1โครินธ์1 (บทเรียนที่ 2/2)

พระคริสต์คือ …

 พระธรรม      1โครินธ์ 1:18-31

อ้างอิง             อสย.29:14;19:12;44:25;โยบ 12:17;ยรม.9:24

บทนำ             องค์พระเยซูคริสต์ไม่มีความหมายอะไรสำหรับคนที่มองดูพระองค์ตามอย่างสายตาของโลก  แต่พระองค์ทรงมีความหมายเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองเห็นพระองค์ตามความเป็นจริงในสายพระเนตรของพระเจ้า!   แล้วคุณล่ะ มองดูหรือมองเห็นพระองค์อย่างไรบ้าง?

บทเรียน

1:18 “เพราะ​ว่า​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​กำลัง​จะ​พินาศ​ก็​เห็น​ว่า​เรื่อง​กาง‌เขน​เป็น​เรื่อง​โง่ แต่​เรา​ที่​กำลัง​จะ​รอด​เห็น​ว่า​เป็น​ฤทธา‌นุ‌ ภาพ​ของ​พระ‍เจ้า” 

       (For the word of the cross is folly to those who are perishing, but to us who are being saved it is the power of God.)

1:19 “เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า“เรา​จะ​ทำ‍ลาย​สติ‍ปัญญา​ของ​คน​มี​ปัญญาและ​จะ​ทำ​ให้​ความ​ฉลาด​ของ​คน‍ฉลาด​สูญ‍สิ้น‍ไป

       (For it is written, “I will destroy the wisdom of the wise, and the discernment of the discerning I will thwart.”)

1:20 “คน​มี​ปัญญา​ของ​ยุค​นี้​อยู่​ที่‍ไหน? บัณ‌ฑิต​ของ​ยุค‍นี้​อยู่​ที่‍ไหน?นัก‍โต้‍ปัญหา​ของ​ยุค‍นี้​อยู่​ที่‍ไหน? พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​ปัญญา​ฝ่าย​โลก​เป็น​ความ​โง่​แล้ว​ไม่‍ใช่​หรือ?”

       (Where is the one who is wise? Where is the scribe? Where is the debater of this age? Has not God made foolish the wisdom of the world? )

1:21 “เพราะ​ตาม​ที่​ทรง​กำ‌หนด​ไว้​ตาม​พระ‍สติ‍ปัญญา​ของ​พระ‍เจ้า โลก​ไม่​อาจ​รู้‍จัก​พระ‍เจ้า​ได้​โดย​ปัญญา​ของ​ตน พระ‍เจ้า​จึง​พอ‍พระ‍ทัย​จะ​ช่วย​พวก​ที่​เชื่อ​ให้​รอด​โดย​คำ​เทศนา​โง่ๆ”

       (For since, in the wisdom of God, the world did not know God through wisdom, it pleased God  through the folly of what we preach to save those who believe.)

1:22 “พวก​ยิว​ขอ​หมาย‍สำคัญ และ​พวก​กรีก​เสาะ‍หา​ปัญญา”

       (For Jews demand signs and Greeks seek wisdom,)

1:23 “แต่​เรา​ประ‌กาศ​เรื่อง​พระ‍คริสต์​ทรง​ถูก​ตรึง​ที่​กาง‌เขน​นั้น อัน​เป็น​สิ่ง​ที่​พวก​ยิว​สะดุด และ​พวก​ต่าง‍ชาติ​ถือ‍ว่า​เป็นเรื่อง​โง่” 

     (but we preach Christ crucified, a stumbling block to Jews and folly to Gentiles,) 

1:24 “แต่​สำหรับ​พวก​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​นั้น ทั้ง​พวก​ยิว​และ​พวก​กรีก ต่าง​ถือ‍ว่า​พระ‍คริสต์​ทรง​เป็น​ฤทธา‌นุ‌ภาพ​และ​พระ‍ปัญญา​ของ​พระ‍เจ้า” 

       (but to those who are called, both Jews and Greeks,Christ the power of God and the wisdom of God.)

1:25 “เพราะ​ความ​เขลา​ของ​พระ‍เจ้า​ยัง​มี​ปัญญา​ยิ่ง‍กว่า​ปัญญา​ของ​มนุษย์ และ​ความ​อ่อน‌แอ​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ยัง​มี​กำลัง​มาก​ยิ่ง‍กว่า​กำลัง​ของ​มนุษย์”

     (For the foolishness of God is wiser than men, and the weakness of God is stronger than men.)

1:26 “พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย จง​พิจาร‌ณา‍ดู​สภาพ​พวก‍ท่าน​เมื่อ​ได้​รับ​การ​ทรง​เรียก มี​น้อย‍คน​ที่​โลก​ถือ‍ว่า​มี​ปัญญา มี​น้อย‍คน​ที่​มี​อำนาจ มี​น้อย‍คน​ที่​มี​ตระ‌กูล​สูง”

     (For consider your calling, brothers: not many of you were wise according to worldly standards,  not many were powerful, not many were of noble birth.)

1:27 “แต่​พระ‍เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​พวก​ที่​โลก​ถือ‍ว่า​โง่ เพื่อ​ทำ​ให้​พวก​มี​ปัญญา​อับอาย และ​ได้​ทรง​เลือก​พวก​ที่​โลก​ถือ‍ว่า​อ่อน‌แอ เพื่อ​ทำ​ให้​พวก​ที่​แข็ง‍แรง​อับอาย” 

       (But God chose what is foolish in the world to shame the wise; God chose what is weak in the world to shame the strong; )

1:28 “พระ‍เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​พวก​ที่​โลก​ถือ‍ว่า​ต่ำ‍ต้อย​และ​ดู‍หมิ่น และ​เห็น​ว่า​ไม่​สำคัญเพื่อ​ทำ‍ลาย​สิ่ง​ซึ่ง​โลก​เห็น​ว่า​สำคัญ” 

       (God chose what is low and despised in the world, even things that are not, to bring to nothing  things that are,)

1:29 “เพื่อ​ไม่‍ให้​มนุษย์​สัก​คน​หนึ่ง​โอ้‍อวด​เฉพาะ‍พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า​ได้” 

       (so that no human being might boast in the presence of God.)

1:30 “โดย​พระ‍องค์ ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​จึง​อยู่​ใน​พระ‍เยซู‍คริสต์ ผู้​ทรง​เป็น​พระ‍ปัญญา​จาก​พระ‍เจ้า​สำหรับ​เรา ทรง​เป็น​ผู้​ทำให้​เรา​ชอบ‍ธรรม ทรง​เป็น​ผู้​ชำระ​เรา​ให้​บริ‌สุทธิ์ และ​ทรง​เป็น​ผู้‍ไถ่​บาป” 

       (And because of him you are in Christ Jesus, who became to us wisdom from God, righteousness and sanctification and redemption,)

1:31 “เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​คำ​เขียน​ไว้​ว่า “ให้​ผู้​โอ้‍อวด อวด​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า”

       (so that, as it is written, “Let the one who boasts, boast in the Lord.”)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

 1:18     “คนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศ” (who are perishing) –2คร.2:15;4:4;2ธส.2:10

“เรื่องกางเขนเป็นเรื่องโง่” (For the word of the cross is folly) –1คร.1:21,23,25;2:14

“เราที่กำลังจะรอด” (us who are being saved) –กจ.2:47

“เห็นว่าเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า” (it is the power of God) –รม.1:16;1คร.1:24

1:19    “เราจะทำลายสติปัญญาของคนมีปัญญาและจะทำให้ความฉลาดของคนฉลาดสูญสิ้นไป”

(I will destroy the wisdom of the wise, and the discernment of the discerning I will thwart.)

= อ.เปาโลอ้างอิงถึงอิสยาห์ 29:14 จากพันธสัญญาเดิมฉบับแปลเป็นภาษากรีกที่เรียกว่า “เซปทัวจิ้น” โดยนำมาใช้ในบริบทใหม่

“คนมีปัญญา” ( the wise) = อริสทิเคส กล่าวว่า สามารถหาคนที่เรียกตัวมีปัญญาได้บนถนนทุกสายในเมืองโครินธ์ที่กล่าวอ้างว่า เขามีคำตอบให้กับปัญหาต่าง ๆ ในโลกนี้

1:20     “คนมีปัญญาของยุคนี้อยู่ที่ไหน?” (Where is the one who is wise?) = อาจหมายถึงนักปรัชญาชนชาติต่าง ๆ ที่ถูกเรียกว่า “นักปราชญ์” –อสย.19:11-12

“บัญฑิต” (Where is the scribe?            ) = ผู้รู้ในที่นี้อาจหมายถึง ธรรมาจารย์ชาวยิว (มธ.2:4)

“นักโต้ปัญหา” (Where is the debater ) = อาจหมายถึง นักปรัชญาชาวกรีกซึ่งชอบลับสมองด้วยการโต้เถียงโต้แย้งกันเป็นเวลานาน

“ของยุคนี้” (of this age  ) –1คร.2:6,8;3:18;2คร.4:4;กท.1:4

“พระเจ้าทรงทำให้ปัญญาฝ่ายโลกเป็นความโง่แล้วไม่ใช่หรือ?” (God made foolish the wisdom of the world?) = พระเจ้าจะทำให้ระบบปรัชญาทั้งปวงที่มนุษย์เป็นต้นคิด จบลงอย่างไร้ความหมาย เพราะความคิดเหล่านั้นอยู่บนแนวคิดที่ไม่ถูกต้องในเรื่องพระเจ้า และการสำแดงของพระองค์

= พระเจ้าทำให้สติปัญญาของโลกโง่เขลาไป –โยบ 12:17;อสย.44:25;ยรม.8:9;รม.1:22;1คร.1:27; 3:18-19

1:21    “โลก” ( the world ) –1คร.1:27,28;6:2;11:32

“โลกไม่อาจรู้จักพระเจ้าได้โดยปัญญาของตน” (in the wisdom of God, the world did not know

God through wisdom) = พระเยซูคริสต์แสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันใน ลูกา 10:21 ว่า เป็น พระประสงค์ของพระเจ้าที่สติปัญญาของมนุษย์ไม่อาจและไม่ใช่วิธีหรือช่องทางที่จะรู้จักกับพระองค์

“พระเจ้าจึงพอพระทัยที่จะช่วย” ( it pleased God) –รม.11:14

“พวกที่เชื่อ” (who believe) = บรรดาผู้เชื่อ – รม.3:22

“ให้รอดโดยคำเทศนาโง่ ๆ” (through the folly of what we preach) = ไม่ใช่ว่าการเทศนานั้นโง่เปล่า หรือเรื่องที่เทศน์นั้นโง่เขลาจริง ๆ แต่โลก (ทั้งยิวและกรีก)ต่างมองว่า เนื้อหาสาระที่เทศนา(เกี่ยวกับ       พระคริสต์ถูกตรึงบนกางเขนไถ่บาปมนุษย์นั้น)เป็นเรื่องโง่เขลา

1:22    “พวกยิวขอหมายสำคัญ” (Jews demand signs  ) = พวกยิวเรียกร้องขอเห็นหมายสำคัญพวกเขาต้องการเห็นฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่มีผลต่อการไถ่บาปพวกเขา (มธ.12:38;16:1,4;มก.8:11-12; ยน.2:11,  18,14:48;6:30)

“พวกกรีกเสาะหาปัญญา” (Greeks seek wisdom) = พวกเขามองหาความรู้ความเข้าใจในทางโลกเพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ของมวลมนุษย์ชาติได้

1:23     “พระคริสต์ทรงถูกตรึงที่กางเขนนั้น”(Christ crucified)= พระเยซูถูกตรึงตายบนไม้กางเขน (1คร.2:2; กท.3:1)

“อันเป็นสิ่งที่พวกยิวสะดุด” (a stumbling block to Jews ) = หินสะดุดของพวกยิว เพราะพวกเขารอคอยผู้นำทางการเมือง และการทหารที่เรียกว่า ”พระเมสิยาห์” ที่จะปลดปล่อยพวก (กจ.1:6) นำชัยชนะและไม่ใช่ผู้แพ้ที่จะมาถูกตรึงตายบนกางเขน –ลก.2:34

“พวกต่างชาติถือว่าเป็นเรื่องโง่” (folly to Gentiles) = พวกคนกรีกและคนโรมมั่นใจว่า คนที่ถูกตรึงบนกางเขนไม่ใช่คนน่าเคารพนับถือ จึงเป็นเรื่องโง่ที่จะเชื่อว่า อาญชากรบนกางเขนนั้นจะเป็นผู้ช่วยโลกให้รอดได้ – คร.1:18

1:24     “พวกที่พระเจ้าทรงเรียกนั้น” (who are called) –รม.8:28

“พระคริสต์ทรงเป็นฤทธานุภาพ” (Christ the power of God) –รม.1:4,16

= พระคริสต์เป็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า – 1คร.1:18

          “พระปัญญาของพระเจ้า” ( the wisdom of God ) –1คร.1:30;คส.2:3

= พระคริสต์ผู้ถูกตรึงบนกางเขนเป็นทั้งฤทธิ์อำนาจและเป็นพระปัญญาของพระเจ้าที่ช่วยให้รอด

1:25     “ความเขลาของพระเจ้า” (the foolishness of God) –1คร.1:18

“ความอ่อนแอของพระเจ้า” (the weakness of God) –2คร.13:4

1:26-31 –คริสเตียนชาวโครินธ์เป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า ความรอดจากพระเจ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งใดๆ ในตัวมนุษย์เพื่อไม่ให้เขามีเหตุที่จะอวดตัวได้ ถ้าจะอวดก็มีแต่อวด “องค์พระผู้เป็นเจ้า” (ข.31) เท่านั้น

1:26     “สภาพพวกท่านเมื่อได้รับการทรงเรียก” (For consider your calling) –รม.8:28

“มีน้อยคนที่โลกถือว่ามีปัญญา” (not many of you were wise according to worldly standards)

= มีคนที่ดูฉลาดไม่มากนัก –1คร.1:20

“มีน้อยคนที่มีอำนาจ” (  not many were powerful ) = มีน้อยคนที่มีอิทธิพล (สูง)

1:27     “พระเจ้าได้ทรงเลือก” (God chose) –ยก.2:5

“พวกที่โลกถือว่าโง่” (what is foolish in the world ) –รม.1:22;1คร.1:20;3:18-19

1:28     “เห็นว่าไม่สำคัญ” (even things that are not) –รม.4:17

1:29     “เพื่อไม่ให้มนุษย์สักคนหนึ่งโอ้อวด เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้” (so that no human being might boast in the presence of God) อฟ.2:9

= ความรอดจึงเกิดจากความเชื่อของเรา และพระคุณของพระเจ้า ผ่านทางพระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงไถ่บาปของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาด ความมีอำนาจวาสนา หรือการมีชาติตระกูลสูงส่งแต่อย่างใด จะได้ไม่มีผู้ใดโอ้อวดตัวต่อพระพักตร์ของพระเจ้าได้ – อฟ.2:9

1:30     “โดยพระองค์ ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์” (because of him you are in Christ Jesus) = พระเจ้าเป็นผู้ทรงเรียกพวกเขามาเป็นหนึ่งเดียวกันกับองค์พระเยซูคริสต์ –รม.16:3

“ทรงเป็นผู้ทำให้เราชอบธรรม” (who became to us wisdom) –ยรม.23:5-6;33:16;2คร.5:21;ฟป.3:9

= เราถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมเพราะความเชื่อในพระคริสต์เท่านั้น –รม.5:19

“ทรงเป็นผู้ชำระเราให้บริสุทธิ์”(sanctification)–1คร.1:2, “ทรงเป็นผู้ไถ่บาป” (redemption) –รม.3:24

1:31     “ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า” (Let the one who boasts, boast in the Lord) –ยรม.9:24

 

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยเห็นว่า เรื่องไม้กางเขนหรือเรื่องพระเยซูมาตายไถ่บาปมนุษย์เป็นเรื่องโง่บ้างหรือไม่? ทำไมคุณจึงคิดเช่นนั้น?
  2. ทำไมคุณจะเปลี่ยนมาเชื่อเรื่องพระเยซูบนไม้กางเขนนั้นได้? มีอะไรเกิดขึ้น? (แบ่งปัน)
  3. คุณเคยอยู่ในกลุ่มที่คิดว่า ตัวเองเป็น “คนมีปัญญา” “บัณฑิต” หรือ “นักโต้ปัญหา” บ้างหรือไม่? ทำไมจึงคิดเช่นนั้น?   และมีผลต่อการได้ยินเรื่องพระเยซูคริสต์อย่างไรบ้าง?
  4. คุณเคยเป็นพยานหรือเทศนาเรื่องโง่ๆ เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ให้ผู้ใดฟังแล้วเขาหัวเราเยาะหรือปฏิเสธบ้างหรือไม่? แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?
  5. คุณเคยเห็นคนได้รับความรอดเพราะได้ยินคำแบ่งปันหรือคำเทศนาเรื่องโง่ ๆ เกี่ยวกับพระเยซูบนไม้กางเขนบ้างหรือไม่? คุณรู้สึกอย่างไร? (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากว่าเขาได้ยินเรื่องราวนั้นจากคุณ?)
  6. คุณเคยเป็นคนหนึ่งที่มีเงื่อนไขว่า ขอหมายสำคัญจะ ๆ หรือขอเหตุผลหลักฐานเจ๋ง ๆ ก่อนจะเชื่อองค์พระเยซูคริสต์บ้างหรือไม่? แล้วผลเป็นอย่างไร?
  7. คุณคิดว่า คุณอยู่ในกลุ่มไหนของผู้ที่ติดตามพระเยซู
  • กลุ่มคนจำนวนน้อยที่มีปัญญา มีอำนาจและมีตระกูลสูง?     หรือ
  • กลุ่มคนจำนวนมากที่ตามมาตรฐานโลกถือว่า โง่ อ่อนแอ ต่ำต้อย ถูกดูหมิ่น และเห็นว่าไม่สำคัญ แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?
  1. หากว่าให้คุณอวดว่า คุณมีอะไรดีบ้าง ในเวลานี้คุณจะอวดเรื่องอะไร? ทำไม?
  2. คุณประทับใจในสิ่งใดที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำเพื่อคุณมากที่สุด?

…..1) ทำให้คุณเป็นคนชอบธรรม

…..2) เป็นผู้ชำระคุณให้บริสุทธิ์

…..3) เป็นผู้ไถ่บาปคุณ

ทำไม?

  1. หากให้คุณอวดพระเจ้าหรืออวดองค์พระเยซูคริสต์ คุณจะอวดพระองค์ในเรื่องใด?   ทำไม?

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.