มี.ค. 072015
 

เฝ้าเดี่ยว

“จงดำเนินชีวิตของคุณให้ดีที่สุด และจงแสวงหาการทรงนำของพระเจ้าแห่งสวรรค์”

(Live your best life, seeking heavenly guidance.)  -Lailah Gifty-

นิสัยดี ๆ และชีวิตดี ๆ ไม่อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ต้องได้รับการอบรมบ่มนิสัยมาตั้งแต่แบเบาะ   นิสัยดี ๆ ในฝ่ายวิญญาณก้เช่นกันต้องเริ่มต้นตั้งแต่ เมื่อยังเยาว์วัยฝ่ายจิตวิญญาณ!

นั่นคือ ในทันทีที่ผู้หนึ่งผู้ใดกลับใจรับความรอดด้วยความเชื่อในพระคริสต์ เขาเป็นดุจทารกฝ่ายวิญญาณที่ควรได้รับการอบรมบ่มนิสัยในการเข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นส่วนตัวโดยเร็ว!

เพราะหากกระทำเช่นนั้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะเกิดเป็นนิสัยใหม่ตามที่พระเจ้าทรงประสงค์ และพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า จนผู้เชื่อใหม่นั้นมีนิสัยใจคอหรือบุคลิกลักษณะที่คล้ายคลึงกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

ด้วยเหตุนี้เราจึงควรแสวงหาการทรงนำของพระเจ้าในชีวิตแต่ละวันของเราผ่านการใช้เวลาส่วนตัวกับพระองค์ นี่เรียกว่า “การเฝ้าเดี่ยว”

การ “เฝ้าเดี่ยว” (การเข้าเฝ้าพระเจ้าส่วนตัวประจำวัน) นั้นต้องเริ่มจาก

  1. การฝัน – คือฝันที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า และเป็นอย่างที่พระเจ้าประสงค์
  2. การฝืน – คือ ปฏิเสธธรรมชาติเนื้อหนังที่ฉุดรั้งไม่ให้เจริญเติบโต
  3. การฝึก – คือการลงมือปฏิบัติในขั้นตอนที่ทำให้เติบโตเข้มแข็ง

ใช่ครับ เราต้องใฝ่ฝันที่จะเป็น “คน” อย่างที่พระเจ้าประสงค์ เราต้องฝ่าฝืนแรงถ่วงตามธรรมชาติที่อยากสะดวกสบาย อยากสนุก อยากทำอะไรตามใจของตัวเองและเราต้อง “ฝึกฝน” ตัวของเราเองทั้งกายและจิตให้มีวินัยในการเข้าใกล้ชิดพระเจ้า ในที่สงบ เป็นประจำทุกวัน เป็นการส่วนตัวเอง

ดุจดังที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง

 “และเมื่อทรงให้ฝูงชนไปหมดแล้ว พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาตามลำพังเพื่ออธิษฐาน เวลาก็ดึกมาก พระองค์ยังประทับที่นั่นแต่ลำพัง”    (มัทธิว 14:23)

“ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ และทรงอธิษฐานที่นั่น”  (มาระโก 1:35)

“ในเวลาต่อมาพระเยซูเสด็จไปที่ภูเขาเพื่อจะอธิษฐาน พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน”  (ลูกา 6:12)

สิ่งที่คุณสามารถฝึกฝนได้ ในการเข้า “เฝ้าเดี่ยว” คือ

  1. อธิษฐานขอใจที่ปรารถนาจะรู้จักพระเจ้าให้มากขึ้นในแต่ละวัน (ถ้าเป็นไปได้ให้เขียนคำอธิษฐานนั้นออกมาเลย)
  2. อ่านพระคัมภีร์เป็นเล่มหรือเป็นบทในแต่ละวัน (อาจเปรียบฉบับคำแปลที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 ฉบับ)
  3. ให้เขียนสิ่งที่คุณได้รับมาจากพระเจ้าและจากการอ่านพระวจนะของพระเจ้า
  • ในทันทีที่อ่าน
  • หลังจากที่ใครครวญในสิ่งที่อ่าน
  1. สนองตอบด้วยการขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับคุณ (โดยเขียนออกมาเป็นข้อ ๆ )
  2. หยุดนิ่งสงบต่อพระพักตร์ของพระเจ้าด้วยท่าทีและท่าทางแห่งการถ่อมใจยำเกรงพระเจ้า (เช่น คุกเข่า) และพร้อมจะฟังพระองค์ตรัสกับคุณเป็นการส่วนตัวอย่างเจาะจง
  3. มองหาข้อพระธรรมข้อใดข้อหนึ่งหรือคำใดคำหนึ่งที่รู้สึกแตะต้องใจของคุณเป็นพิเศษ และใคร่ครวญคำนั้นหรือข้อนั้น (โดยไม่จำเป็นต้องพยายามอ่านข้ออื่น ๆ หลาย ๆ ข้อ ให้ครบทุกข้อ) จากนั้นปล่อยให้พระเจ้าทรงนำและช่วยคุณให้กระจ่างในพระทัยและพระประสงค์ของพระองค์อย่างแจ่มชัดจนประหลาดใจ (สดุดี 119:47-48)
  4. หากจำเป็นหรือต้องการความเข้าใจเพิ่มเติม ก็อาจอ่านข้อมูลเบื้องหลังพระธรรมตอนนั้นหรือคำ ๆ นั้น จากหนังสืออธิบายพระคัมภีร์ (เช่น พจนานุกรมพระคัมภีร์) (สดด.119:3-35)
  5. เป็นคำตอบสนองต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน โดยใช้ข้อหรือบทพระธรรมตอนที่อ่านนั้น เฉพาะวันที่อ่านหรือจะใช้พระธรรมตอนนั้นเป็นคำอธิษฐานต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ก็ได้
  6. ให้จริงใจที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับพระเจ้า โดยวางตัวตน ความคิด หรือวิถีเดิมของคุณลง เทใจให้     พระเจ้าอย่างสิ้นเชิง (สดุดี 62:8) และยอมมอบชีวิตของคุณให้พระเจ้าทรงนำด้วยความไว้วางใจ 100 %
  7. อธิษฐานเผื่อ ครอบครัว คริสตจักร ผู้อื่น สังคม ประเทศชาติ และสถานการณ์โลกนี้ หากมีเวลาให้ทำได้ (และให้จดหัวข้อไว้ด้วยก็จะดี)

พี่น้องที่รักครับ

ขอให้วันนี้ เรามาเริ่มต้นพัฒนานิสัยในการเข้าเฝ้าพระเจ้าของเราให้มีคุณภาพมากกว่าที่ผ่านมา !

…จะดีไหมครับ?

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 

 

 

 

 

 

 

 

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)