ก.ย. 022015
 

พระเจ้าทรงอดกลั้นพระทัยด้วยเมตตา

พระธรรม        โยนาห์ 3:1-10

อ้างอิง             ยนา.1:1,6;ยรม.7:3;18:7-10,16;25:5;สดด.130:1;85:3

บทนำ              แม้พระเจ้าทรงประกาศลงโทษมนุษย์ที่ทำบาป แต่หากผู้ใดกลับใจใหม่ สำนึกเสียใจในบาป พระเจ้าก็ทรงเมตตาระงับการลงโทษไว้ เพื่อพวกเขาผู้สำนึกตัวจะไม่พินาศ!

บทเรียน

3:1      “แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงโยนาห์เป็นครั้งที่สองว่า” 

(Then the word of the Lord came to Jonah the second time, saying, )

3:2      “จงลุกขึ้นไปยังนีนะเวห์นครใหญ่ และจงประกาศข่าวแก่เมืองนั้นตามที่เราบอกเจ้า” 

(“Arise, go to Nineveh, that great city, and call out against it the message that I tell you.” )

3:3      “ดังนั้น โยนาห์จึงลุกขึ้นไปยังนีนะเวห์ ตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ นีนะเวห์เป็นนครใหญ่โตมโหฬาร ถ้าจะเดินข้ามเมืองก็กินเวลาสามวัน” 

(So Jonah arose and went to Nineveh, according to the word of the Lord. Now Nineveh was an exceedingly great city, three days’ journey in breadth. )

3:4      “โยนาห์ตั้งต้นเดินเข้าไปในเมืองได้ระยะทางเดินวันหนึ่ง และท่านก็ร้องประกาศว่า “อีกสี่สิบวัน นีนะเวห์จะถูกทำลาย” 

(Jonah began to go into the city, going a day’s journey. And he called out, “Yet forty days, and Nineveh shall be overthrown!” )

3:5      “คนนีนะเวห์ได้เชื่อพระเจ้า พวกเขาได้ประกาศให้อดอาหาร และได้สวมผ้ากระสอบ ตั้งแต่ผู้ใหญ่ที่สุดจนถึงผู้น้อยที่สุด”

(And the people of Nineveh believed God. They called for a fast and put on sackcloth, from the greatest of them to the least of them.)

3:6      “เมื่อข่าวนี้ลือไปถึงกษัตริย์แห่งนีนะเวห์ พระองค์ทรงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง และเปลื้องฉลองพระองค์ออก แล้วทรงสวมผ้ากระสอบแทน และประทับบนกองขี้เถ้า”

(The word reached the king of Nineveh, and he arose from his throne, removed his robe, covered himself with sackcloth, and sat in ashes. )

3:7      “พระองค์ทรงออกพระราชกฤษฎีกา ประกาศไปทั่วนครนีนะเวห์ว่า “โดยอำนาจกษัตริย์และขุนนางทั้งหลาย คนหรือสัตว์เลี้ยงไม่ว่าขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง อย่าลิ้มรสสิ่งใด อย่ากินอาหาร และอย่าดื่มน้ำ” 

(And he issued a proclamation and published through Nineveh, “By the decree of the king and his nobles: Let neither man nor beast, herd nor flock, taste anything. Let them not feed or drink water, )

3:8      “ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงนุ่งห่มผ้ากระสอบ ให้ร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง เออ ให้ทุกคนหันกลับจากการประพฤติชั่ว และเลิกการทารุณซึ่งมือพวกเขาทำ” 

(but let man and beast be covered with sackcloth, and let them call out mightily to God. Let everyone turn from his evil way and from the violence that is in his hands. )

3:9      “ใครจะรู้ได้? พระเจ้าอาจจะทรงหันและเปลี่ยนพระทัย พระองค์อาจจะทรงหันจากพระพิโรธอันรุนแรง เพื่อเราจะไม่พินาศ

(Who knows? God may turn and relent and turn from his fierce anger, so that we may not perish.”)

3:10    “เมื่อพระเจ้าทอดพระเนตรการกระทำของพวกเขาที่ได้หันจากการประพฤติชั่ว พระเจ้าก็เปลี่ยนพระทัยเรื่อง​ความหายนะที่พระองค์ตรัสว่าจะนำมาสู่พวกเขา พระองค์ไม่ทรงลงโทษเขา”

(When God saw what they did, how they turned from their evil way, God relented of the disaster that he had said he would do to them, and he did not do it.)

ข้อมูลมีประโยชน์

3:1       “โยนาห์” ( Jonah) ยนา 1:1

3:3       “ลุกขึ้น” (arose) = โยนาห์ทำตามคำสั่งของพระเจ้าแบบไม่เต็มใจ เพราะยังอยากเห็นชาวนีนะเวห์ถูกทำลาย (4:1-5)

“นีนะเวห์เป็นนครใหญ่โตมโหฬาร” (Nineveh was an exceedingly great city) = ใน 4:11 บอกว่า นครนี้มีประชากรกว่า 120,000 คน

-จากหลักฐานทางโบราณคดี บ่งบอกว่า นครนีนะเวห์มีอาณาเขตโดยรอบประมาณ 13 กิโลเมตร

“ถ้าจะเดินข้ามเมืองก็กินเวลาสามวัน” (three days’ journey in breadth) = พื้นที่ใหญ่ที่อาจรวม อีก 3 เมืองได้แก่ เรโหโบทอีร์ คาลาห์ และเรเสน (ที่กล่าวถึงใน ปฐก.10:11-12) เข้ามาด้วย

นีนะเวห์ใหญ่ มีอาณาเขตโดยรอบประมาณ 97 กิโลเมตร หรือ วลี “กินเวลาสามวัน” อาจเป็นสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบกับระยะทางที่ไกลพอประมาณ (ปฐก.30:36;อพย.3:18;ยชว.9:16-17)

3:5-6    “อดอาหาร….สวมผ้ากระสอบ …ประทับบนกองขี้เถ้า” (for a fast … covered himself with sackcloth … sat in ashes) = เครื่องหมายของการถ่อมใจกลับใจตามธรรมเนียมของคนสมัยนั้น

(1พกษ.21:27;นหม.9:1)

3:5       “คนนีนะเวห์ได้เชื่อพระเจ้า” (the people of Nineveh believed God) = หันมาหาพระเจ้าจริง ๆ

– ปท. มธ.12:41

-ไม่ว่าจะเชื่อลึกซึ้งหรือไม่ลึกซึ้งไปกว่าพวกชาวลูกเรือใน 1:16 แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยอมรับฟังคำเตือนของโยนาห์อย่างจริงจังและรีบสนองตอบในทันทีทันใด (แต่อิสราเอลกลับไม่ได้ทำ)

3:6       “กษัตริย์แห่งนีนะเวห์” ( the king of Nineveh) = กษัตริย์ของอัสซีเรีย

3:7       “อย่าลิ้มรสสิ่งใด อย่ากินอาหาร และอย่าดื่มน้ำ” (Let neither… taste anything. Let them not feed or drink water) –2พศด.20:3;อสร.10:6

3:8       “สัตว์เลี้ยงนุ่งห่มผ้ากระสอบ” (beast be covered with sackcloth) = ไม่ใช่เรื่องปกติ (4:11) แสดงถึงการแสวงหาพระเมตตาของพระเจ้าอย่างเร่งด่วนของชาวนีนะเวห์

“ให้ร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง” (call out mightily to God) = ให้ร้องทูลวิงวอนพระเจ้าอย่างเร่งด่วน –สดด.130:1;ยนา.1:6

“ให้ทุกคนหันกลับจากการประพฤติชั่ว” (everyone turn from his evil way) –ยรม.25:5;7:3

“เลิกการทารุณ” (from the violence) –โยน 16:17

3:9       “ใครจะรู้ได้?” (Who knows?) –2ซมอ.12:22

“พระเจ้าอาจจะทรงหันและเปลี่ยนพระทัย” (God may turn and relent) = บางฉบับแปลว่า “พระเจ้าอาจจะทรงอดกลั้นพระทัยไว้ และด้วยพระเมตตา”

= พระเจ้าทางสำแดงพระเมตตาแก่มนุษย์ที่กลับใจ โดยยกเลิกการลงโทษที่เคยประกาศไว้ (ข.10)

–ยรม.18:7-10

“พระองค์อาจจะทรงหันจากพระพิโรธอันรุนแรงเพื่อเราจะไม่พินาศ” (turn from his fierce anger so that we may not perish.”) –ยอล.2:14;สดด.85:3

3:10     “พระเจ้าก็เปลี่ยนพระทัย” (God relented) = ในบางฉบับแปลว่า “พระเจ้า…ก็ทรงเอ็นดูสงสาร”

–อมส.7:6

“เรื่องความหายนะที่พระองค์ตรัสว่าจะนำมาสู่พวกเขา” (of the disaster that he had said he would do to them) = ไม่ได้ทำลายพวกเขา -ยรม.18:8

“พระองค์ไม่ทรงลงโทษเขา” (he did not do it.) = พระเจ้าไม่ได้จัดการพวกเขาตามที่พระองค์ทรงคาดโทษไว้ -อพย.32:14

 

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยมีประสบการณ์กับการที่พระเจ้าตรัสกับคุณโดยตรง (เป็นส่วนตัว) บ้างไหม? อย่างไร? ในเรื่องอะไร?
  2. พระเจ้าเคยตรัสกับคุณทางใดบ้างต่อไปนี้

……….1) ผ่านทางพระวจนะของพระเจ้า ที่ได้ยินได้ฟังหรือได้อ่าน

……….2) ผ่านการตรัสของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในใจ

……….3) ผ่านทางคำพูด หรือข้อเขียนของคนอื่น ๆ

แล้วคุณตอบสนองอย่างไร?

  1. เรื่องใดเป็นเรื่องที่ยากที่สุดเท่าที่คุณเคยเผชิญมาในการกระทำตามพระบัญชา(หรือพระดำรัส) ของพระเจ้าด้วยความเชื่อฟัง? อย่างไร?
  2. เคยมีผู้ใดกลับใจมาหาพระเจ้า เพราะการเป็นพยานหรือการประกาศของคุณบ้าง? อย่างไร?
  3. คุณเคยเห็นการตอบสนองต่อข่าวดีที่คุณประกาศแบบไม่คาดคิดหรือเกินความคิดบ้างหรือไม่? อย่างไร?
  4. คุณเคยมีประสบการณ์กับการถืออดอาหารอธิษฐานเผื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? แล้วผลเป็นอย่างไร?
  5. คุณเคยมีประสบการณ์กับการเปลี่ยนพระทัยของพระเจ้าด้วยพระเมตตาบ้างหรือไม่? อย่างไร?
  6. คุณเคยเห็นผู้ใดที่เลิกทำชั่วแบบเห็น ๆ แล้วรอดพ้นจากหายนะที่รออยู่บ้าง? (แบ่งปัน)

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.