ต.ค. 032015
 

เลี้ยงดู

“สาวกคือ คนที่เรียนรู้จักที่จะดำเนินชีวิตอย่างที่อาจารย์ของเขาดำเนิน!”

(A disciple is a person who learns to live the life his teacher lives.) -Juan Carlos Ortiz-

หากพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จเข้ามาในโลก และทรงเรียกสาวกร่วมทีมรับใช้เพื่อกระทำให้น้ำพระทัยและแผนการของพระเจ้าพระบิดาสำเร็จ

การเป็นสาวกอย่างที่พระคริสต์ทรงประสงค์ จึงมีความสำคัญยิ่งต่อพันธกิจที่พระเยซูคริสต์ทรงเริ่มต้น และรอการสานต่อให้ก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ จากสาวกของพระองค์

ดังนั้น หากพระคริสต์ทรงเลือกและเรียกผู้ใดให้กลับใจมาเป็นสาวก คนที่เป็นสาวกอยู่ก่อนหน้าจะต้องมีภาระใจและทุ่มเทเอาใจใส่เลี้ยงดูฟูมฟัก และฝึกฝนผู้เชื่อใหม่ให้เป็นสาวกพันธุ์แกร่งอย่างที่พระคริสต์ต้องการ โดยเริ่มต้นในทันที ที่ผู้นั้นเปิดใจต้อนรับพระคริสต์!

สิ่งที่ผู้ที่เชื่อหรือสาวกสามารถกระทำเพื่อช่วยผู้เชื่อใหม่ให้เป็นสาวกด้วยเช่นกัน มีหลายประการ แต่ในตอนนี้ขอแนะนำให้ทำ 10 ประการต่อไปนี้คือ

  1. ให้รีบยืนยันความรักของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขาในทันทีและต่อเนื่อง –ไม่ว่าเขาจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ จะดีหรือชั่วอย่างไร แค่ไหนก็ตาม หรือไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ร่ำรวยหรือยากจน และจะเก่งหรือจะไม่เอาไหนสักเพียงใด?
  2. ให้หนุนใจพวกเขาให้ร่วมมีส่วนในการกระทำพันธกิจที่แตะต้องใจ – ชวนเขาให้เข้าร่วมรับใช้ในพันธกิจที่ทำให้เขาได้ใช้ศักยภาพของเขาในการช่วยเหลือที่คนด้อยโอกาสหรือย่ำแย่กว่าเขา และได้สัมผัสกับการทรงนำของพระเจ้า
  3. ให้สอนพวกเขาให้เฝ้าเดี่ยวเป็นและรู้จักแยกแยะพระสุรเสียงของพระเจ้าในคำอธิษฐานได้ –ให้อธิษฐาน ขอ/หา/เคาะ จนกว่าพระเจ้าจะตอบ และสอนเขาให้อธิษฐานอย่างถูกต้องตามที่พระคัมภีร์สอน
  4. ให้แสดงให้เขาเห็นวิธีอ่านและศึกษาพระคัมภีร์เป็นส่วนตัว และเป็นกลุ่ม –ช่วยเขาให้เห็นความสำคัญของพระวจนะและรู้วิธีอ่านเบื้องต้น โดยมีหลักการง่าย ๆ ว่า…“สังเกตดี   ดีความถูก   ประยุกต์เหมาะ” และให้หนุนใจ ปลุกใจให้เขาอ่านทุกวัน และจากนั้นให้แบ่งปันสิ่งที่ได้รับแก่คนอื่น
  5. ให้สอนเขาให้เห็นคุณค่าของสามัคคีธรรมของคริสเตียน -พาและไปร่วมสามัคคีธรรมร่วมกับพี่น้องคนอื่น ๆ เพื่อ เป็นตัวอย่างแก่พวกเขา
  6. ให้อภิปรายกันถึงวิธีพูดเรื่องราวข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์กับคนอื่นอย่างมั่นใจ แนะนำวิธีเป็นพยานอย่างง่าย ๆ เช่น
  • ก่อนมาเชื่อเป็นอย่างไร
  • อะไรเป็นเหตุที่ทำให้รับเชื่อ?
  • เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่รับเชื่อแล้ว?
  1. ให้ช่วยเขาพัฒนาจนนิสัยใจคอเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีจนกลายเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้น – โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงในจุดอ่อนที่เคยทำให้ชีวิตมีปัญหา เช่น อารมณ์ร้อน ขี้โมโห ความไม่อดทน การพูดจา ฯลฯ
  2. ให้นำเขาให้เริ่มต้นคิดอย่างจริงๆ จัง ๆ มากขึ้นว่า พระเจ้าทรงเรียกเขาเป็นพิเศษอะไรบ้างในอาชีพ ให้เขาสำรวจตัวว่า มีของประทาน และภาระใจในด้านไหน ให้อธิษฐาน/หาข้อมูล/หาประสบการณ์ เพื่อลงชีวิตในงานที่แน่ใจว่า พระเจ้าเรียกให้เขาทำซึ่งอาจเป็นงานรับใช้เต็มเวลา
  3. ให้สำรวจดูว่า เขายังมีเรื่องใดที่ต้องการให้พระเจ้าทรงเยียวยารักษาให้หาย เช่น ยังมีความเจ็บปวดกับอดีต หรือการปล้ำสู้กับอะไรในชีวิตของเขาที่ต้องการความช่วยเหลือหรือการบำบัดรักษา?
  4. ให้เตรียมเขาให้พร้อมเผชิญกับการขึ้นลงของระดับความเชื่อของเขา และคนอื่น -โดยสอนและเตือนสติเขาว่า พระเจ้าสามารถจะช่วยเขาในยามที่เกิดความรู้สึกจิตตก ผิดหวังหรือแม้แต่เกิดคำถามที่ไม่น่าจะถาม ในขณะที่กำลังติดตามพระเจ้า และรู้วิธีที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร?

วันนี้ ขอให้คุณมีใจปรารถนาอันแรงกล้าที่จะพัฒนาตัวเองและช่วยผู้อื่นให้เจริญเติบโตเป็นสาวกที่ดีของพระคริสต์

และหากว่า คุณอธิษฐานอย่างจริงจังเพื่อขอพระเจ้าให้ทรงใช้คุณเป็นผู้สร้างสาวกเช่นนี้กับชีวิตของใครบางคนหรือใครบางกลุ่ม ก็ขอให้คุณจงมั่นใจได้เลยว่า คุณจะเป็นคนที่มีความสุขอย่างยั่งยืนนาน เมื่อได้เห็นคนเหล่านั้นเจริญเติบโตเป็นสาวกแท้ของพระคริสต์ในวันหนึ่งข้างหน้า!

เชื่อผมเถอะ เพราะว่าผมทำแล้ว ขอรับรองและยืนยัน …สุขใจจริง ๆ !

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 

 

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)