ก.ย. 262015
 

การให้

“คนที่ให้เงินทอง…ให้บางส่วน  คนที่ให้เวลา ….ให้มากกว่า  คนที่ให้ “ตัวเขาเอง” …ให้ทั้งหมด!”

(He who gives money gives some, He who gives time gives more and He who gives of himself gives all.)    -Thomas S. Monson-

คนที่เอาแต่รับ ก็คือ เด็ก

คนที่ให้ คือ คนที่กำลังเติบโต

คนที่ให้อย่างมีความสุข คือ คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

การให้เป็นเครื่องหมายของคนที่มีวุฒิภาวะ เป็นคุณลักษณะของคนที่มีความสุข

ดังที่ พระเยซูคริสต์ตรัสไว้ว่า… “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ” (กิจการ 20:35)

การให้เป็นสิ่งที่ทุกชุมชนและสังคมต้องการ

ในบ้าน …การให้เป็นสิ่งที่สมาชิกทุกคนในบ้านต้องมีส่วน

ในที่ทำงาน… การให้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ คงไม่มีใครจ้างเรามาให้นั่งเฉย ๆ โดยไม่ทำงานให้ตามที่นายจ้างคาดหวังให้ทำ

ในคริสตจักรก็เช่นกัน …การให้เป็นสิ่งที่สมาชิกทุกคนต้องกระทำตามบทบาทที่พระคริสต์กำหนดไว้ในพระคัมภีร์ สมาชิกจึงไม่ใช่ผู้ที่มาคริสตจักรเพียงเพื่อจะรับพระพร ไม่ใช่คนที่เอาแต่คาดหวังว่า จะได้โน่นได้นี่จากคริสตจักร อาทิ

…ต้องการจะได้ฟังเพลง/ดนตรีเพราะ ๆ

…ต้องการได้อาหารฝ่ายจิตวิญญาณยอดเยี่ยมจากนักเทศน์

…ต้องการได้อาหารฝ่ายกายดี ๆ อร่อย น่าพอใจ

…ต้องการได้ชั้นเด็กอ่อนหรือชั้นเรียนรวีฯ ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

…ต้องการได้รับการต้อนรับและบริการที่เป็นมิตรอบอุ่น

…ต้องการได้สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สะอาด ดี ครบถ้วน

…ต้องการได้ที่จอดรถใกล้ๆ สะดวก และมีคนดูแลการจอดรถอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

…ต้องการได้รับความช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน เงินทอง

…ต้องการได้รับความช่วยเหลือในเรื่องปัญหาชีวิตส่วนตัว เช่น ปัญหาเรื่องงาน ปัญหาสุขภาพ ปัญหาเรื่องลูก หรือเรื่องครอบครัว ฯลฯ

พี่น้องที่รัก…

ในฐานะของคริสเตียน และสาวกของพระคริสต์ เราไม่ใหญ่ไปกว่าพระอาจารย์ !

หรือดังคำที่ว่า “ศิษย์ – ไม่ใหญ่กว่าครู”

หากครูอย่างองค์พระเยซูคริสต์ ได้สำแดง “การให้” เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เรา   เราก็ควรที่จะเรียนรู้จักการให้อย่างที่พระองค์กระทำ

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการให้แบบเสียสละตัวของพระองค์เอง!

พระองค์ทรงให้แบบไม่มีเงื่อนไข!

พระองค์ไม่ได้ให้แค่เงินทองหรือเวลา แต่พระองค์ทรงให้ทั้งหมดที่พระองค์ทรงมีและทรงเป็น

พระองค์ทรงประทานชีวิตของพระองค์เป็นค่าไถ่ เพื่อเรา และคนทั้งปวงจะได้รอดจากโทษบาป

ดังนั้น ศิษย์ของพระองค์ที่เรียกว่า “ธรรมิกชน” จึงเป็นคนใจกว้างโดยธรรมชาติใหม่

ในพระคัมภีร์กล่าวถึง บรรดาศิษย์ของพระคริสต์ที่อยู่แคว้นมาซิโดเนีย มีใจกว้างที่พร้อมช่วยพี่น้องที่ขัดสนในกรุงเยรูซาเล็ม ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเองก็ลำบาก และขัดสน แต่พวกเขาก็ยังมีใจ “ให้” อย่างสุดตัวสุดกำลัง

อ.เปาโลบอกว่า พวกเขาให้เกินความสามารถของพวกเขาด้วยซ้ำ โดยให้ตัวของพวกเขาต่อพระเจ้าก่อน

“ดู‍ก่อน​พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย เรา​ใคร่​ให้​ท่าน​ทราบ​ถึง​พระ‍คุณ​ของ​พระ‍เจ้า โดย​ที่​พระ‍องค์​ได้​ทรง​โปรด​ประ‌ทาน​แก่​คริสต‌จักร​ต่างๆ ใน​แคว้น​มา‌ซิ‌โด‌เนีย เพราะ​ว่า​เมื่อ​คราว​ที่​พวก​เขา​ถูก​ทด‍ลอง​อย่าง​หนัก​ได้​รับ​ความ​ทุกข์‍ยาก ความ​ยินดี​ล้น​พ้น​ของ​เขา​และ​ความ​ลำ‌บายาก‍จน​อย่าง​ที่‍สุด​ของ​เขา​นั้น ก็​ล้น​ออก‍มา​เป็น​ใจ​ศรัท‌ธา​อย่าง​ยิ่ง เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​เป็น​พยาน​ได้​ว่า เขาศรัทธาถวายโดยสุดความสามารถของเขา ที่จริงก็เกินความสามารถของเขาเสียอีก และ​เขา​ยัง​ได้​วิง‍วอน​เรา​มาก​มาย ขอ​ให้​เขา​มี​ส่วน​ใน​การ​ช่วย​ธรร‌มิก‌ชน​ด้วย ไม่​เหมือน​ที่​เรา​ได้​คาด‍หมาย​ไว้ แต่​ข้อ​สำ‌คัญ​ที่‍สุด ได้​ถวาย​ตัว​เขา​เอง​แด่​องค์​พระ‍ผู้​เป็น​เจ้า​ก่อน แล้ว​ได้​มอบ‍ตัว​ให้​เรา​ตาม​พระ‍ทัย​พระ‍เจ้า” (2โครินธ์ 8:1-5)

ขอให้เรามีใจกว้าง ในการให้แก่กันเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องได้ในสิ่งที่เรามีให้เขาได้ โดยขอให้เรายอมมอบถวายตัวของเราแก่พระเจ้าก่อน และมอบตัวของเราเองแก่เขาเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

จะดีไหมครับ?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.