พ.ย. 042015
 

ลิ้น

จงควบคุมมัน ก่อนที่มันจะทำลายคุณ!

พระธรรม        ยากอบ 3:1-18

อ้างอิง            อฟ.4:11;ยก.5:19;2:18;1:17;มธ.7:1-16;5:9;1คร.11:7;รม.2:21;3:9-20;14:19;12:9;1พกษ.8:46;  สดด.39:1;32:9; 12:3-4;73:8-9;140:3;ฟป.1:11

บทนำ

ลิ้นเป็นอวัยวะที่เล็ก ๆ แต่สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ ทั้งต่อคนพูด คนรอบข้าง และต่อโลกนี้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

ลิ้นสามารถฆ่าคนหรือรักษาคนให้รอดได้

ดังนั้น จงระวังคำพูดที่ออกจากลิ้นของคุณ!

บทเรียน

3:1“พี่น้องของข้าพเจ้า อย่าเป็นอาจารย์กันมากนักเลย เพราะท่านทั้งหลายก็รู้ว่าเราที่เป็นคนสอนนั้น จะต้องถูก​พิพากษาที่เข้มงวดยิ่งขึ้น”

(Not many of you should become teachers, my brothers, for you know that we who teach will be judged with greater strictness.)

3:2 “เพราะว่าเราทำผิดพลาดมากมายกันทุกคน ถ้าใครไม่เคยทำผิดทางคำพูด คนนั้นก็เป็นคนดีพร้อมและสามารถ​บังคับทั้งตัวได้ด้วย”

  (For we all stumble in many ways. And if anyone does not stumble in what he says, he is a perfect man, able also to bridle his whole body.)

3:3“ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้พวกมันเชื่อฟัง เราก็สามารถบังคับมันได้ทั้งตัว” 

     (If we put bits into the mouths of horses so that they obey us, we guide their whole bodies as well.)

3:4“หรือดูเรือซิ แม้ว่ามันจะใหญ่และถูกพัดให้แล่นไปด้วยลมแรง เรือเหล่านั้นก็ยังถูกบังคับด้วยหางเสือเล็กๆ ไปใน​ทิศทางที่นายท้ายต้องการจะให้ไป” 

(Look at the ships also: though they are so large and are driven by strong winds, they are guided by a very small rudder wherever the will of the pilot directs. )

3:5“ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โตคิดดูซิ ไฟเพียงนิดเดียวแต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุก‍ไหม้ได้”

  (So also the tongue is a small member, yet it boasts of great things.How great a forest is set ablaze by such a small fire! )

3:6“และลิ้นนั้นเป็นไฟ ลิ้นเป็นโลกชั่วร้ายที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอวัยวะต่างๆ ของเรา มันทำให้ทั้งกายเป็นมลทิน และ​เผาผลาญวงจรของชีวิต และตัวมันเองก็ถูกเผาผลาญโดยไฟนรก” 

  (And the tongue is a fire, a world of unrighteousness. The tongue is set among our members, staining the whole body, setting on fire the entire course of life, and set on fire by hell. )

3:7“เพราะว่าสัตว์ทุกชนิด ทั้งนก ทั้งสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ในทะเลนั้นทำให้เชื่องได้และมนุษย์ทำให้พวกมันเชื่องมาแล้ว”

(For every kind of beast and bird, of reptile and sea creature, can be tamed and has been tamed by mankind, )

3:8“แต่ลิ้นนั้นไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถทำให้เชื่องได้ ลิ้นเป็นสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ไม่สุขและเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย”

       (but no human being can tame the tongue. It is a restless evil, full of deadly poison. )

3:9 “เราสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และเราก็แช่งด่ามนุษย์ผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างตามพระฉายา​ของพระองค์ด้วยลิ้นนั้น” 

(With it we bless our Lord and Father, and with it we curse people who are made in the likeness of God.)

3:10“คำสรรเสริญและคำแช่งด่าออกมาจากปากเดียวกัน พี่น้องของข้าพเจ้า อย่าให้เป็นอย่างนั้น” 

(From the same mouth come blessing and cursing. My brothers, these things ought not to be so. )

3:11“บ่อน้ำพุจะมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ?” 

       (Does a spring pour forth from the same opening both fresh and salt water? )

3:12“พี่น้องของข้าพเจ้า ต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกได้หรือ? และเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ? บ่อน้ำพุ​เค็มย่อมทำให้เกิดน้ำจืดไม่ได้”

(Can a fig tree, my brothers, bear olives, or a grapevine produce figs? Neither can a salt pond yield fresh water.)

3:13“มีใครบ้างในท่านทั้งหลายที่มีปัญญาและมีความเข้าใจ? ให้เขาแสดงออกมาด้วยความประพฤติที่ดีงาม คือด้วย​การกระทำที่สุภาพอ่อนโยนพร้อมด้วยปัญญาของเขา” 

(Who is wise and understanding among you? By his good conduct let him show his works in the meekness of wisdom.)

3:14 “แต่ถ้าหากในใจของพวกท่านมีความขมขื่นเพราะริษยาและมีความมักใหญ่ใฝ่สูง ก็อย่าโอ้อวดและอย่าต่อ‍ต้านความจริงด้วยการโกหก”

   (But if you have bitter jealousy and selfish ambition in your hearts, do not boast and be false to the truth. )

3:15“ปัญญาอย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายผีปีศาจ” 

       (This is not the wisdom that comes down from above, but is earthly, unspiritual, demonic. )

3:16“เพราะว่าที่ไหนมีความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง ที่นั่นก็มีความวุ่นวายและการทำชั่วทุกอย่าง” 

       (For where jealousy and selfish ambition exist, there will be disorder and every vile practice.)

3:17 “แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึงเป็นความสงบสุข การผ่อนหนักผ่อนเบา การยอม‍รับฟัง การเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและผลดีต่างๆ ไม่มีการลำเอียง ไม่มีการหน้าซื่อใจคด” 

(But the wisdom from above is first pure, then peaceable, gentle, open to reason, full of mercy and good fruits, impartial and sincere.)

3:18“และพวกที่สร้างสันติ ซึ่งหว่านด้วยสันติ ก็จะได้รับผลคือความชอบธรรม”

         (And a harvest of righteousness is sown in peace by those who make peace.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

3:1       “อย่าเป็นอาจารย์กันมากนักเลย” (Not many of you should become teachers) –อฟ.4:11

“ต้องถูกพิพากษาที่เข้มงวดยิ่งกว่า” (will be judged with greater strictness.) –เพราะอาจารย์มีอิทธิพลต่อชีวิตผู้อื่นมากกว่า จึงต้องรับผิดชอบมากกว่าในสิ่งที่พูดสอน และทำ -ปท. มธ.23:1-33;

ลก.20:46-47;ฮบ.13:17

3:2       “เราทำผิดพลาดมากมายกันทุกคน” (we all stumble in many ways) –1พกษ.8:46;รม.3:9-20; ยก.2:10;1ยน.1:8

“ใครไม่เคยทำผิดทางคำพูด” (anyone does not stumble in what he says ) –สดด.39:1;สภษ.10:19; 1ปต.3:10

          “คนนั้นก็เป็นคนดีพร้อม” (he is a perfect man ) = เพราะลิ้นเป็นสิ่งที่ควบคุมยากที่สุด ดังนั้นหากใคร

ควบคุมลิ้นของตนได้เป็นอย่างดี ก็เท่ากับว่า เขาสามารถควบคุมด้านอื่นๆ ในชีวิตของเขาได้ด้วย

–มธ.12:37

“สามารถบังคับทั้งตัวได้ด้วย” (able also to bridle his whole body )- ยก.1:26

3:3       “เราก็สามารถบังคับมันได้ทั้งตัว” (we guide their whole bodies as well.) –สดด.32:9

3:5       “แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต” (yet it boasts of great things) –สดด.12:3-4;78:8-9

3:6      “ลิ้นนั้นเป็นไฟ” (the tongue is a fire) –สภษ.16:27

“ลิ้นเป็นโลกชั่วร้าย” (a world of unrighteousness.) –บางฉบับแปลว่า “โลกแห่งความชั่วร้าย”=โลกที่ตกต่ำทำบาป

“มันทำให้ทั้งกายเป็นมลทิน” ( staining the whole body) -บางฉบับแปลว่า “ทำให้คนทั้งคนเสื่อมทรามไป” –มธ.15:11,18-19

= เพราะลิ้นเป็นสาเหตุของบาปหลาย ๆ อย่าง เปรียบเทียบ –มก.7:20-23

“ตัวมันเองก็ถูกเผาผลาญโดยไฟนรก” (setting on fire the entire course of life, and set on fire by hell.) = สำนวน เปรียบเทียบเพื่อบอกแหล่งที่มาของความชั่วร้ายของลิ้น ว่ามาจากมารร้ายที่ตัวมันเองก็ต้องลงนรก –ยน.8:44;มธ.5:22;ลก.16:23

3:8       “เต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย” (full of deadly poison) = เต็มด้วยพิษร้ายที่ทำลายชีวิต –สดด.140:3; รม.3:13

3:9       “ทรงตามพระฉายาของพระองค์” (who are made in the likeness of God.) –เพราะว่ามนุษย์ถูกสร้างตามแบบอย่างของพระองค์ ให้มีคุณลักษณะเป็นเหมือนพระองค์ – ปฐก.1:26-27

ดังนั้น การแช่งด่า/สาปแช่งมนุษย์ ก็เปรียบเหมือนการแช่งสาปพระเจ้า (ปฐก.9:6;1คร.11:7)

3:11-12 – คำพูดที่สะอาดบริสุทธิ์จะออกมาจากใจที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่จากพระเจ้าเท่านั้น

3:11     “น้ำจืดและน้ำเค็ม” (both fresh and salt water) –ในภาษากรีกใช้คำว่า “ขม”–มีรากศัพท์เดียวกันใน 3:15 –“ขมขื่น”

3:12     “เถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ?” (a grapevine produce figs) –มธ.7:16

3:13     “แสดงออกมา” (show) –ยก.2:18; “การกระทำ” (his works) –1ปต.2:12

“พร้อมด้วยปัญญาของเขา” ( wisdom) –บางฉบับแปลว่า “ซึ่งมาจากสติปัญญา” -ยก.1:5

3:14     “มีความมักใหญ่ใฝ่สูง” (ambition) –ในบางฉบับแปลว่า “ทะเยอทะยานอย่างเห็นแก่ตัว”

–2คร.12:20;ยก.3:16

“อย่าต่อต้านความจริงด้วยการโกหก”(do not boast and be false to the truth.) –ยก.5:19

3:15     “ปัญญาที่มาจากเบื้องบน” (the wisdom that comes down from above   ) = ปัญญาที่มาจากสวรรค์ คือมาจากพระเจ้า -1:5,17;3:17;1คร.2:6-16;ดนล.4:26

“เป็นปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายผีปีศาจ” (is earthly, unspiritual, demonic) = ไม่ได้อยู่ฝ่ายพระวิญญาณของพระเจ้า –1ทธ.4:1

3:16     “ความมักใหญ่ใฝ่สูง” (selfish ambition exist) = ความทะเยอทะยานอย่างเห็นแก่ตัว – ยก.3:14; กท.5:20-21

“ที่นั่นก็มีความวุ่นวาย” (there will be disorder) –แต่พระเจ้าไม่ใช่พระเจ้าแห่งความวุ่นวาย พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งสันติ(สุข) –1คร.14:33

3:17     “ความสงบสุข” (then peaceable) = การรักสันติ –ฮบ.12:11

“เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา” (full of mercy) –ลก.6:36

          “ไม่มีความลำเอียง” (impartial) -2:1-13; “ไม่มีการหน้าซื่อใจคด” (sincere) –มีความจริงใจ –รม.12:9

3:18     “ พวกที่สร้างสันติ” (those who make peace) = ตรงข้ามกับข้อ 16 ความบาดหมางกันไม่มีทางทำให้พระเจ้าพอพระทัยได้ –มธ.5:9;รม.14:19

“จะได้รับผลคือ ความชอบธรรม” (harvest of righteousness) = จะได้เก็บเกี่ยวผลแห่งความชอบธรรม–สภษ.11:18;อสย.32:17;ฮชย.10:12;ฟป.1:11

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยคิดจะเป็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์หรือไม่? ทำไม?
  2. คุณรู้หรือไม่ว่า การเป็นอาจารย์นั้นมีความรับผิดชอบสูง และต้องถูกพิพากษาอย่างเข้มงวด? แล้วคุณยังอยากจะเป็นต่อไปหรือไม่?
  1. คุณได้เตรียมตัวเองอย่างไร เพื่อให้พระเจ้าสามารถใช้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะอาจารย์ผู้สอน พระคัมภีร์?
  2. คุณต้องระมัดระวัง ในเรื่องอะไรบ้าง ในการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนพระคัมภีร์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการพูดจา?)
  3. คุณเคยเป็นคนดีพร้อมบ่อยครั้งไหม? หมายความว่า มีกี่วันที่คุณไม่ได้ทำผิดทางวาจาเลย (ไม่ว่าจะโดยการพูด การเขียน หรือการพิมพ์(โพสต์) ต่าง ๆ ? คุณทำได้อย่างไร?
  4. คุณเคยได้รับผลกระทบที่ทำให้คุณเจ็บปวดเพราะ
  • คำพูดของคุณเอง?
  • คำพูดของคนอื่น?

หรือไม่? ทำไม? และอย่างไร? (แบ่งปัน)

  1. คริสตจักรของคุณเคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหรือเสียหายเพราะคำพูดของคุณหรือของคนอื่น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำคริสตจักร) บ้างหรือไม่? ในเรื่องอะไร? และอย่างไร?
  2. คุณคิดว่าคุณเป็นคนที่สามารถควบคุม ลิ้นหรือปากของคุณได้ในระดับใด

…..1) ดีมาก (ได้หมด)

…..2) ได้ค่อนข้างมาก (ได้ส่วนใหญ่)

…..3) ได้บ้าง (ปานกลาง)

…..4) ไม่ค่อยได้ (ได้น้อยมาก/หรือไม่ได้เลย)

ทำไมคุณคิดเช่นนั้น?

  1. ในเวลานี้ยังมีสิ่งใดต่อไปนี้บ้างที่ทำให้คุณรู้สึกขมขื่น

…..1) ความริษยา

…..2) ความมักใหญ่ใฝ่สูง

…..3) การโอ้อวด

…..4) การโกหก/การต่อต้านความจริง

…..5) ความวุ่นวาย

…..6) การทำชั่วทุกอย่าง

เรื่องเป็นอย่างไร? แล้วคุณรับมือกับมันอย่างไร?

  1. คุณมีประสบการณ์ที่ดีอันเป็นผลของการมี “ปัญญา” และ “ความเข้าใจ” ในเรื่องใดต่อไปนี้ ในชีวิตและในคริสตจักรของคุณบ้าง? (แบ่งปัน)

…..1) การประพฤติที่ดีงาม การกระทำที่สุภาพอ่อนโยนพร้อมปัญญา

…..2) ความบริสุทธิ์

…..3) ความสงบสุข

…..4) การผ่อนหนักผ่อนเบา

…..5) การยอมรับฟัง

…..6) กาเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา และผลดีต่าง ๆ

…..7)การไม่ลำเอียง

…..8) การไม่หน้าซื่อใจคด

…..9) การสร้างสันติ

….10) ความชอบธรรม

 

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.