1โครินธ์1 (บทเรียนที่ 1/2)

ความแตกแยกท่ามกลางคริสเตียน!

พระธรรม    1โครินธ์ 1:1-17

อ้างอิง          1คร.2:1,4,13;3:4,22;5:5;9:5;10:32;12:1-31;16:15;2คร.1:1;8:7;9:11

บทนำ          คริสเตียนคือ ประชากรของพระเจ้า คริสเตียนควรจะรักกัน เกื้อกูลกัน และร่วมมือกันในการประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า แต่น่าเสียดายที่ความแตกแยกกันภายในทำให้คริสเตียนเราเสียพลังงาน เสียเวลา และเสียโอกาสไปโดยไม่ทำเป็น

 บทเรียน

1:1 “เปาโล ผู้ซึ่งได้รับการทรงเรียกให้เป็นอัครทูตของพระเยซูคริสต์ ตามพระทัยของพระเจ้า และโสสเธเนสผู้เป็นพี่‍น้องของเรา”

     (Paul, called by the will of God to be an apostle of Christ Jesus, and our brother Sosthenes,)

1:2 “เรียนคริสตจักรของพระเจ้า ที่เมืองโครินธ์ ผู้ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ในพระเยซูคริสต์ และได้รับการทรงเรียกให้เป็นธรรมิกชนร่วมกับทุกคนในทุกแห่งหน ที่ออกพระนามพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราและของพวกเขา”

   (To the church of God that is in Corinth, to those sanctified in Christ Jesus, called to be saints together with all those who in every place call upon the name of our Lord Jesus Christ, both their Lord and ours:)

1:3 “ขอพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าดำรงอยู่กับท่าน‍ทั้งหลาย

   (Grace to you and peace from God our Father and the Lord Jesus Christ.)

1:4 “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าในเรื่องท่านทั้งหลายเสมอ เพราะพระคุณของพระเจ้าที่ประทานแก่ท่านในพระเยซูคริสต์”

   (I give thanks to my God always for you because of the grace of God that was given you in Christ Jesus, )

1:5 “เพราะพวกท่านได้รับความบริบูรณ์ทุกด้านในพระองค์ คือในด้านวาจาและความรู้ทุกอย่าง” 

   (that in every way you were enriched in him in all speech and all knowledge)

1:6 “ด้วยว่าคำพยานเรื่องพระคริสต์นั้นตั้งมั่นคงอยู่ในท่านแล้ว”

   (even as the testimony about Christ was confirmed among you)

1:7 “ท่านทั้งหลายก็ไม่ได้ขาดของประทานเลย ในขณะที่ท่านรอคอยการปรากฏของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า​ของเรา”

   (so that you are not lacking in any gift, as you wait for the revealing of our Lord Jesus Christ, )

1:8 “พระองค์จะทรงให้พวกท่านมั่นคงอยู่จนถึงที่สุด เพื่อให้ท่านปราศจากที่ติในวันของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”

   (who will sustain you to the end, guiltless in the day of our Lord Jesus Christ.) 

1:9 “พระเจ้าทรงเป็นผู้ซื่อสัตย์ พระองค์ทรงเรียกพวกท่านให้สัมพันธ์สนิทกับพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์​องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”

   (God is faithful, by whom you were called into the fellowship of his Son, Jesus Christ our Lord.)

1:10 “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอให้ปรองดอง​กัน อย่ามีความแตกแยกในพวกท่าน แต่ขอให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความคิดและความเห็น”

     (I appeal to you, brothers, by the name of our Lord Jesus Christ, that all of you agree, and that there be no divisions among you, but that you be united in the same mind and the same  judgment.)

1:11 “พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า คนของนางคะโลเอได้เล่าเรื่องของท่านให้ข้าพเจ้าฟังว่า มีการทะเลาะวิวาทกันใน​ระหว่างพวกท่าน” 

       (For it has been reported to me by Chloe’s people that there is quarreling among you, my brothers.)

1:12 “ข้าพเจ้าหมายความว่า พวกท่านต่างก็กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล” หรือ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ปอลโล” หรือ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส” หรือ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์” 

     (What I mean is that each one of you says, “I follow Paul,” or “I follow Apollos,” or “I follow Cephas,” or “I follow Christ.”)

1:13 “พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ? เปาโลถูกตรึงเพื่อท่านทั้งหลายหรือ? ท่านได้รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ? )

     (Is Christ divided? Was Paul crucified for you? Or were you baptized in the name of Paul?)

1:14 “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้าไม่ได้ให้บัพติศมาแก่ผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่าน เว้นแต่คริสปัสและกายอัส”

     (I thank God that I baptized none of you except Crispus and Gaius, )

1:15 “ดังนั้น จึงไม่มีผู้ใดกล่าวได้ว่าเขาได้รับบัพติศมาในนามของข้าพเจ้า” 

     (so that no one may say that you were baptized in my name. )

1:16 “(ข้าพเจ้าให้บัพติศมาแก่ครอบครัวของเทฟานัสด้วย นอกจากคนเหล่านี้แล้ว ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าข้าพเจ้าให้ บัพติศมาแก่ผู้ใดอีกบ้าง)”

     (I did baptize also the household of Stephanas. Beyond that, I do not know whether I baptized  anyone else.)

1:17 “เพราะว่าพระคริสต์ไม่ได้ทรงส่งข้าพเจ้าไปเพื่อให้บัพติศมา แต่เพื่อให้ประกาศข่าวประเสริฐ ไม่ใช่ด้วยการพูดอันชาญฉลาดเพื่อว่าเรื่องกางเขนของพระคริสต์จะไม่หมดฤทธิ์เดช”

     (For Christ did not send me to baptize but to preach the gospel, and not with words of eloquent wisdom, lest the cross of Christ be emptied of its power.)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

 1:1       “อัครทูต” (apostle) – รม.1:1;อฟ.1:1;2ทธ.1:1;มก.6:30;ฮบ.3:1

อ.เปาโลใช้ตำแหน่งนี้ในจดหมายทุกฉบับ (ยกเว้นในฟิลิปปี; 12-2เธสะโลนิกา และฟิเลโมน เพื่อแสดงสิทธิอำนาจของท่านในฐานะทูตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นสิทธิอำนาจที่ถูกท้าทาย (บทที่ 9;2คร.11)

“ตามพระทัยของพระเจ้า” (the will of God) = พระประสงค์ของพระเจ้า, เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้สิทธิอำนาจที่มี (15:9-11;กจ.9:1-16;13:2;18:9-10;22:6-21;26:12-18;2คร.1:1)

“โสสเธเนส” (Sosthenes) = อาจเป็นนายธรรมศาลาที่ถูกชาวกรีกทำร้าย (กจ.18:17) หากเป็นเช่นนั้น เขาคงเป็นคริสเตียนในช่วงที่เปาโลประกาศข่าวประเสริฐที่โครินธ์ (กจ.18:18) หรือในช่วงที่อปอลโลรับใช้อยู่ (กจ.19:1)

1:2       “คริสตจักรของพระเจ้า” (church of God) = มีแต่เปาโลเท่านั้นที่ใช้คำนี้ พบข้อนี้ ใน กจ.20:28 และใน 2คร.1:1

“ที่เมืองโครินธ์” (in Corinth) –กจ.18:1

“ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์” (to those sanctified) = ถูกแยกไว้เพื่อรับใช้พระเจ้าผ่านการทรงไถ่ของ

พระเยซูคริสต์ (ปท.ยน.17:17,19)

= เป็นเครื่องหมายว่า พวกเขา “บริสุทธิ์” (แยกไว้เพื่อพระเจ้า,อพย.3:5;19:6;รม.6:22)

= ต้องบริสุทธิ์ทางศีลธรรมด้วย (ลนต.11:44)

“ได้รับการทรงเรียก” (called) –รม.1:7

“ในทุกแห่งหน” (every place) -1ธส.1:8

“ร้องออกพระนาม” (call upon the name) –กจ.2:21

1:3       “พระคุณและสันติสุข” (Grace to you and peace from God) –รม.1:7

1:4       “ขอบพระคุณพระเจ้า” (thanks to my God) –รม.1:8

1:5       “ได้รับความบริบูรณ์ทุกด้าน” (were enriched in him in all) = ได้รับความชำนาญขึ้นในทุกด้าน –2คร.9:11

“ด้านวาจา…ความรู้ทุกอย่าง” (speech and all knowledge) = ของประทานฝ่ายวิญญาณ (12:8-10; 2คร.8:7)

1:6       “คำพยาน” (the testimony) -2ธส.1:10;1ทธ.1:6;วว.1:2

1:7       “ของประทาน” (gift) อาจ = ของประทานฝ่ายวิญญาณ ในบท 12-14 พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ประทานของประทาน (ของขวัญ) ที่ทำให้คริสเตียนสามารถรับใช้ตามที่คริสตจักรต้องการ (12:7-11;14:3,12,17)

= ถูกเรียกว่า “ของประทานแห่งพระคุณ”

1:8      “พระองค์” (who) = พระเจ้าพระบิดา (ข.9)

“วันของพระเยซูคริสต์” (the day of our Lord Jesus Christ) = วันที่พระเยซูคริสต์กลับมา –ข.7;ฟป.1:6

1:9      “พระเจ้าทรงเป็นผู้ซื่อสัตย์” (God is faithful) = พระองค์เป็นผู้ที่เราไว้วางใจได้ว่า พระองค์จะทรงกระทำตามที่สัญญาไว้ –1ธส.5:24

นั่นคือ จะทรงรักษาผู้เชื่อไว้ให้หนักแน่นมั่นคง จนถึงวันสุดท้าย (ข.8)

1:10     “พี่น้องทั้งหลาย” (brothers) –รม.1:13

1:11     “การทะเลาะวิวาทกัน” (quarreling) = โต้เถียงกัน –กท.5:20;ยก.4:1-2

1:12     “อปอลโล” (Apollos) = เขากระทำกิจเกิดผลดีในโครินธ์ (กจ.18:24-19:1)

“ศิษย์เคฟาส” (I follow Cephas) -ยน.1:42

= ผู้ติดตามเปโตรในโครินธ์ซึ่งอาจเป็นคริสเตียนชาวยิว

1:13     “พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ” (Is Christ divided?) -12:12-13

“ได้รับบัพติศมา” (baptized) –รม.6:3-4

1:14     “คริสปัส” (Crispus) = อาจเป็นนายธรรมศาลาที่กล่าวถึงใน กจ.18:8

“กายอัส” (Gaius) = อาจเป็นคนเดียวกับใน โรม 16:23

1:16     “ให้บัพติศมาแก่ครอบครัวของสเทฟานัส” (baptize also the household of Stephanas) -16:15

= มีตัวอย่างการให้บัพติศมาต่อทั้งครอบครัวอื่น ๆ อีก อาทิ ครอบครัวของโครเนอัส (กจ.10:24,48)

นางลิเดีย (กจ.16:15) และพัศดี (กจ.16:33-34) คำว่า ครอบครัวนี้มีความหมายรวมถึงคนในครอบครัว คนรับใช้ หรือใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นด้วย

1:17     “ไม่ได้ทรงส่งข้าพเจ้าไปเพื่อให้บัพติศมา” (did not send me to baptize) = เปาโลยืนยันว่า งานหนักที่พระเจ้ามอบหมายให้ท่านกระทำคือ การประกาศพระเยซูคริสต์ (ยน.4:2;กจ.2:28) แต่ไม่ได้ลดความสำคัญของการรับบัพติศมา –ปท. กจ.10:48

“ไม่ใช่ด้วยการพูดอันชาญฉลาด” (not with words of eloquent wisdom) = ไม่ใช่ด้วยสติปัญญาแห่งถ้อยคำของมนุษย์

-หน้าที่ของเปาโล ไม่ใช่การนำเสนอข่าวประเสริฐด้วยชั้นเชิงของนักพูดผู้ช่ำชองที่เรียนรู้กลวิธีการพูดจาโน้มน้าวใจผู้คน (ซึ่งเป็นกลวิธีที่อาจารย์ในหมู่คนยิวและนักปราชญ์ในหมู่คนกรีก ได้พัฒนาขึ้น -1คร.2:1,4,13

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเชื่อหรือไม่ว่าพระเจ้าเรียกคุณมาเพื่อทำตามพระทัยของพระองค์? คุณคิดว่า พระเจ้าทรงเรียกคุณมาให้ทำอะไร?
  2. คุณคิดว่า พระเจ้าทรงเรียกคุณให้ทำอะไรที่พิเศษเจาะจงบ้าง? ทำไมคุณจึงคิดอย่างนั้น? และคุณกระทำตามนั้นแล้วหรือยัง? อย่างไร? ทำไม?
  3. คุณตระหนักหรือไม่ว่า คุณได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์แล้วในพระเยซูคริสต์ ความจริงนี้ส่งผลกระทบต่อวิถีคิด และวิถีดำเนินชีวิตของคุณอย่างไรบ้าง?
  4. การที่คุณรู้ว่าพระเจ้าทรงเรียกคุณให้เป็นธรรมิกชนร่วมกับคนในทุกแห่งหนที่ออกพระนามพระเยซูคริสต์ ทำให้คุณเห็นความสำคัญของผู้เชื่อคนอื่น ๆ อย่างไรบ้าง? (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเหล่านั้นในคริสตจักรของคุณเอง) และคุณคิดจะทำอะไรร่วมกับพวกเขาบ้าง?
  5. มีใครหรือกลุ่มใดในคริสตจักรที่คุณรู้สึกขอบคุณพระเจ้าเพราะพวกเขาบ้าง? ในเรื่องอะไร? ทำไม?
  6. มีใครบ้างที่คุณเห็นว่า มีความเชื่อมั่นคงในพระคริสต์ที่มั่นคงเป็นอย่างยิ่ง และชีวิตของเขาหรือเธอเป็นพยานให้คุณและคนทั่วไปเห็นในเรื่องอะไรบ้าง?
  7. คุณเคยมีประสบการณ์กับความสัตย์ซื่อของพระเจ้าเรื่องใดบ้างในชีวิตของคุณ? อย่างไร?
  8. คุณเคยเห็นการไม่ปรองดองหรือความแตกแยกในพวกของคุณเองหรือในคริสตจักรบ้างหรือไม่? คุณมีส่วนในความแตกแยกนั้นหรือไม่? อย่างไร? แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?
  9. คุณมีส่วนในการช่วยสมานให้เกิดการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในท่ามกลางพี่น้องที่ขัดแย้งกันหรือไม่? อย่างไร? แล้วผลเป็นอย่างไร? คุณรู้สึกอย่างไร?
  10. คุณเชื่อหรือไม่ว่า การประกาศข่าวประเสริฐนั้นไม่ต้องพึ่งการพูดอันชาญฉลาด แต่ให้พูดเรื่องข่าวประเสริฐอย่างซื่อตรง? แล้วคุณเคยเห็นฤทธิ์เดชเรื่องกางเขนของพระคริสต์บ้างหรือไม่? อย่างไร?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.