พ.ย. 262014
 

อย่าออกนอกขอบเขตของพระคัมภีร์

พระธรรม        1โครินธ์ 4:1-21

อ้างอิง             1คร.1:18-19,31;3:5;13,19-20;4:14;6:5;7:17;9:12,14,17,18,23;11:1;15:1;16:10;2คร.10:18;11:23-27

บทนำ             เราควรจะสำนึกอยู่เสมอว่า เราเป็นคนของพระเจ้า เราเป็นผู้รับใช้และผู้รับฉันทะในการเป็นตัวแทนในการประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า เราต้องถ่อมใจ และรวมพลังเป็นหนึ่งในการทำพันธกิจของเรา!

บทเรียน

4:1 “ให้ทุกคนถือว่าเราเป็นคนเช่นนี้คือเป็นเหมือนคนรับใช้ของพระคริสต์ และเป็นผู้รับมอบฉันทะให้ดูแลสิ่งล้ำลึก​ของพระเจ้า”

           (This is how one should regard us, as servants of Christ and stewards of the mysteries of God. 

4:2 “ยิ่งกว่านั้น บรรดาผู้รับมอบฉันทะย่อมได้รับการคาดหวังว่าต้องเป็นคนที่ไว้วางใจได้” 

         (Moreover, it is required of stewards that they be found faithful.)

4:3 “สำหรับข้าพเจ้า การที่พวกท่านหรือมนุษย์คนใดจะไต่สวนตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่สุด ถึง แม้ข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้ไต่สวนตัวเอง”

   (But with me it is a very small thing that I should be judged by you or by any human court. In fact,   I do not even judge myself.)

4:4 “เพราะมโนธรรมไม่ได้กล่าวโทษตัวข้าพเจ้า แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าถูกนับว่าไร้ความผิด และผู้ทรงไต่สวน​ตัวข้าพเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้า” 

     (For I am not aware of anything against myself, but I am not thereby acquitted. It is the Lord who judges me)

4:5 “ฉะนั้นอย่าตัดสินสิ่งใดก่อนถึงเวลา จงคอยจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา พระองค์จะทรงเปิดเผยสิ่งที่ซ่อน​อยู่ในความมืด และจะทรงเผยความมุ่งหมายของจิตใจทั้งหลาย เมื่อนั้นแต่ละคนจะได้รับคำชมเชยจากพระเจ้า”

     (Therefore do not pronounce judgment before the time, before the Lord comes, who will bring to light the things now hidden in darkness and will disclose the purposes of the heart. Then each one will receive his commendation from God.)

4:6 “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าเปรียบสิ่งเหล่านี้กับตัวเองและปอลโล ก็เพื่อประโยชน์ของพวกท่าน เพื่อให้ท่านเรียน​รู้จากเราในคำกล่าวที่ว่า “อย่าออกนอกขอบเขตของพระคัมภีร์” เพื่อว่าพวกท่านจะไม่หยิ่งผยองในการยกคน​หนึ่งเหยียดอีกคนหนึ่ง”

   (I have applied all these things to myself and Apollos for your benefit, brothers, that you may learn by us not to go beyond what is written, that none of you may be puffed up in favor of one against another.)

4:7 “เพราะว่าใครทำให้ท่านวิเศษกว่าคนอื่น? ท่านมีอะไรที่ไม่ได้รับมา? ถ้าท่านได้รับมา ทำไมจึงโอ้อวดเหมือนกับ​ ว่าท่านไม่ได้รับมา?”

     (For who sees anything different in you? What do you have that you did not receive? If then you received it, why do you boast as if you did not receive it?)

     4:8 “ท่านทั้งหลายคงอิ่มหนำแล้วสินะ ท่านคงมั่งมีแล้วสินะ ท่านได้ครอบครองโดยไม่มีเราร่วมด้วยแล้วสินะข้าพเจ้า​อยากให้พวกท่านครอบครองจริงๆ เพื่อเราจะได้ครอบครองร่วมกับท่าน”

     (Already you have all you want! Already you have become rich! Without us you have become kings! And would that you did reign, so that we might share the rule with you!) 

4:9 “เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าพระเจ้าทรงจัดเราผู้เป็นอัครทูตไว้สุดท้าย เหมือนอย่างพวกต้องโทษประหาร คือเรากลาย เป็นการแสดงที่ให้จักรวาล ทูตสวรรค์และมนุษย์ทั้งหลายมองดู”

   (For I think that God has exhibited us apostles as last of all, like men sentenced to death, because we have become a spectacle to the world, to angels, and to men.)

4:10 “เราเป็นคนโง่เพราะเห็นแก่พระคริสต์ และท่านทั้งหลายเป็นคนมีปัญญาในพระคริสต์ เราอ่อนแอ แต่ท่านมี​กำลัง ท่านทั้งหลายมีเกียรติ แต่เราไร้เกียรติ”

     (We are fools for Christ’s sake, but you are wise in Christ. We are weak, but you are strong. You are held in honor, but we in disrepute.)

4:11 “จนถึงเวลานี้เราก็ยังหิว และกระหาย ขาดเครื่องนุ่งห่ม ถูกโบยตี และไม่มีบ้านอยู่” 

       (To the present hour we hunger and thirst, we are poorly dressed and buffeted and homeless, )

4:12 “เราทำงานตรากตรำด้วยมือของตัวเอง เมื่อถูกด่าเราก็อวยพร เมื่อถูกข่มเหงก็ทนเอา”

       (and we labor, working with our own hands. When reviled, we bless; when persecuted, we endure;)

 4:13 “เมื่อถูกกล่าวร้ายก็พยายามวิงวอน เรากลายเป็นเหมือนเศษเดนของโลก และเหมือนราคีของทุกสิ่งจนถึงบัดนี้”

         (when slandered, we entreat. We have become, and are still, like the scum of the world, the refuse of all things.)

4:14 “ข้าพเจ้าไม่ได้เขียนข้อความเหล่านี้เพื่อให้พวกท่านละอายใจ แต่เขียนเพื่อเตือนสติท่านผู้เป็นเหมือนลูกที่รักของข้าพเจ้า”

       (I do not write these things to make you ashamed, but to admonish you as my beloved children.)

4:15 “เพราะว่าในพระคริสต์ถึงแม้ท่านทั้งหลายมีผู้ดูแลสักหมื่นคน แต่ท่านก็มีบิดาเพียงคนเดียว เพราะว่าใน​พระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าได้ให้กำเนิดพวกท่านโดยข่าวประเสริฐ”

       (For though you have countless guides in Christ, you do not have many fathers. For I became your father in Christ Jesus through the gospel.)

     4:16 “เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทำตามอย่างข้าพเจ้า”

         (I urge you, then, be imitators of me.)

4:17 “เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงใช้ทิโมธีลูกที่รักของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ในองค์พระผู้เป็นเจ้ามาหาพวกท่าน เพื่อช่วยให้ระลึกถึงหลักการดำเนินชีวิตของข้าพเจ้าในพระคริสต์ ตามที่ข้าพเจ้าสอนอยู่ในคริสตจักรทุกแห่ง”

       (That is why I sent you Timothy, my beloved and faithful child in the Lord, to remind you of my  ways in Christ, as I teach them everywhere in every church.)

     4:18 “บางคนทำหยิ่งผยองราวกับว่าข้าพเจ้าจะไม่มาหาพวกท่าน”

       (Some are arrogant, as though I were not coming to you. )

4:19 “แต่ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรด ข้าพเจ้าจะมาหาท่านในไม่ช้านี้ และข้าพเจ้าจะหยั่งรู้ไม่ใช่ในถ้อยคำของคนที่หยิ่งผยองเหล่านั้น แต่จะหยั่งรู้ในฤทธิ์เดชของพวกเขา”

             (But I will come to you soon, if the Lord wills, and I will find out not the talk of these arrogant people but their power.)

       4:20 “เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่ใช่เรื่องของถ้อยคำ แต่เป็นเรื่องฤทธิ์เดช”

         (For the kingdom of God does not consist in talk but in power. )

4:21 “พวกท่านต้องการสิ่งไหน? จะให้ข้าพเจ้าถือไม้เรียวมาหาท่าน หรือจะให้ข้าพเจ้ามาด้วยความรัก และด้วยใจสุภาพอ่อนโยน?”

       (What do you wish? Shall I come to you with a rod, or with love in a spirit of gentleness?)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

 4:1       “คนรับใช้” (servants) –1คร.3:5; “ผู้รับมอบฉันทะ” ( stewards) =ผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ในภาษากรีก = คนจัดการดูแลในบ้าน หรือคนต้นเรือน –1คร.9:17;ทต.1:7

          “สิ่งล้ำลึก” (the mysteries) = สิ่งที่พระเจ้าปิดซ่อนไว้ ที่มนุษย์ไม่มีทางค้นพบเองได้ แต่บัดนี้พระเจ้าเปิดเผยแก่มรรคาของพระองค์ (2:7) –รม.16:25

4:4       “มโนธรรม” (not aware of anything against myself) = จิตสำนึก –กจ.23:1

“ไร้ความผิด” (not thereby acquitted) – รม.2:13

          “ไต่สวนตัวข้าพเจ้า” (judges me) = ตัดสินข้าพเจ้า – 2คร.10:18

4:5       “อย่าตัดสินสิ่งใดก่อนถึงเวลา” (do not pronounce judgment before the time) –มธ.7:1-2

= ก่อนเวลากำหนดที่พระเจ้าพิพากษาผู้เชื่อ (3:13)

“ความมุ่งหมายของจิตใจ” (disclose the purposes of the heart.) = แรงจูงใจ –1ซมอ.16:7;

1พกษ.8:39;1พศด.28:9;สดด.139:23-24;สภษ.16:2;21:2;ลก.16:15;ฮบ.4:12-13

4:6       “พี่น้องทั้งหลาย” (brothers) -1:10

“อย่าออกนอกขอบเขตของพระคัมภีร์” (not to go beyond what is written) = อย่าไปไกลเกินกว่าที่เขียนไว้ (ในพระคัมภีร์) –1คร.1:19;31;3:19-20

= ทั้งเปาโล อปอลโล และคนอื่น ๆ (รวมทั้งผู้ที่ติดตาม) ควรตระหนักถึงความจำกัดของแต่ละคน โดยไม่ควรเย่อหยิ่งยกตัวขึ้นข่มกัน

“ยกคนหนึ่งเหยียดอีกคนหนึ่ง”(be puffed up in favor of one against another) = ยกคนนั้นข่มคนนี้

–1คร.1:12;3:4

4:7       “ท่านมีอะไรที่ไม่ได้รับมา?” (What do you have that you did not receive?) –ยน.3:17;รม.12:3,6

4:8       “อิ่มหนำแล้วสินะ …มั่งมีแล้วสินะ…ครอบครอง…แล้วสินะ” (you have all you want! Already you  have become rich! Without us you have become kings! And would that you did reign)

= มีทุกสิ่งที่ต้องการแล้ว

= อ.เปาโลใช้สำนวนเสียดสีเชิงประชดประชัน ให้บรรดาผู้อ่านชาวโครินธ์สำนึกว่าพวกเขาอวดดีอย่างน่าสมเพชมากเพียงใด;     “มั่งมีแล้ว” –1:5;2คร.9:11;วว.3:17-18

“ครอบครอง…แล้ว” โดยคิดว่า พวกเขาได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์อย่างเต็มตัวแล้ว (รม.5:17; 2ทธ.2:12) โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยพันธกิจของพวกอัครทูต

4:9       “อัครทูต” (apostles) 1:1; “เรากลายเป็นการแสดง” (become a spectacle)

คำกรีกนี้ = “เป้าสายตา” , คำนี้มีรากศัพท์มาจากคำว่า “โรงละคร” (Theatre)

=ในที่นี้ อ.เปาโลหมายถึง ขบวนแห่งชัยชนะของแม่ทัพโรมที่ได้ชัยกลับมาพร้อมเชลยอยู่ท้ายขบวน

-เชลยเหล่านี้ถูกบังคับให้ลงไปต่อสู้กับคู่แข่ง(นักรบ) หรือสัตว์ร้ายในสังเวียน (อัฒจรรย์) ให้คนทั้งหลายชมดู

= ภาพที่ อ เปาโลต้องการวาดให้เห็นว่า ทั้งโลก/จักรวาล และทูตสวรรค์กำลังมองดูอัครทูตที่ต่อสู้ยกสุดท้ายในสังเวียนจนตัวตาย – รม.8:36

4:10     “เราเป็นคนโง่เพราะเห็นแก่พระคริสต์” (We are fools for Christ’s sake) –กจ.17:18;26:24;1คร.1:18

                    “มีเกียรติ…มีกำลัง” (you are strong. You are held in honor) = คำพูดเชิงประชดประชันเช่นกัน บาง

ฉบับแปลว่า “ท่านฉลาดนัก…ท่านเข้มแข็ง”-1คร.2:3;3:18;2คร.11:19

4:11-13 = คำพรรณนาถึงสภาพของเปาโล ในขณะที่เขียนจดหมายฉบับนี้

4:11     “ไม่มีบ้านอยู่” (homeless) = ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง –รม.8:35;2คร.11:23-27
4:12     “เราทำงานตรากตรำด้วยมือของเราเอง” (working with our own hands ) = อ.เปาโลเป็นช่างทำเต้นท์

เพื่อขาย หารายได้มาทำพันธกิจ (กจ.18:3; ปท.1คร.9:6,18;กจ.20:34-35)

“เมื่อถูกด่า เราก็อวยพร” (When reviled, we bless) –มธ.5:44;ลก.6:28;รม.12:14

“ทนเอา” (we endure) = ไม่ตอบโต้ เมื่อถูกข่มเหง

4:13    “เศษเดนของโลก และเหมือนราคีของทุกสิ่ง” (are still, like the scum of the world, the refuse of

all things) –ยรม.20:18;พคค.3:45

4:14     “ละอายใจ” (ashamed) = ให้อับอาย –1คร.6:5;13:34;2ธส.3:14

“ลูกที่รักของข้าพเจ้า” (my beloved children) –1ธส.2:11

4:15    “ผู้ดูแล” (quides) –กท.3:24; “ข้าพเจ้าได้ให้กำเนิดพวกท่าน” ( I became your father) –1คร.4:14

“โดยข่าวประเสริฐ” (the gospel) –1คร.9:12;14,18,23;15:1

4:16    “ขอให้ท่านตามอย่างข้าพเจ้า” (be imitators of me) = เลียนแบบข้าพเจ้า –1คร.11:1;ฟป.3:17;4:9; 1ธส.1:6;2ธส.3,7,9

4:17     “ข้าพเจ้าจึงใช้ทิโมธีลูกรัก…มาหาท่าน” (I sent you Timothy, my beloved …remind you  ) = เห็นได้ชัดว่าทิโมธีได้เริ่มต้นการเดินทางไปโครินธ์ระหว่างทางไปมาซิโดเนีย (กจ.16:1 ปท. 1ทธ.1:2;1คร.16:10

“คริสตจักรทุกแห่ง” (every church) -1คร.7:17

4:18     “บางคน” (Some) = บางคนในคริสตจักรของชาวโครินธ์เอง = พวกที่พยายามบั่นทอนสิทธิอำนาจของ     อ.เปาโล (9:1-3) และสอนว่า อ.เปาโลไม่มั่นคง (2คร.1:17) และพันธกิจที่ท่านทำก็ไร้ค่า (2คร.10:10)

ปท.12:11-12; “ทำหยิ่งผยอง” (arrogant) = หยิ่งผยองขึ้นมา –ยรม.43:2

“ราวกับข้าพเจ้าจะไม่มาหาพวกท่าน” (  I were not coming to you) –1คร.4:21

4:19     “หยิ่งผยอง” = ยโส -5:2

4:20     “แผ่นดินของพระเจ้า” ( the kingdom of God) = การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าที่ครอบครองอยู่ในชีวิตประชากรของพระเจ้า (มธ.3:2) ทำให้ชีวิตพวกเขาเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ (2คร.5:17) และยังเกิดใหม่ (ยน.3:3-8) แสดงออกด้วยชีวิตที่ถ่อมใจและอุทิศชีวิตแด่พระคริสต์และแผ่นดินของพระเจ้า

= ไม่ใช่เรื่องถ้อยคำแต่เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า (1:24) ปท. รม.14:17;15:13

4:21     “ถือไม้เรียว” (a rod) = บางฉบับแปลว่า “ถือแส้” –2คร.1:28;2:1;13:2,10

คำถามนำอภิปราย

  1. หากคุณยอมรับว่าคุณเป็นผู้รับใช้ของพระคริสต์จริง ๆ ชีวิตของคุณจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผ่านมาแล้วบ้าง?
  2. หากวันนี้คุณเชื่อว่า คุณเป็นผู้รับมอบฉันทะที่พระเจ้ามอบหมายให้ดูแลสิ่งล้ำลึกหรือข่าวประเสริฐของพระองค์จริง ๆ

คุณจะทำอะไรที่แตกต่างจากเมื่อวานหรือในอดีตที่ผ่านมาบ้าง? อย่างไร?

  1. หากให้คุณประเมินตัวคุณเองอย่างซื่อตรง คุณคิดว่า คุณเป็นคนที่ไว้วางใจได้ 100 % หรือไม่? ในเรื่องการเป็น

…..1) ตัวแทนของพระคริสต์ในโลกนี้                           …..2) สามี/หรือภรรยา?

…..3) นายจ้าง/ลูกจ้าง?                                             …..4) ผู้นำ/สมาชิก?

  1. คุณคิดว่า คุณควรจะปรับเปลี่ยนตัวคุณในเรื่องอะไรเป็นเรื่องแรก ทำไม? และเมื่อไรจะเริ่มลงมือ?
  2. คุณเคยตัดสินเรื่องใดหรือคนใดก่อนถึงเวลาบ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร? และผลที่เกิดคืออะไร?
  3. คุณเคยทำอะไรที่เข้าข่าย “นอกขอบเขตพระคัมภีร์” บ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร? แล้วเกิดอะไรขึ้น?
  4. คุณเคยหยิ่งผยองหรือโอ้อวดในเรื่องใด แล้วถูกพระเจ้าตีสอนบ้างหรือไม่ ? ในเรื่องอะไรและอย่างไร?
  5. คุณเคยถูกคนที่คุณเคยสอน ช่วยเหลือหรือนำ เล่นงานคุณ ในเรื่องใดบ้างหรือไม่? แล้วผลสุดท้ายเป็นอย่างไร? คุณรู้สึกอย่างไร?
  6. คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่า คุณเป็นเศษเดนของโลก หรือราคีของทุกสิ่งบ้างหรือไม่? ทำไมคุณคิดอย่างนั้น?
  7. หากวันนี้ คุณมีโอกาสที่จะเตือนสติคนในกลุ่มหรือในคริสตจักรของคุณ คุณอยากจะเตือนสติพวกเขาในเรื่องอะไร? ทำไม?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.