ม.ค. 282015
 

นมัสการและมหาสนิท

พระธรรม        1โครินธ์ 11:1-34

อ้างอิง             1คร.4:16;ฟป.3:17;ปฐก.1:26-27;2:18-23;อพย.24:6-8;ยรม.31:31-34

บทนำ              เราต้องทำตามคำสอนในพระคัมภีร์ที่มีพระเยซูคริสต์กับสาวกของพระองค์เป็นแบบอย่างให้เราทำตาม!

บทเรียน

11:1 “ท่านทั้งหลายจงทำตามแบบอย่างของข้าพเจ้า เหมือนกับที่ข้าพเจ้าทำตามแบบอย่างของพระคริสต์”

       (Be imitators of me, as I am of Christ.)

11:2 “ข้าพ‌เจ้า​ขอ​ชม​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​เพราะ​ท่าน​ระลึก‍ถึง​ข้าพ‌เจ้า​ใน​ทุก​เรื่อง และ​รักษา​คำ‍สอน​สืบ‍ทอด​ต่างๆ ตาม​ที่​ข้าพ‌เจ้า​มอบ​ไว้​กับ​ท่าน”

     (Now I commend you because you remember me in everything and maintain the traditions even as I delivered them to you.)

11:3 “แต่​ข้าพ‌เจ้า​ต้อง‍การ​ให้​พวก‍ท่าน​เข้า‍ใจ​ว่า พระ‍คริสต์​ทรง​เป็น​ศีรษะ​ของ​ชาย​ทุก‍คน และ​ชาย​เป็น​ศีรษะ​ของ​หญิง และ​พระ‍เจ้า​เป็น​พระ‍เศียร​ของ​พระ‍คริสต์”

       (But I want you to understand that the head of every man is Christ, the head of a wife is her husband, and the head of Christ is God. )

11:4 “ผู้‍ชาย​ทุก​คน​ที่​อธิษ‌ฐาน​หรือ​เผย‍พระ‍วจนะ​โดย​มี​ผ้า​บน​ศีรษะ ก็​ทำ​ความ​อับอาย​แก่​ศีรษะ​ของ​เขา”

         (Every man who prays or prophesies with his head covered dishonors his head, )

11:5 “แต่​ผู้‍หญิง​ทุก​คน​ที่​อธิษ‌ฐาน​หรือ​เผย‍พระ‍วจนะ​โดย​ไม่​คลุม​ศีรษะ ก็​ทำ​ความ​อับอาย​แก่​ศีรษะ​ของ​เธอ เพราะ​เหมือน​กับ​ว่า​เธอ​ได้​โกน​ผม​เสีย​แล้ว”

        (but every wife who prays or prophesies with her head uncovered dishonors her head, since it is the same as if her head were shaven.)

11:6 “เพราะ​ว่า​ถ้า​ผู้‍หญิง​ไม่​คลุม​ศีรษะ ก็​ควร​จะ​ตัด​ผม​เสีย แต่​ถ้า​การ​ตัด​ผม​หรือ​โกน​ผม​เป็น​เรื่อง​น่า‍อับอาย​ของ​ผู้‍หญิง จง​คลุม​ศีรษะ​เสีย”

      (For if a wife will not cover her head, then she should cut her hair short. But since it is disgraceful for a wife to cut off her hair or shave her head, let her cover her head. )

11:7 “ผู้‍ชาย​ไม่​สม‍ควร​คลุม​ศีรษะ​เพราะ‍ว่า​ผู้‍ชาย​เป็น​พระ‍ฉายา​และ​พระ‍รัศมี​ของ​พระ‍เจ้า ส่วน​ผู้‍หญิง​นั้น​เป็น​รัศมี​ของ​ผู้‍ชาย”

      (For a man ought not to cover his head, since he is the image and glory of God, but woman is the glory of man. ) 

11:8 “(เพราะ‍ว่า​ผู้‍ชาย​ไม่‍ได้​มา​จาก​ผู้‍หญิง แต่​ผู้‍หญิง​มา​จาก​ผู้‍ชาย”

        (For man was not made from woman, but woman from man.)

11:9 “และ​ไม่‍ได้​ทรง​สร้าง​ผู้‍ชาย​เนื่อง‍เพราะ​ผู้‍หญิง แต่​ทรง​สร้าง​ผู้‍หญิง​เนื่อง‍เพราะ​ผู้‍ชาย)”

              (Neither was man created for woman, but woman for man.)

11:10 “เพราะ‍เหตุ‍นี้​เอง ผู้‍หญิง​จึง​สม‍ควร​จะ​มี​สัญ‌ลักษณ์​แห่ง​สิทธิ‍อำนาจ​นี้​อยู่​บน​ศีรษะ เพราะ​เห็น​แก่​พวก​ทูต‍สวรรค์”

             (That is why a wife ought to have a symbol of authority on her head, because of the angels.)

11:11 “(แต่​อย่าง‍ไร​ก็​ดี ใน​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ผู้‍ชาย​ก็​ขาด​ผู้‍หญิง​ไม่‍ได้ และ​ผู้‍หญิง​ก็​ขาด​ผู้‍ชาย​ไม่‍ได้”

             (Nevertheless, in the Lord woman is not independent of man nor man of woman; )

11:12 “เพราะ‍ว่า​เช่น​เดียว​กับ​ที่​ผู้‍หญิง​มา​จาก​ผู้‍ชาย ผู้‍ชาย​ก็​มา​โดย​ผู้‍หญิง​เช่น‍กัน แต่​ทุก‍สิ่ง​ก็​มา​จาก​พระ‍เจ้า)”

         (for as woman was made from man, so man is now born of woman. And all things are from God.)

 11:13 “ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​จง​ตัด‍สิน​เอง​ว่า การ​ที่​ผู้‍หญิง​ไม่​คลุม​ศีรษะ​เมื่อ​อธิษ‌ฐาน​ต่อ​พระ‍เจ้า​นั้น​สม‍ควร​หรือ?”

         (Judge for yourselves: is it proper for a wife to pray to God with her head uncovered? )

11:14 “ธรรม‍ชาติ​เอง​ก็​สอน​ท่าน​ว่า ถ้า​ผู้‍ชาย​ไว้​ผม‍ยาว​ก็​เป็น​เรื่อง​น่า‍อาย​ของ​เขา​ไม่​ใช่​หรือ?”

        (Does not nature itself teach you that if a man wears long hair it is a disgrace for him,)

11:15 “แต่​ถ้า​ผู้​หญิง​ไว้​ผม‍ยาว​ก็​เป็น​ศักดิ์‍ศรี​ของ​เธอ เพราะ‍ว่า​ผม​เป็น​สิ่ง​ที่​ประ‌ทาน​ให้​แก่​เธอ​เพื่อ​คลุม​ศีรษะ”

         (but if a woman has long hair, it is her glory? For her hair is given to her for a covering. 

11:16 “แต่​ถ้า​ใคร​คิด​จะ​โต้‍แย้ง เรา​และ​คริสต‌จักร​ต่างๆ ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ไม่​รับ​ธรรม‌เนียม​ดัง​กล่าว​นี้”

       (If anyone is inclined to be contentious, we have no such practice, nor do the churches of  God.)

11:17 “ใน​การ​กำ‍ชับ​ต่อ‍ไป‍นี้ ข้าพ‌เจ้า​ชม​พวก‍ท่าน​ไม่‍ได้ คือ​ว่า​การ​ชุม‌นุม​กัน​ของ​ท่าน​มัก​จะ​ได้​ผล​เสีย​มาก​กว่า​ผล‍ดี”

     (But in the following instructions I do not commend you, because when you come together it is not for the better but for the worse. )

11:18 “ประ‌การ​แรก ข้าพ‌เจ้า​ได้‍ยิน​ว่า เมื่อ​มา​ชุม‌นุม​กัน​ใน​คริสต‌จักร พวก‍ท่าน​มี​การ​แตก‍แยก​กัน และ​ข้าพ‌เจ้า​เชื่อ​ว่าคง​มี​ส่วน​ที่​เป็น​จริง” 

    (For, in the first place, when you come together as a church, I hear that there are divisions among you. And I believe it in part,)

11:19 “เพราะ​จะ​ต้อง​มี​การ​ขัด‍แย้ง​กัน​ใน​พวก‍ท่าน เพื่อ​ฝ่าย​ถูก​ใน​พวก‍ท่าน​จะ​ปรา‌กฎ”

   (for there must be factions among you in order that those who are genuine among you may be recognized.)

11:20 “เมื่อ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​มา​ชุม‌นุม​พร้อม​กัน​นั้น จึง​ไม่​ใช่​การ​กิน​ใน​งาน​เลี้ยง​ของ​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า”

         (When you come together, it is not the Lord’s supper that you eat.)

11:21 “เพราะ‍ว่า​ใน​การ​กิน​อาหาร​นั้น แต่‍ละ‍คน​ต่าง​กิน​อาหาร​ของ​ตน​ก่อน บ้าง​ก็​ยัง​หิว​อยู่ และ​บ้าง​ก็​เมา”
(For in eating, each one goes ahead with his own meal. One goes hungry, another gets drunk.)

11:22 “อะไร​กัน​นี่ พวก‍ท่าน​ไม่‍มี​บ้าน​ที่​จะ​กิน​และ​ดื่ม​หรือ? หรือ​ว่า​ท่าน​ดู‍หมิ่น​คริสต‌จักร​ของ​พระ‍เจ้า และ​สร้าง​ความ​อับอาย​ให้​กับ​คน​ที่​ขัด‍สน จะ​ให้​ข้าพ‌เจ้า​พูด​อย่าง‍ไร? จะ​ให้​ชม​พวก‍ท่าน​หรือ? ข้าพ‌เจ้า​ไม่​ขอ​ชม​ท่าน​ใน​เรื่อง‍นี้​เลย”

    (What! Do you not have houses to eat and drink in? Or do you despise the church of God and humiliate those who have nothing? What shall I say to you? Shall I commend you in this? No, I will not.)

11:23 “เพราะ‍ว่า​เรื่อง​ซึ่ง​ข้าพ‌เจ้า​มอบ​ไว้​กับ​พวก‍ท่าน​นั้น ข้าพ‌เจ้า​ได้​รับ​จาก​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คือ​ใน​คืน​ที่​เขา​ทรยศ​พระ‍เยซู​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พระ‍องค์​ทรง​หยิบ​ขนม‍ปัง”

   (For I received from the Lord what I also delivered to you, that the Lord Jesus on the night when he was betrayed took bread,)

11:24 “เมื่อ​ขอบ‍พระ‍คุณ​แล้ว​จึง​ทรง​หัก และ​ตรัส​ว่า “นี่​เป็น​กาย​ของ​เรา ซึ่ง​ให้​แก่​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย จง​ทำ​อย่าง‍นี้​เพื่อ​ระลึก‍ถึง​เรา” 

    (and when he had given thanks, he broke it, and said, “This is my body which is for you. Do this in remembrance of me.”)

11:25 “หลัง‍จาก​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​แล้ว พระ‍องค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย​ด้วย​อา‌กัป‌กิริยา​เดียว‍กัน ตรัส​ว่า “ถ้วย​นี้​คือ​พันธ‌สัญญา​ใหม่ โดย​โลหิต​ของ​เรา จง​ทำ​อย่าง‍นี้ คือ​เมื่อ​ใด​ที่​พวก‍ท่าน​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้ จง​ดื่ม​เพื่อ​ระลึก‍ถึง​เรา” 

      (In the same way also he took the cup, after supper, saying, “This cup is the new covenant in  my blood. Do this, as often as you drink it, in remembrance of me.” )

11:26 “เพราะ‍ว่า​เมื่อ​ใด​ที่​พวก‍ท่าน​กิน​ขนม‍ปัง​และ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้ ท่าน​ก็​ประ‌กาศ​การ​วาย‍พระ‍ชนม์​ของ​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า จน‍กว่า​พระ‍องค์​จะ​เสด็จ​มา”

         (For as often as you eat this bread and drink the cup, you proclaim the Lord’s death until he comes.)

11:27 “ฉะนั้น​ถ้า​ใคร​กิน​ขนม‍ปัง หรือ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​ของ​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​อย่าง​ไม่​เหมาะ‍สม เขา​ก็​ทำ​ผิด​ต่อ​พระ‍กาย​และ​พระ‍โลหิต​ของ​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า”

    (Whoever, therefore, eats the bread or drinks the cup of the Lord in an unworthy manner will be guilty concerning the body and blood of the Lord. )

11:28 “ทุก‍คน​จง​สำรวจ​ตัว​เอง แล้ว​จึง​กิน​ขนม‍ปัง​และ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้”

          (Let a person examine himself, then, and so eat of the bread and drink of the cup.)

11:29 “เพราะ‍ว่า​คน​ที่​กิน​และ​ดื่ม​โดย​ไม่‍ได้​ตระ‌หนัก​ถึง​พระ‍กาย​ของ​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ก็​กิน​และ​ดื่ม​เป็น​เหตุ​ให้​ตน‍เอง​ถูก​ลง‍โทษ”

      (For anyone who eats and drinks without discerning the body eats and drinks judgment on  himself.)

11:30 “เพราะ‍เหตุ‍นี้​พวก‍ท่าน​หลาย​คน​จึง​อ่อน‌แอ​และ​เจ็บ‍ป่วย และ​บ้าง​ก็​ล่วง‍หลับ​ไป”

       (That is why many of you are weak and ill, and some have died.)

 11:31 “แต่​ถ้า​เรา​วินิจ‌ฉัย​ตัว​เอง เรา​คง​ไม่​ต้อง​ถูก​พิพาก‌ษา”

         (But if we judged ourselves truly, we would not be judged. )

11:32 “เมื่อ​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​พิพาก‌ษา​เรา​นั้น พระ‍องค์​ทรง​ตี‍สอน​เรา เพื่อ​ไม่‍ให้​เรา​ถูก​พิพาก‌ษา​ด้วย‍กัน​กับ​โลก”

       (But when we are judged by the Lord, we are disciplined so that we may not be condemned along with the world.)

11:33 “ฉะนั้น​พี่‍น้อง​ของ​ข้าพ‌เจ้า เมื่อ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​มา​ชุม‌นุม​กัน​เพื่อ​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​นั้น จง​รอ​กัน​และ​กัน”

      (So then, my brothers, when you come together to eat, wait for one another)

11:34 “ถ้า​มี​ใคร​หิว ก็​ให้​กิน​ที่​บ้าน​ก่อน เพื่อ​ว่า​เมื่อ​มา​ชุม‌นุม​กัน พวก‍ท่าน​จะ​ไม่​ถูก​ลง‍โทษ ส่วน​เรื่อง​อื่นๆ นั้น ข้าพ‌เจ้า​จะ​สั่ง‍สอน​เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​มา”
     (if anyone is hungry, let him eat at home—so that when you come together it will not be for judgment. About the other things I will give directions when I come.)

ข้อมูลมีประโยชน

11:1    “จงทำตามแบบอย่างของข้าพเจ้า” ( Be imitators of me) –1คร.4:16;ฟป.3:17

อ.เปาโลทำตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ และเรียกร้องให้ทุกคนทำตามแบบอย่างของท่าน –1ปต.2:21

11:3-16 = ภาพของการวางตัวให้เหมาะสมในการนมัสการพระเจ้า อ.เปาโล เห็นว่าความสัมพันธ์ที่เหมาะสมระหว่างสามีภรรยา ควรสะท้อนออกมาในการประชุมนมัสการของคริสตจักรที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า (1คร.10:31)

11:3     “ศีรษะ” (the head ) –มีการตีความหลายอย่าง หมายถึง

  1. เกียรติ (ข.4-5) –เหมือนพระเยซูคริสต์ถวายเกียรติแด่พระบิดา ผู้ชายต้องถวายเกียรติแด่พระคริสต์ ผู้หญิงก็ต้องให้เกียรติสามี
  2. สิทธิอำนาจ (อฟ.1:21-22;5:22-23) ที่ต้องยอมเชื่อฟัง (คส.1:18;2:10)

-พระคริสต์มีสิทธิอำนาจเหนือผู้ชาย ผู้ชายต้องถวายพระเกียรติพระองค์ สามีอยู่ในตำแหน่งแห่งสิทธิอำนาจและภรรยาต้องยอมฟัง (15:28)

11:4     “ศีรษะ” (his head) –คำแรกที่ใช้ในข้อนี้ หมายถึง “ศีรษะ” ของผู้ชาย คำที่สอง หมายถึง “ศีรษะฝ่ายจิตวิญญาณ” (พระคริสต์) หรืออาจตั้งใจสื่อทั้งสองความหมาย

-ในสมัยของ อ.เปาโล มีวัฒนธรรมที่ผู้ชายไม่คลุมศีรษะในการนมัสการ เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงการเคารพยำเกรงพระเจ้า เพราะฉะนั้น เมื่อผู้ชายอธิษฐาน หรือเผยพระวจนะ โดยการคลุมศีรษะ ก็เท่ากับว่า เขาไม่ให้เกียรติพระเจ้า

11:5-6 = เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ผู้หญิงควรแสดงความเคารพนับถือ เชื่อฟังในสิทธิอำนาจของสามี โดยการคลุมศีรษะในขณะที่นมัสการพระเจ้าในที่สาธารณะ และดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้าด้วย

-โดยตามลำดับการทรงสร้าง ผู้ชายถูกสร้างก่อนจึงสมควรมีสิทธิ์อำนาจเหนือภรรยา (ข.7-9;1ทธ.2:11-14) ภรรยาถูกสร้างมาจากกายของผู้ชาย (ปฐก.2:12-24) เพื่ออยู่เคียงข้างเป็นผู้ช่วยและเป็นเพื่อนของเขา (ปฐก.2:20) และเธอต้องให้เกียรติสามี โดยยอมเชื่อฟังเขาในฐานะที่เป็นศีรษะของเธอ (ข.3)

11:10   “สัญลักษณ์แห่งสิทธิอำนาจ” (have a symbol of authority) = สิทธิอำนาจของผู้ชายที่ผู้หญิงควรยอมรับ และแสดงออกผ่านการคลุมศีรษะ

-แต่บางคนตีความว่า หมายถึง สิทธิอำนาจของผู้หญิงที่มีฐานะร่วมปกครองกับผู้ชาย (ปฐก.1:26-27) บางคนถึงกับตีความว่า การคลุมศีรษะของผู้หญิงเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องให้พ้นจากอำนาจของทูตสวรรค์ที่ตกต่ำ

“พวกฑูตสวรรค์” (the angels) –ทูตสวรรค์สนใจในเรื่องชีวิตคริสเตียน รวมทั้งความรอดและการนมัสการ (อฟ.3:10)

11:13-14 “…สมควรหรือ? ธรรมชาติเองก็สอนท่านว่า” (..is it proper … Does not nature itself teach you that..) = ผู้เชื่อต้องสำรวจดูว่า การประพฤติของตนนั้น ให้เกียรติและสอดคล้องกับวัฒนธรรมที่ยอมรับกันอยู่หรือไม่?

11:16   “…เราและคริสตจักรต่าง ๆ ของพระเจ้าก็ไม่รับธรรมเนียมดังกล่าวนี้” (we have no such practice, nor do the churches of God) = ในสมัยของเปาโล คริสตจักรมีธรรมเนียมปฏิบัติในการนมัสการ คือ ผู้ชายไว้ผมสั้น และผู้หญิงไว้ผมยาว (ข.13-16)

11:17   “ชมพวกท่านไม่ได้” (I do not commend you) = แตกต่างจากในข้อ 2

11:18   “พวกท่านมีการแตกแยกกัน” (there are divisions among you) = เปาโลจัดการกับเรื่องแบ่งพรรคแบ่งพวกเช่นนี้มาส่วนหนึ่งแล้ว ใน 1:10-17

11:19   “…ต้องมีการขัดแย้งกันในพวกท่าน เพื่อฝ่ายถูก…จะปรากฏ” (… must be factions among you in order that those who are genuine among you may be recognized) -.ในฉบับอมตธรรมแปลว่า

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในพวกท่านย่อมมีข้อแตกต่างกัน เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายไหนที่พระเจ้าทรงเห็นชอบด้วย”

= แม้ว่าความแตกแยกจะเป็นสิ่งไม่ดี แต่ก็มีผลดีอย่างหนึ่ง คือ ช่วยแยกแยะว่า ใครสัตย์ซื่อ และจริงใจใน

สายพระเนตรของพระเจ้า

11:20   “ไม่ใช่การกินในงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ( it is not the Lord’s supper that you eat) = ถูกลบหลู่ เพราะความตะกละและการเลือกปฏิบัติ

11:21   “บ้างก็ยังหิว และบ้างก็เมา” (One goes hungry, another gets drunk) = คริสตจักรยุคแรกจัดงานแบบ “งานเลี้ยงผูกรัก” ที่เรียกว่า “อากาเป้” (2ปต.2:13;ยด 12) โดยแต่ละคนนำอาหารมาทานร่วมกันคนละอย่างสองอย่าง

ปกติคนรวยก็เอามามากหน่อย คนจนก็นำมาเท่าที่มี แต่เนื่องจากมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ทำให้คนรวยกินมากและคนจนไม่พอกินให้อิ่ม

11:22   “จะให้ชมพวกท่านหรือ?” (Shall I commend you in this?) ดูข้อ17

11:23-26 –ให้ลองเปรียบเทียบความคล้ายคลึงของสิ่งที่เปาโลเขียนในตอนนี้กับ มธ.26:26-29;มก.14:22-25 และ ลก.22:17-20

11:23   “ข้าพเจ้าได้รับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า” (I received from the Lord ) = อาจได้รับจากคนที่เคยได้ยินมาจากพระเยซูอีกต่อหนึ่ง (15:3;7:10)

11:24   “เมื่อขอบคุณพระเจ้าแล้ว” (when he had given thanks ) = ธรรมเนียมปฏิบัติของคนยิวเวลารับประทานอาหารจะขอบคุณพระเจ้า

“พิธีมหาสนิท” เดิมเรียกว่า Eucharist” แปลว่า “การขอบพระคุณ”

“นี่เป็นกายของเรา” (This is my body) = ขนมปังที่ถูกหักออกมาเป็นสัญลักษณ์ของพระกายของพระเยซูคริสต์ซึ่งสละเพื่อไถ่บาปเรา (ลก.22:19)

“จงทำอย่างนี้เพื่อระลึกถึงเรา” (Do this in remembrance of me ) = เหมือนที่เทศกาลปัสกา เป็นมื้ออาหารที่รำลึกถึงการไถ่ชาวอิสราเอล โดยลูกแกะต้องถูกฆ่าตาย (อพย.12:14)

อาหารเย็นมื้อสุดท้ายของพระเยซูคริสต์กับสาวกก็เป็นมื้ออาหารที่รำลึกถึงการตายของพระเยซูคริสต์ เพื่อไถ่บาปของมนุษย์เช่นกัน

11:25   “หลังจากรับประทานอาหารแล้ว” (after supper) = หลังอาหารมื้อปัสกา พระเยซูทรงเริ่มต้นการฉลองพิธีมหาสนิทเป็นครั้งแรก โดยโยงให้เกี่ยวข้องกับมื้ออาหารปัสกา (ปท. มธ.26:18-30)

“ถ้วย” ( cup) = เป็นเครื่องหมายของพันธสัญญาใหม่ผ่านทางโลหิตของพระเยซูคริสต์ (มก.14:24; ลก.22:20;ยรม.31:31-34) โดยมีพันธสัญญาเดิม คือ พันธสัญญาของโมเสส (หรือพันธสัญญาที่ซีนาย)

–อยพ.24:3-8)

-การใช้ถ้วยเป็นเครื่องหมายของพันธสัญญานี้ สื่อถึงการประทานความรอดของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์ ซึ่งประทับตราด้วยโลหิตของพระเยซูคริสต์ที่หลั่งไหลออกมา

11:26   “เมื่อใดที่พวกท่านกินขนมปัง และดื่มจากถ้วยนี้” (often as you eat this bread and drink the cup) = คำแนะนำให้มีการจัดทำพิธีนี้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

“ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า”(you proclaim the Lord’s death) = ไม่มีการทำพิธีมหาสนิท โดยไม่ประกาศเรื่องการที่พระคริสต์ทรงถูกตรึงตายไถ่บาปเรา (1:23;2:2)

“จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา” ( until he comes) – มธ.26:29

11:27   “อย่างไม่เหมาะสม” (unworthy manner ) = อย่างไม่สมควรคือ ไม่เคารพยำเกรง และเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นท่าทีของหลายคนที่รับประทานในงานเลี้ยงผูกรัก(อากาเป้) อย่างวุ่นวายไร้ระเบียบ (ข้อ20-22)

11:28   “ทุกคนจงสำรวจตัวเอง” (Let a person examine himself) = ต้องตรวจสอบท่าทีในใจและการกระทำของตัวเอง รวมถึงระลึกถึงความสำคัญของพิธีมหาสนิท พิธีจึงจะมีความหมายฝ่ายจิตวิญญาณที่แสดงถึงพระคุณของพระเจ้า

11:29   “โดยไม่ตระหนักถึงพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (without discerning the body)

          “พระกาย” ในที่นี้อาจมีความหมาย

  1. พระกายของพระเยซูคริสต์จริง ๆ
  2. คริสตจักรในฐานะพระกายของพระเยซูคริสต์ (12:13,27)

-ในกรณีแรกหมายความว่า มีบางคนรับพิธีมหาสนิทโดยไม่ระลึกถึงพระกายของพระเยซูคริสต์ ที่ถูกตรึงตายไถ่บาปของเขา

ในกรณีที่สองหมายความว่า ผู้เข้าร่วมพิธีนี้ ไม่ตระหนักว่า คริสตจักรคือ พระกายของพระเยซูคริสต์ ทำให้เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (ตามข้อ 20-21)

“เป็นเหตุให้ตนเองถูกลงโทษ” (judgment on himself) –ไม่ใช่การลงโทษโดยการพิพากษานิรันดร์ของพระเจ้าที่มีต่อผู้ที่ไม่เชื่อ และไม่รับการช่วยเหลือของพระเยซูคริสต์ แต่เป็นการตีสอนของพระเจ้าที่ทำให้เจ็บป่วยหรือตายต่อผู้เชื่อแล้ว (ข.30)

11:30   “ล่วงหลับไป” (died) –ยน.11:11

11:32   “ตีสอน” (judged) = พระเจ้าตีสอนเราในฐานะที่เราเป็นบุตรจากการไถ่ เสมือนบิดาตีสอนบุตร (ฮบ.12:5-11)

11:33   “ชุมนุมกันเพื่อรับประทานอาหารนั้น” (   come together to eat) = งานเลี้ยงสังสรรค์ผูกรักแบบอากาเป้ (ข.21) ที่ทุกคนควรรู้จักสำรวมและบังคับตนเองให้รู้จักรอรับประทานพร้อมคนอื่น ดังนั้น ถ้าผู้ใดหิวมากก็ควรรับประทานอาหารจากที่บ้านให้อิ่มก่อน เพื่อจะไม่แสดงความเห็นแก่ตัวและการเลือกปฏิบัติในคริสตจักร (ข.34)

คำถามนำอภิปราย

  1. มีอะไรบ้างที่คุณปฏิบัติตามแบบอย่างของพระคริสต์และสามารถเป็นแบบอย่างให้คนอื่นปฏิบัติตามตัวของคุณ?
  2. มีเรื่องอะไรบ้างที่คุณกระทำแล้ว เป็นเรื่องที่พระเจ้าและคนในคริสตจักรชมเชยได้? (แบ่งปัน)
  3. มีธรรมเนียมปฏิบัติอะไรของคริสตจักรที่สืบทอดกันมาที่มักถูกละเลยในคริสตจักรของคุณ? ทำไม?
  4. คุณเคยละเลยหรือขัดขืนหรือปฏิเสธในทางปฏิบัติตนตามธรรมเนียมประเพณีของคริสตจักรบางอย่างที่สืบทอดกันมาบ้าง? ทำไม?
  5. คุณยอมรับคำสอนเรื่องที่ให้ผู้หญิงต้องยอมรับสิทธิอำนาจของผู้ชายได้หรือไม่? ทำไม?
  6. มีธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องอะไรของคริสตจักรที่คุณอยากล้มเลิก ทำไม?
  7. มีธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องอะไรในคริสตจักรที่คุณคิดว่า ควรรักษาไว้? เพราะอะไร?
  8. มีพิธีมหาสนิทครั้งใดที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุด? ทำไม?
  9. คุณเคยมีประสบการณ์หรือปัญหาเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติหรือการแสดงความเห็นแก่ตัวกันในคริสตจักรจนคุณรับไม่ได้บ้างหรือไม่? (แบ่งปัน)
  10. คุณเคยเข้าร่วมพิธีมหาสนิทโดยไม่ระลึกถึง “พระกาย” ของพระคริสต์บ้างหรือไม่? แล้วผลเป็นอย่างไร?

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.