ก.ค. 012015
 

จงปกป้องพันธกิจ

พระธรรม        2โครินธ์ 10:1-18

อ้างอิง             1คร.4:21;3:23,6;2:3-5;1:12,17-19,31;14:37;2:9,12;3:1;5:12;6:7;7:12;9:13;2คร.10:10:1-2,8,12-13, 16-18;13:10

บทนำ              แม้ว่าเราจะรับใช้พระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ แต่ก็อาจไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายหรือราบรื่น เพราะบางทีอาจมีศัตรูที่เข้ามารบกวนหรือล่อลวงคนของเราจนหันเหไปจากเรา และจากสิ่งที่เราพร่ำสอน หรือที่หนักและเจ็บปวดที่สุดก็คือ เมื่อคนภายในทีมหรือในคริสตจักรของคุณเล่นงานคุณหรือทรยศต่อคุณ แต่กระนั้น เราต้องไม่ท้อ และยังคงยืนหยัดต่อสู้และปกป้องพันธกิจของพระเจ้าและคนของพระองค์จนถึงที่สุด

บทเรียน

10:1 “ข้าพเจ้า เปาโล ขอร้องพวกท่านด้วยตัวเอง โดยเห็นแก่ความสุภาพอ่อนโยนและความกรุณาของพระคริสต์ ข้าพเจ้าผู้เป็นคนถ่อมตัวมื่ออยู่กับท่านทั้งหลาย แต่เมื่ออยู่ห่างก็เป็นคนห้าวหาญต่อพวกท่าน”

  (I, Paul, myself entreat you, by the meekness and gentleness of Christ—I who am humble when  face to face with you, but bold toward you when I am away!)

10:2 “คือข้าพเจ้าขอร้องท่านว่าเมื่อมาอยู่กับพวกท่าน อย่าให้ข้าพเจ้าต้องห้าวหาญ ด้วยความมั่นใจที่ทำให้​ข้าพเจ้าคิดว่า จะต้องกล้าหาญต่อบางคนซึ่งคิดว่าเราดำเนินชีวิตตามแบบมนุษย์ทั่วๆไป”

  (I beg of you that when I am present I may not have to show boldness with such confidence as I count on showing against some who suspect us of walking according to the flesh.)

10:3 “เพราะว่า ถึงแม้ว่าเราดำเนินชีวิตอยู่ในร่างกายมนุษย์ แต่เราก็ไม่ได้สู้รบตามแบบมนุษย์ทั่วๆ ไป” 

               (For though we walk in the flesh, we are not waging war according to the flesh.) 

10:4 “เพราะว่าอาวุธของเราที่ใช้สู้รบไม่ใช่แบบมนุษย์ แต่เป็นฤทธานุภาพจากพระเจ้าที่จะทำลายป้อมปราการได้คือทำลายเหตุผลปลอมทั้งหลาย” 

       (For the weapons of our warfare are not of the flesh but have divine power to destroy strongholds.) 

10:5 “และความเย่อหยิ่งทุกรูปแบบที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า และจะยึดกุมความคิดทุกประการให้มาเชื่อฟังพระคริสต์” 

     (We destroy arguments and every lofty opinion raised against the knowledge of God, and take  every thought captive to obey Christ,) 

10:6 “และเราพร้อมจะลงโทษทุกคนที่ไม่เชื่อฟัง เมื่อพวกท่านเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์แล้ว”

               (being ready to punish every disobedience, when your obedience is complete.)

10:7 “จงดูสิ่งที่ปรากฏกับตา ถ้าใครมั่นใจว่าตัวเขาเป็นของพระคริสต์ ก็ให้เขาคิดถึงตัวเองดูอีกอย่างนี้ว่า เมื่อเขาเป็นของพระคริสต์ เราก็เป็นของพระคริสต์เหมือนกัน” 

     (Look at what is before your eyes. If anyone is confident that he is Christ’s, let him remind himself that just as he is Christ’s, so also are we.)

10:8 “ถึงแม้ข้าพเจ้าจะอวดมากไปสักหน่อย ในเรื่องสิทธิอำนาจของเราที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานให้ไว้เพื่อเสริมสร้าง ไม่ใช่เพื่อทำลายพวกท่าน ข้าพเจ้ก็จะไม่ได้รับความอับอาย” 

  (For even if I boast a little too much of our authority, which the Lord gave for building you up and not for destroying you, I will not be ashamed.) 

10:9 “ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้ดูราวกับว่า ข้าพเจ้าทำให้ท่านกลัวด้วยจดหมาย” 

                 (I do not want to appear to be frightening you with my letters.) 

10:10 “เพราะมีบางคนพูดว่า “จดหมายของเปาโลนั้นมีน้ำหนักและมีอำนาจมากก็จริง แต่ตัวเขาดูอ่อนแอเมื่อมาถึงและคำพูดของเขก็ใช้ไม่ได้” 

         (For they say, “His letters are weighty and strong, but his bodily presence is weak, and his  speech of no account.” )

10:11 “จงให้คนเหล่านั้นเข้าใจอย่างนี้ว่า เราพูดไว้ในจดหมายอย่างไรเมื่อไม่อยู่ เราก็จะทำอย่างนั้นเมื่ออยู่เช่นกัน” 

                   (Let such a person understand that what we say by letter when absent, we do when present.) 

10:12 “เพราะว่าเราไม่กล้าเทียบชั้นหรือเปรียบเทียบตัวเองกับบางคนที่ยกย่องตัวเอง แต่เมื่อพวกเขาเอาตัวเองเป็นเครื่องวัดกันและกัน และเอาตัวเองเปรียบเทียบกันและกันแล้ว พวกเขาก็ปราศจากความเข้าใจ”

   (Not that we dare to classify or compare ourselves with some of those who are commending themselves. But when they measure themselves by one another and compare themselves with one another, they are without understanding.)

10:13 “ส่วนเราจะไม่อวดเกินขอบเขต แต่จะอวดในขอบเขตที่พระเจ้าทรงจัดไว้ให้ และขอบเขตนั้นก็ครอบคลุมถึงพวกท่านด้วย” 

       (But we will not boast beyond limits, but will boast only with regard to the area of influence God assigned to us, to reach even to you.) 

10:14 “เพราะว่าเราไม่ได้ทำเลยขอบเขตของตนเอง นอกจากว่าเราไม่เคยมาหาท่าน เราเป็นพวกแรกที่นำข่าว‍ประเสริฐของพระคริสต์มายังพวกท่าน” 

  (For we are not overextending ourselves, as though we did not reach you. For we were the first  to come all the way to you with the gospel of Christ.)

10:15 “เราไม่ได้อวดเกินขอบเขต ไม่ได้อวดในการงานของคนอื่น แต่เราหวังว่า เมื่อความเชื่อของท่านเจริญขึ้นขอบเขตงานของเราจะขยายออกไปอย่างกว้างขวางในพวกท่าน” 

  (We do not boast beyond limit in the labors of others. But our hope is that as your faith increases, our area of influence among you may be greatly enlarged,) 

10:16 “เพื่อว่าเราจะได้ประกาศข่าวประเสริฐในที่ที่อยู่เลยขอบเขตของพวกท่าน โดยไม่อวดสิ่งที่อยู่ในขอบเขตของคนอื่นที่ทำไว้แล้วนั้น” 

         (so that we may preach the gospel in lands beyond you, without boasting of work already done in another’s area of influence.) 

10:17 “ถ้าครจะอวด ก็จงอวดองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด

         (“Let the one who boasts, boast in the Lord.” )

10:18 “เพราะว่าคนที่ยกย่องตัวเองจะไม่ได้รับการรับรอง แต่คนที่พระเจ้าทรงยกย่องต่างหากจะได้รับ”

       (For it is not the one who commends himself who is approved, but the one whom the Lord  commends.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

10:1     “เปาโล” (Paul) –กท.5:อฟ.3:1

“ความสุภาพอ่อนโยนและความกรุณาของพระคริสต์” (the meekness and gentleness of Chris  )

–มธ.11:29

10:2     “ห้าวหาญ” (boldness) –1คร.4:21

          “ตามแบบมนุษย์ทั่วๆ ไป” (according to the flesh.) บางฉบับแปลว่า “ตามมาตรฐานของโลกนี้”

–รม.12:2

10:3     “ไม่ได้สู้รบตามแบบมนุษย์ทั่วๆ ไป” ( not waging war according to the flesh) = บางฉบับแปลว่า “ไม่ได้สู้รบตบมืออย่างที่โลกทำ” –2คร.10:2

10:4     “อาวุธของเราที่ใช้สู้รบ” (the weapons of our warfare   ) = อ.เปาโลเตรียมตัวเข้าสงคราม แต่ไม่ใช้อาวุธที่มาจากโลกหรือจากความเย่อหยิ่งของมนุษย์ (ปท.1:17;4:2) –2คร.6:7

“แต่เป็นฤทธานุภาพจากพระเจ้า” (but have divine power) –1คร.2:5

“ทำลายเหตุผลปลอมทั้งหลาย” (destroy strongholds) = บางฉบับแปลว่า “ทำลายล้างที่มั่นต่าง ๆ ได้” –ยรม.1:10;23:29;2คร.10:8;13:10

= เหตุผลหรือที่มั่นของประเด็นโต้แย้งและคำแอบอ้างทั้งหลาย (ข.5) ที่ยกขึ้นมาอ้าง

10:5     “ขัดขวางความรู้ของพระเจ้า” (against the knowledge of God) = การยกเหตุผลหรือคำอ้างทั้งหลายในข้อ 4 มาท้าทายความรู้ของพระเจ้า (ปท.รม.1:18-33) ซึ่งเป็นเหตุผลจอมปลอมที่อัครฑูตเทียมเท็จใช้เพื่อสั่นคลอนความเชื่อของคริสเตียนในโครินธ์ (1คร.2:13-14) –อสย.2:11-12;1คร.1:19

“ให้มาเชื่อฟังพระคริสต์” (obey Christ) –2คร.9:13

10:6     “ทุกคนที่ไม่เชื่อฟัง” (every disobedience ) = เป็นส่วนหนึ่งของคนที่เอาแต่ได้หรืออยู่ฝ่ายเดียวกับพวกครูสอนเท็จ

“เชื่อฟังอย่างสมบูรณ์แล้ว” (obedience is complete) –2คร.2:9;7:15

10:7     “จะดูสิ่งที่ปรากฏกับตา” (Look at what is before your eyes) = แปลได้อีกว่า “พวกท่านมองแต่เพียงภายนอก”

“เขาเป็นของพระคริสต์” (he is Christ’s ) = สะท้อนผู้ที่บอกว่า เขาอยู่ฝ่ายพระคริสต์ (1คร.1:12) และผู้ที่สอนผิดในโครินธ์ซึ่งอ้างว่ามีจิตวิญญาณที่สูงกว่าเปาโล ทั้งที่เปาโลได้รับการแต่งตั้งจากพระเยซูผู้เป็นขึ้นมาจากความตาย (กจ.9:3-9;22:6-11;26:12-18) และเป็นผู้รับข่าวประเสริฐที่ประกาศโดยการสำแดงของพระคริสต์ (กท.1:12;ปท.2คร.12:2-7) -เปาโลอ้างว่า ท่านก็เป็นของพระคริสต์เช่นกัน

10:8     “สิทธิอำนาจ…ประทานให้ไว้เพื่อเสริมสร้าง” (authority… gave for building you up) = เป้าหมายเบื้องต้นของสิทธิอำนาจของอัครฑูตเปาโลคือ เพื่อเสริมสร้างไม่ใช่เพื่อทำลายหรือฉุดลง (13:10)

10:9     “ทำให้ท่านกลัวด้วยจดหมาย” ( to be frightening you with my letters.    ) = แปลได้อีกว่า “ข่มขวัญท่านด้วยจดหมายของข้าพเจ้า” -2:3-4;7:8-9;บทที่ 10-13;1คร.4:14-21

10:10   “จดหมายของเปาโลนั้นมีน้ำหนักและมีอำนาจมากก็จริง” (His letters are weighty and strong)

= อ.เปาโลเขียนจดหมายถึงชาวโครินธ์อย่างน้อย 3 ฉบับ

“แต่ตัวเขาดูอ่อนแอ” (but his bodily presence is weak  ) = ตัวเขาไม่น่าประทับใจ, 1คร.2:3;2คร.10:1;กท.4:13-14

          “คำพูดของเขาก็ใช้ไม่ได้” ( his speech of no account) -10:1-13:14;2คร.11:6

= ศัตรูของ อ.เปาโลใช้วาทะศิลป์อันช่ำชองเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์และสูบเงินจากผู้ฟังที่ไม่มั่นคง แต่เปาโลพูดแตกต่างออกไปคือ เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และไม่คิดมูลค่าใด ๆ (11:7) และเปาโลประกาศเรื่องพระเยซูคริสต์ถูกตรึงและเป็นขึ้นจากตายที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้เชื่ออันเป็นหลักฐานของฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่อยู่ในสิ่งที่ท่านพูด (ปท.1คร.2:1-5)

10:12   “บางคนที่ยกย่องตัวเอง” (some of those who are commending themselves) 2คร.3:1;10:18

“เอาตัวเองเป็นเครื่องวัด” (measure themselves) = ผู้สอนเท็จในโครินธ์เอาตัวเองมาเป็นตัววัด ราวกับว่า ไม่มีมาตรฐานที่สูงกว่าพวกเขามาเป็นตัวเปรียบ แต่เปาโลอวดองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น (ข.17;ปท. 1คร.1:31)

10:13   “จะอวดในขอบเขตที่พระเจ้าทรงจัดไว้ให้” (will boast only with regard to the area of influence God assigned to us) = ที่พระเจ้าขีดวงไว้ให้, ภาพที่เปาโลวาดไว้เป็นภาพของการแข่งขันในการวิ่ง ซึ่งต้องกำหนดลู่ให้นักวิ่ง

“ขอบเขต” (วง) ในที่นี้จึงน่าจะแปลว่า “ลู่” -ข.15,16;รม.12:3

เพราะฉะนั้น การที่พวกสอนเท็จแทรกซึมเข้ามาในคริสตจักรโครินธ์ก็เท่ากับว่า พวกเขาข้ามลู่เข้ามาอยู่ในลู่ของเปาโล บางคนตีความว่า “ลู่” นี้หมายถึง “ขอบเขตของสิทธิอำนาจตามที่ได้รับมอบหมาย”

10:14   “ข่าวประเสริฐของพระคริสต์” ( the gospel of Christ) –2คร.2:12

“มายังพวกท่าน” ( the way to you) –1คร.3:6

10:15   “เราไม่ได้อวดเกินขอบเขต” (We do not boast beyond limit) = เราไม่ได้ออกนอกขอบเขต –2คร.10:13

“ไม่ได้อวดในการงานของคนอื่น” (in the labors of others) = ไม่ได้อวดอ้างผลงานที่คนอื่นทำไว้

– รม.15:20

“ความเชื่อของท่านเจริญขึ้น” (as your faith increases) = “ความเชื่อของท่านเจริญเติบโตต่อไป”

–2ธส.1:3

10:16   “จะได้ประกาศข่าวประเสริฐ” (preach the gospel ) –รม.1:1;2คร.2:12

“ในที่ที่อยู่เลยขอบเขตของพวกท่าน” ( in lands beyond you) บางฉบับแปลว่า “ในดินแดนต่าง ๆ ที่อยู่ไกลจากท่านออกไป” -กจ.19:21   = อาจหมายถึงสเปน (รม.15:24,28)

10:17   “ถ้าใครจะอวด ก็จงอวดองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด” (who boasts, boast in the Lord) –ยรม.9:24; สดด.34:2;44:8;1คร.1:31

= อวดในสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงทำให้เรา (กท.6:14) และเพื่อเรา (รม.15:18;กจ.14:27)

10:18   “คนที่ยกย่องตัวเอง” (who commends himself ) –2คร.10:12

“คนที่พระเจ้าทรงยกย่อง” (the one whom the Lord commends) = คนที่พระเจ้าชมเชย – รม.2:29

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยถูกคนพวกเดียวกันเยาะเย้ยถากถางบ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร? แล้วคุณรับมืออย่างไร?
  2. ในชีวิตการติดตามหรือการรับใช้พระเจ้า คุณเคยเจอการท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องอะไร? จากใคร? แล้วผลเป็นอย่างไร?
  3. คุณเคยมีประสบการณ์รับฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าในชีวิตแบบชัดเจนบ้างหรือไม่? ในเรื่องใด?
  4. คุณเคยเห็นสิทธิอำนาจของพระเจ้าสำแดงผ่านผู้ใดบ้างทางช่องทางใด ทำไมคุณจึงเชื่อว่า นั่นเป็นสิทธิอำนาจที่มาจากพระเจ้า?
  5. คุณคิดว่า สิทธิอำนาจของพระเจ้าที่คุณหรือคนอื่นได้รับนั้นสามารถวัดดูได้จากอะไรเพื่อพิสูจน์ว่า เป็นมาจากพระเจ้าจริง ๆ ?
  6. คุณคิดว่า คุณเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นคนที่ต่อหน้าและลับหลังเป็นเหมือนกันหรือไม่? คนอื่นคิดอย่างเดียวกับที่คุณคิดหรือไม่? ทำไม?
  7. คุณเคยจำเป็นต้องอวดตัวทั้ง ๆ ที่ไม่อยากบ้างหรือไม่? ในสถานการณ์เช่นใด? แล้วทำไมต้องทำเช่นนั้น?
  8. คุณเคยโอ้อวดอะไรเกินเลยไปบ้างหรือไม่? (หรือเห็นคนบางคนทำเช่นนั้น) เรื่องอะไร แล้วผลเป็นอย่างไร?พระเจ้าสอนอะไรคุณบ้าง?
  9. ใจของ อ.เปาโลคิดแต่จะประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ คุณมีจิตใจเช่นเดียวกันนี้หรือไม่? แล้วเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคุณ?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.