ก.ค. 292015
 

คำตักเตือน และคำทักทายสุดท้าย

พระธรรม        2โครินธ์ 13:1-13

อ้างอิง             ฉธบ.17:6;19:15;2คร.1:23;10:8;12:14-21;1คร.1:23-25;2:3;5:4;6:14;11:28

บทนำ              ชีวิตการรับใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่ในความยากลำบากที่เผชิญ ทำให้เรามีประสบการณ์กับฤทธานุภาพของพระคริสต์ในชีวิตของเรา ดังนั้น ไม่ว่าจะยากหรือง่าย ขอให้เรายึดมั่นในพระคุณ ความรัก และสันติสุขของพระเจ้าของเราเสมอไป

บทเรียน

13:1 “ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สามที่ข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน “ข้อกล่าวหาใดๆ ต้องมีพยานสองสามปากจึงจะเป็นที่เชื่อถือได้” 

     (This is the third time I am coming to you. Every charge must be established by the evidence of two or three witnesses.)

13:2 “ข้าพเจ้าเคยเตือนพวกที่ทำบาปก่อนหน้านั้นและพวกที่เหลือทั้งหมด บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนอีกในระหว่างที่ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ด้วย เหมือนกับที่เคยเตือนเมื่อข้าพเจ้าอยู่ด้วยในการเยี่ยมครั้งที่สองนั้นว่า เมื่อข้าพเจ้ามาอีกข้าพเจ้าจะไม่งดโทษใครเลย” 

    (I warned those who sinned before and all the others, and I warn them now while absent, as I did when present on my second visit, that if I come again I will not spare them)

13:3 “ในเมื่อท่านทั้งหลายอยากได้หลักฐานที่ว่าพระคริสต์ตรัสทางข้าพเจ้า พระคริสต์ไม่ทรงอ่อนแอต่อท่าน แต่ทรงฤทธานุภาพมากในพวกท่าน”

       (since you seek proof that Christ is speaking in me. He is not weak in dealing with you, but is  powerful among you.)

13:4 “เพราะว่าแม้พระองค์ทรงถูกตรึงเพราะทรงยอมอ่อนแอ แต่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่เพราะฤทธานุภาพของพระเจ้า เพราะว่าถึงแม้เราอ่อนแอในพระองค์ แต่ต่อพวกท่าน เราจะมีชีวิตอยู่ด้วยกันกับพระองค์เนื่องด้วยฤทธานุภาพของพระเจ้า”

   (For he was crucified in weakness, but lives by the power of God. For we also are weak in him, but in dealing with you we will live with him by the power of God.)

13:5 “จงพิจารณาตัวเองดูว่าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในความเชื่อหรือไม่ จงพิสูจน์ตัวเอง พวกท่านไม่ตระหนักว่า​พระเยซูคริสต์สถิตอยู่ในท่านทั้งหลายหรือ? นอกจากพวกท่านไม่สามารถผ่านการพิสูจน์”

   (Examine yourselves, to see whether you are in the faith. Test yourselves. Or do you not realize this about yourselves, that Jesus Christ is in you?—unless indeed you fail to meet the test! )

13:6 “ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะรู้ว่าเราไม่ใช่เป็นพวกที่ไม่สามารถผ่านการพิสูจน์” 

                 (I hope you will find out that we have not failed the test. )

13:7 “และเราอธิษฐานต่อพระเจ้าขอให้ท่านทั้งหลายไม่ทำชั่วใดๆ นั้น ไม่ได้ทำเพื่อให้เห็นว่าเราสามารถผ่านการพิสูจน์ แต่เพื่อให้พวกท่านทำสิ่งที่ดี แม้จะดูเหมือนว่าเราเองไม่สามารถผ่านการพิสูจน์ก็ตาม”

  (But we pray to God that you may not do wrong—not that we may appear to have met the test, but that you may do what is right, though we may seem to have failed.) 

13:8 “เพราะว่าเราไม่อาจจะทำสิ่งใดที่ขัดกับความจริง แต่ทำเพื่อความจริง”

       (For we cannot do anything against the truth, but only for the truth. )

13:9 “เพราะว่าเมื่อเราอ่อนแอ และพวกท่านเข้มแข็ง เราก็ยินดี เราอธิษฐานเพื่อสิ่งนี้ คือการที่ท่านทั้งหลายจะกลับสู่สภาพดีดังเดิม” 

       (For we are glad when we are weak and you are strong. Your restoration is what we pray for.)

13:10 “เพราะเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงเขียนสิ่งเหล่านี้ในระหว่างที่ข้าพเจ้าไม่อยู่ด้วย เพื่อว่าเมื่อมาถึงแล้วข้าพเจ้าจะไม่ต้องทำด้วยความเข้มงวด ในการใช้สิทธิอำนาจที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานให้แก่ข้าพเจ้า เพื่อการเสริมสร้างไม่ใช่เพื่อการทำลาย”

   (For this reason I write these things while I am away from you, that when I come I may not have to be severe in my use of the authority that the Lord has given me for building up and not for tearing down.)

13:11 “สุดท้ายนี้ พี่น้องทั้งหลาย ขอลาก่อน จงกลับสู่สภาพดีดังเดิม จงฟังคำขอร้องของข้าพเจ้า จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพระเจ้าแห่งความรักและสันติสุขจะสถิตกับท่านทั้งหลาย” 

   (Finally, brothers, rejoice. Aim for restoration, comfort one another, agree with one another, live in peace; and the God of love and peace will be with you. 

13:12 “จงทักทายกันด้วยธรรมเนียมจูบอันบริสุทธิ์”

         (Greet one another with a holy kiss.)

13:13 “ธรรมิกชนทุกคนฝากทักทายพวกท่าน” 

         (All the saints greet you.)

13:14 “ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า ความรักของพระเจ้า และการมีส่วนกันที่มาจาก​พระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายทุกคนเถิด”

         (The grace of the Lord Jesus Christ and the love of God and the fellowship of the Holy Spirit be with you all.

 

ข้อมูลมีประโยชน์

13:1     “ครั้งที่สาม” (the third time) = ครั้งที่ 3 ที่มาเยี่ยม (มาหา) -2:1;12:14

“ข้อกล่าวหาใด ๆ ต้องมีพยานสองสามปาก” (Every charge must be established by the evidence of two or three witnesses.) –ฉธบ.17:16;19:15;มธ.18:16

13:2     “พวกที่ทำบาปก่อนหน้านั้น” (who sinned before           ) –12:21

          “พวกที่เหลือทั้งหมด” (all the others) = อาจเป็นชาวโครินธ์ที่อยู่ข้างเคียงกับผู้สอนเทียมเท็จ

“ในระหว่างที่ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ด้วย” (while absent) –2คร.13:10

“จะไม่งดโทษใครเลย” (will not spare them) –2คร.1:23

13:3     “อยากได้หลักฐานที่ว่าพระคริสต์ตรัสทางข้าพเจ้า” (seek proof that Christ is speaking in me.)

-10:10

13:4     “ถูกตรึงเพราะทรงยอมอ่อนแอ” (he was crucified in weakness) -12:10;ปท.8:9;ฟป.2:6-8;1คร.1:25;1ปต.3:13

“ฤทธานุภาพของพระเจ้า”(  the power of God.) –รม.1:4;6:4;1คร.6:14

          “อ่อนแอ” (weak) –1คร.2:3;2คร.13:9

13:5     “จงพิจารณาตัวเอง…จงพิสูจน์ตัวเอง” (Examine yourselves, … Test yourselves.)

ปท.2ปต.1:10-11;1คร.11:28;พคค.3:40;ยน.6:6

“พระเยซูคริสต์สถิตอยู่ในท่าน” (Jesus Christ is in you  ) –รม.8:10

13:7     “ทำสิ่งดี” (may do what is right ) = ทำสิ่งที่ถูกต้อง = เพื่อ อ.เปาโลจะได้ไม่ต้องอ้างหรือแสดงสิทธิอำนาจในการลงวินัยเมื่อท่านมาถึง

13:8     “ไม่อาจจะทำสิ่งใดที่ขัดกับความจริง” (cannot do anything against the truth) = อ.เปาโลจะใช้สิทธิอำนาจของความเป็นอัตรทูตของท่านในการสนับสนุนความจริงเท่านั้น

13:9     “เราอ่อนแอ” (we are weak) = ไม่จำเป็นต้องให้หลักฐานที่แสดงความเข้มแข็งในการเป็นอัครทูตของ อ.เปาโล (ปท.12:9-10) – 1คร.2:3

          “พวกท่านเข้มแข็ง” ( you are strong) –2คร.4:12

“กลับสู่สภาพดีดังเดิม” (restoration) –กท.6:1;2คร.13:11;อฟ.4:13

13:10   “ไม่ต้องทำด้วยความเข้มงวด” (not have to be severe) = ไม่ต้องใช้อำนาจอย่างเข้มงวด –2คร.1:23

“เพื่อการเสริมสร้างไม่ใช่เพื่อการทำลาย” (for building up and not for tearing down) -10:8

13:11-13   -คำสั่งสอนและคำทักทายในตอนสรุปนี้แสดงถึงความเชื่อมั่น

13:11   “พี่น้องทั้งหลาย” (brothers) –รม.1:13;1ธส.4:1;2ธส.3:1

“จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ( live in peace) –มก.9:50

“พระเจ้าแห่งความรัก” (God of love) –1ยน.4:8,16

“และสันติสุข” (and peace) –1ธส.5:23;ฮบ.13:20;รม.15:33;อฟ.6:23

13:12   “ธรรมเนียมจุบอันบริสุทธิ์” (Greet one another with a holy kiss.) –1คร.16:20;รม.16:16

13:13   “ธรรมิกชนทุกคน”( All the saints ) =ประชากรของพระเจ้า – รม.1:7

13:14   “พระคุณ…ความรัก..การมีส่วนกัน” ( The grace of the Lord Jesus Christ and the love of God and the fellowship) = บทอวยพรในรูปตรีเอกานุภาพ อันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมประเพณีการนมัสการของคริสเตียนในสมัยนั้น  -ฟป.2:1;ฟป.4:23;กท.6:18;2ทธ.4:22;ฟม.25

ปท. สะท้อนพันธสัญญาเดิมเรื่องพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย –ปฐก.26:3;อสย.7:14;วว.21:3

 

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยไปเยี่ยมใครหรือกลุ่มใดเป็นครั้งที่ 3 บ้าง?(แบ่งปัน)
  2. คุณเคยเผชิญกับผู้ใดที่ทำบาปซ้ำซาก ไม่ยอมกลับใจใหม่บ้างหรือไม่? แล้วคุณรับมือกับกรณีดังกล่าวอย่างไร? ผลเป็นอย่างไร?
  3. คุณเคยอ่อนแอแต่ได้รับพลังหรือฤทธิ์เดชจากพระเจ้าในการปรนนิบัติรับใช้บ้างหรือไม่? อย่างไร (แบ่งปัน)
  4. หากวันนี้ คุณสำรวจตัวเองอย่างจริงใจ คุณคิดว่า คุณอยู่ในสภาพใด

……….1) เข้มแข็ง มั่นคงในความเชื่อเต็ม 100 %
………2) ความเชื่อของคุณมีปานกลางถึงมาก

……….3) คุณเชื่อปานกลางลงต่ำ

……….4) คุณไม่มั่นคงในความเชื่อ

ทำไมคุณเลือกข้อดังกล่าวนั้น?

  1. คุณคิดว่า เวลานี้คุณผ่านการทดสอบจากพระเจ้าหรือไม่? ทำไมคุณคิดอย่างนั้น?
  2. คุณเคยทำให้ผู้ใดเข้มแข็งขึ้นบ้าง? ในเรื่องอะไร? และอย่างไร?
  3. คุณเคยใช้อำนาจอย่างเข้มงวดในการจัดการหรือเสริมสร้างผู้ใดบ้าง? อย่างไร?
  4. คุณพร้อมเสียสละมากแค่ไหน ในการรักษาความสงบสันติ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในคริสตจักร ในคณะ หรือในชุมชนคริสเตียน?

สิ่งที่คุณจะทำเพื่อเกิดสิ่งเหล่านั้นคือ
1)……………………………………………………………………………………..

2)……………………………………………………………………………………..

3)……………………………………………………………………………………..
ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)