลึกถึง” (Remember) –ปญจ.11:8

“เมื่อเจ้ายังหนุ่มยังสาว” (your youth) = วันเวลาที่เจ้ายังเยาว์วัย –พคค.3:27

“ก่อนที่วันเลวร้าย” (before the evil days) –2ซมอ.19:35

12:2-5 = ภาพบรรยายถึงสภาพถดถอย เสื่อมลงตามลำดับของสังขารเมื่อมีอายุมากขึ้น

12:3     “คนยามเฝ้าเรือน” (when the keepers of the house tremble) = ภาพเปรียบเทียบถึงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย(เช่น มือ ขา ฯลฯ) ควบคู่ไปกับภาพของความมืด พายุ บ้านที่เสื่อมโทรม บ่อน้ำที่ถูกทิ้งร้าง  ฯลฯ

12:4     “เสียงเพลงก็เพลาลง” (  song are brought low) – ยรม.25:10

12:5     “ต้นอัลมอนด์” (the almond tree) = ดอกอัลมอนด์มีสีขาว (ซีด) และออกดอกในฤดูหนาวอาจสื่อถึงผมสีขาวตามอายุขัย

“ตั๊กแตน” (grasshopper) = โดยปกติจะปราดเปรียว แต่ก็เคลื่อนไหวช้าลงในเวลาเช้าเมื่ออากาศหนาว (ปท. นฮม.3:17) สะท้อนถึงความอุ้ยอ้าย ติดขัด เก้งก้าง เมื่ออายุมากขึ้น

“บ้านถาวร” (eternal home) –โยบ 10:21;17:13, หรือในบริบทนี้อาจจะหมายถึงเพียงแค่หลุมฝังศพ

“ผู้ไว้ทุกข์” (the mourners) –ยรม.9:17;อมส.5:16

12:6     “สายเงิน…ชามทองคำ” (the silver … the golden bowl) = ตะเกียงที่แขวนด้วยโซ่เงิน ถ้าแม้เพียงข้อหนึ่งขาดไป แสงสว่างและความสวยงามก็จะหมดไป เป็นการสื่อว่า ชีวิตนั้นบอบบาง

12:7     “ผงคลีกลับสู่พื้นดินตามเดิม” (the dust returns to the earth as it was) –ปฐก.2:7;สดด.146:4

“จิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้า” (the spirit returns to God) –ปญจ.3:21

“ผู้ประทานให้มานั้น” (who gave it) –โยบ 20:8

12:8     “ปัญญาจารย์” (Vanity of vanities) = ผู้นำของชุมชน -1:1

“อนิจจัง” (the Preacher            ) -1:2

= ชีวิตบนโลก ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ปราศจากพระเจ้า จบลงที่ความแตกสลาย แต่หากมีความสัมพันธ์กับพระผู้สร้าง ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1 และเข้าใจในความจริงเรื่องการพิพากษาของพระองค์ (11:9) ชีวิตก็จะไม่ได้จบลงด้วยความอนิจจัง

12:9     “พิเคราะห์ค้นคว้า” (weighing) = ใคร่ครวญค้นคว้า = กระบวนการที่จริงจังเข้มงวด ไม่ย่อท้อ แม้ต้องจดจ่อทำงานหนักในการค้นหาความจริงและความเข้าใจ

“เรียบเรียงสุภาษิตไว้มากมาย” (arranging many proverbs) = รวบรวมสุภาษิตต่าง ๆ ไว้เป็นระบบ –1พกษ.4:21

12:10   “ปัญญาจารย์” (            The Preacher) –ปญจ.1:1

“เขียนถ้อยคำแห่งความจริงไว้อย่างเที่ยงตรง”(uprightly he wrote words of truth) –สภษ.22:20-21

12:11   “ตรึงแน่นอย่างตาปู” (like nails firmly fixed) –อสร.9:8;โยบ 6:25

“เมษบาลผู้หนึ่งมอบให้” (given by one Shepherd) = เมษบาล = ผู้เลี้ยง –ในภาษาฮีบรูยังแปลได้ว่า “ครูผู้สอน”

-ในฉบับอมตธรรมแปลว่า “องค์พระผู้เลี้ยงประทานให้” = เป็นการชี้เน้นว่า พระวจนะของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรเปรียบได้อย่างที่ข้อ 12 สรุปไว้

12:12   “เรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง” (and much study is a weariness of the flesh) –ปญจ.1:18

12:13   “จงยำเกรงพระเจ้า” (Fear God) –อพย.20:20;1ซมอ.12:24;โยบ 23:15;สดด.19:9

= ความยำเกรงพระเจ้าด้วยความรักเป็นรากฐานของปัญญา (สดด.111:10;สภษ.1:7) และยังเป็นเนื้อหาสาระ รวมทั้งเป็นเป้าหมายและบทสรุปของปัญญาด้วย

“รักษาพระบัญญัติของพระองค์” (keep his commandments) –ฉธบ.4:2

“เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง” (for this is the whole duty of man) –ฉธบ.4:6;โยบ 37:24

12:14   “พระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกอย่างเข้าสู่การพิพากษา”(God will bring every deed into judgment)

“การงานทุกอย่าง” = การกระทำทุกอย่าง – โยบ 19:20;ปญจ.3:17;8:12-13;11:9 , ปท.มธ.12:36; 1คร.3:12-15;2คร.5:9-10;ฮบ.4:12-13

“สิ่งเร้นลับทุกอย่าง” (with every secret thing) = ทุกสิ่งที่ปกปิดไว้ –รม.2:16;โยบ 34:21;สดด.19:12;ยรม.16:17;23:24

 

คำถามนำอภิปราย

  1.  คุณคิดว่า คุณได้ใช้วัยหนุ่มสาวของคุณมาอย่างคุ้มค่าตามพระประสงค์ของพระเจ้าแล้วหรือไม่? อย่างไร?
  2. คุณเสียใจอะไรกับวัยหนุ่มสาวของคุณบ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร?
  3. เวลานี้คุณกำลังเผชิญกับสภาวะของวันเลวร้ายบ้างแล้วหรือไม่? ในเรื่องอะไร? และอย่างไร?
  4. หากถามให้เจาะจงลงไป คุณกำลังมีความทุกข์หรือทรมานเกี่ยวกับเรื่องใดมากที่สุดในเวลานี้? อย่างไร?

…..1) ร่างกาย /แขนขา

…..2) ตา

…..3) ฟัน / ปาก

…..4) หู

…..5) ความคิด/ความจำ

…..6) ผม/ศรีษะ

…..7) อื่น ๆ ………….

  1. บทเรียนเรื่องความอนิจจัง และความไม่เที่ยงในสังขาร สอนอะไรคุณเป็นพิเศษบ้าง ในวันนี้?
  2. มีสุภาษิตข้อใด(ทั้งในและนอก พระคัมภีร์) ที่ประทับใจคุณมากที่สุด และคุณยึดถือไว้ในใจตลอดมา? ทำไม? (แบ่งปัน)
  3. มีคำตักเตือนใดจากพระคัมภีร์ที่เตือนสติ หรือตักเตือนคุณให้ได้คิดได้สติมากที่สุด? เมื่อใด? และอย่างไร?
  4. เวลานี้คุณคิดว่า คุณเป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าอยู่ในระดับใด

…..1) มากที่สุด

…..2) มาก

…..3) ปานกลาง

…..4) ค่อนข้างน้อย

…..5) น้อยมาก

สิ่งนั้นส่งผลต่อชีวิตของคุณอย่างไร?

  1. การที่คุณรู้ล่วงหน้าว่า คุณจะต้องรายงานทุกสิ่งที่คุณทำ(แม้แต่สิ่งที่คุณปกปิดเป็นความลับไว้ไม่มีมนุษย์คนใด) รู้ สิ่งนี้ส่งผลต่อการประพฤติปฏิบัติตัวของคุณอย่างไรบ้างในวันนี้?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.