พ.ย. 072009
 

“การเป็นคนแข็งแกร่งที่มีจุดอ่อนดีกว่าการเป็นคนอ่อนแอที่มีจุดแข็ง

การเป็นเพชรที่มีตำหนิ ยังดีกวา การเป็นก้อนอิฐที่ไร้รอยร้าว!”

ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กล่าวประโยคข้างต้น แต่สะกิดใจผมจังเลย เพราะว่าผมไม่อยากเป็นคนอ่อนแอที่มีจุดแข็ง!  หากเป็นได้ผมอยากเป็นคนแข็งแกร่งที่ไม่มีจุดอ่อน แต่ก็รู้ตัวว่า ชั่วชีวิตนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้!

ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ยังคงอยากเป็นคนแข็งแกร่งอยู่ดี! แต่คิดไปคิดมา ผมก็อดขำไม่ได้ เพราะว่าในสังคมของเรา เรามักจะให้โอกาสและชื่นชมกับคนอ่อนแอที่มีจุดแข็งมากกว่าจะชื่นชมคนเข้มแข็งที่มีจุดอ่อน!

โดยธรรมชาติคนเรามักมีสายตาชอบไปมองหาจุดเล็ก ๆ ได้อย่างรวดเร็ว! อย่างเช่น กระดานขาวทั้งแผ่น ขอให้เพียงมีจุดดำเล็ก ๆ 1 จุด หากถามคนที่นั่งอยู่หน้ากระดานว่า

“เห็น(สี)อะไรบนกระดาน?” 99 % จะตอบว่าเห็น จุดสีดำ!

คงมีเพียงแค่ 1 % กระมัง ที่ผ่าเหล่าผ่ากอบอกว่าเห็นสีขาว!

ในทำนองกลับกันหากว่า นำกระดานสีดำมาตั้งแล้วเขียนจุดขาวบนกระดานนั้น แล้วถามว่า

“เห็นอะไรบนกระดาน?” เช่นกัน 99% คงตอบว่าเห็นจุดสีขาว ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของกระดานคือสีดำ!

ด้วยเหตุนี้เอง คนที่ส่วนใหญ่ของชีวิตมีพฤติกรรมในข่ายสีดำ แต่พอมีความประพฤติในเชิงสีขาวขึ้นมาสักนิดก็จะได้รับการชื่นชมในทันที!

แต่น่าแปลกที่คนบางคนมีพฤติกรรมชีวิตส่วนใหญ่ในโทนสีขาวมาตลอด ถึงกระนั้นก็ยังคงมีคนที่พยายามสอดส่องหรือจดจ้องมองหาจุดดำในชีวิตของเขาให้ได้ และความพยายามอยู่ที่ไหน ความ สำเร็จก็อยู่ที่นั่น ในที่สุดก็จะค้นพบจุดดำในชีวิตของคน ๆ นั้นจนได้!

พี่น้องที่รักอย่าให้เราเสียเวลามองหาจุดดำในชีวิตของคนข้างๆ ตัวของเรา หรือคนรอบตัวของเราเลย นอกจากว่าบังเอิญไปเห็นจุดดำนั้นเข้าอย่างจังจริงๆ ในชีวิตของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ขอให้คุณแสดงความรักต่อเขาหรือเธอด้วยการบอกถึงจุดดำนั้นอย่างจริงใจไม่ใส่อารมณ์ (เกินควร) ด้วยใจถ่อมสุภาพ ผมเชื่อแน่ว่า ท่าทีเช่นนี้จะสร้างความซาบซึ้งใจให้แก่ผู้ที่เราบอกความจริงแก่เขา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่า เขาเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ในพื้นที่สีขาวจริง ๆ )

แต่ถ้าจะให้ดีก่อนจะกระซิบบอกจุดดำในชีวิตของบุคคลใดก็ขอให้เราตั้งสติสักนิด พินิจ พิจารณามองดูพื้นที่สีขาวในชีวิตของเขาให้ทั่วถึงแล้วบอกเขาสักนิดว่า คุณชื่นชมอะไรในชีวิตของเขาบ้าง จากนั้นจึงบอกเขาในสิ่งที่เขาควรจะรับรู้!

หากคุณทำเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าคุณทำหน้าที่เป็นกระจกเงาสะท้อนชีวิตและพฤติกรรมให้เขาเห็นตัวเอง และหากคุณพูดหนุนใจหรือให้คำมั่นที่จะยืนอยู่เคียงข้างช่วยเหลือเขาด้วยล่ะก็จะยิ่งเป็นกำลังใจให้เขามีพลังในการกำจัดจุดดำในตัวของเขาลง และเพิ่มพื้นที่สีขาวให้มากขึ้นจนใกล้ความสมบูรณ์!

พี่น้องที่รัก!   คนรอบตัวของคุณ(ซึ่งอาจรวมถึงตัวของคุณเองด้วย) อาจกำลังต้องการกำลังขวัญหรือกำลังใจอย่างมากอยู่ในเวลานี้ พวกเขาอาจอยู่ในสภาพที่เปราะบางเต็มที่เพราะบอบช้ำหรือแบกภาระชีวิตอันหนักอึ้งมานานจนเกือบจะทนรับต่อไปไม่ไหวแล้ว

คำตำหนิติเตียนของคุณหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ของคุณอาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาจมลงในบ่อโคลนแห่งความทุกข์ขมขื่นใจ และหมดกำลังใจอย่างสิ้นเชิงก็เป็นได้!

หรือในทางกลับกัน คำพูดหนุนใจหรือคำชมเชยของคุณที่มีต่อสิ่งดีที่เขากระทำก็อาจจะเป็นประจุดทิพยโอสถที่ช่วยชะโลมใจและฟื้นฟูกำลังเรี่ยวแรงให้เขาสามารถยืนหยัดหรือก้าวหน้าต่อไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ!

ด้วยเหตุนี้ ขอให้พวกเราปรับท่าทีของเราให้ถูกต้องมากขึ้น ขอให้เราชื่นชมในคุณค่าของทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นก้อนอิฐที่ไร้รอยร้าวหรือเป็นเพชรที่มีรอยตำหนิ! แน่นอนครับว่า  หากเรายังเห็นคุณค่าของก้อนอิฐที่ไร้รอยร้าว เราก็ไม่มีทางตำหนิเพชรที่มีรอยตำหนิเป็นแน่!

ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่เป็นดุจก้อนอิฐที่ไร้รอยร้าวในท่ามกลางพวกเรา ก็ขอให้เราจงชื่นชมเขา  เพราะว่าหากเขาปล่อยตัวจนกลายเป็นก้อนอิฐที่มีรอยร้าวจะกลายเป็นปัญหาและภาระของคนใกล้ตัวของเขา (รวมทั้งเราด้วย) เป็นแน่  และหากมีบุคคลใดในท่ามกลางพวกเราเป็นดุจเพชรที่มีตำหนิ ก็ขอให้เรามองส่วนดีมีคุณค่าของเขา และให้เราชื่นชมเขาพร้อมกับช่วยกันลบรอยตำหนิที่มีอยู่ของเขาให้ลดลงเพื่อเขาจะกลายเป็นเพชรที่สูงค่าไร้ตำหนิที่พวกเราร่วมภาคภูมิใจด้วย!

ขอให้เรากระทำตามคำแนะนำในพระวจนะของพระเจ้า ที่ว่า…

“เหตุฉะนั้น จงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้นตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น!”

(1เธสะโลนิกา 5:11)

วันนี้ คุณได้หนุนใจใครที่เป็นดุจเพชรที่มีตำหนิบ้างหรือยัง?

– ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

 Posted by at 9:47 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)