ธ.ค. 192015
 

มารีย์ และเอลีซาเบธ

จงหวังในสิ่งที่ดีที่สุด และพร้อมรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

(Hope for the Best And be ready for the worst.)

ชีวิตของเราอาจเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดฝันอยู่เสมอ

บางครั้งก็ดีเกินคาดคิด

บางทีก็ย่ำแย่เกินจะรับได้

บางครั้งเข้าใจได้

บางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจ

แม้เรารู้ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น พระเจ้ามีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง แต่เราก็มักอยากรู้ว่า เหตุผลนั่นคืออะไร?

และบ่อยครั้งที่พระเจ้าก็ไม่ได้อธิบายให้เราฟัง ดูเหมือนว่าพระองค์ประสงค์จะให้เราเชื่อ เชื่อฟัง และวางใจพระองค์ในท่ามกลางความยุ่งยากเหล่านั้น

ผลก็คือ เรามักสอบตกมากกว่าสอบได้

ในวันคริสตมาสก็มีเรื่องราวของหลายบุคคลที่เผชิญกับสิ่งเลวร้ายสุด ๆ หลายประการในชีวิต แต่ในที่สุดพวกเขาก็ยอมเชื่อ เชื่อฟังทำตามด้วยความไว้วางใจพระเจ้า และเกิดผลดีในบั้นปลายตามมา แม้ว่าจะมีช่วงเวลาแห่งการรอคอยคำตอบเหล่านั้นเร็วช้าแตกต่างกัน

อาทิ เศคาริยาห์ และเอลีซาเบธที่รอพระเจ้าประทานบุตรให้ กระทั่งวันเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี จนทั้งสองชรา อีกทั้งเอลีซาเบธยังเป็นหมันเข้าไปอีก จึงดูสิ้นหวัง เพราะสถานการณ์เข้าข่ายย่ำแย่ที่สุด (the worst)

แต่ในช่วงคริสตมาสนั้นเอง ที่ทูตสวรรค์มาประกาศข่าวดีแก่พวกเขาว่า พระเจ้าทรงสดับคำร้องทูลของเขาแล้ว และจะประทานบุตรมาให้คือ ยอห์น (John) ผู้ซึ่งจะมาเป็นผู้ประกาศนำทางให้พระคริสต์ (The Best) ที่กำลังจะตามมาในภายหลัง

สิเมโอน ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่รอคอยจะได้เห็นพระผู้ช่วยให้รอดมาหลายสิบปี จนเกือบหมดหวังแล้ว จนกระทั่งท่านชรามาก และใกล้ตายแล้วท่านจึงได้เห็นพระกุมารเยซู

โยเซฟก็ประสบเหตุการณ์ที่ย่ำแย่สุด ๆ ในชีวิต เพราะอยู่ ๆ คู่หมั้นสาวอย่างมารีย์เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา โดยที่ตัวเขาเองยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเธอเลย

มารีย์เองก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ แท้จริงแล้ว นับเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายสุด ๆ เพราะการที่หญิงสาวพรหมจารีย์ซึ่งมีคู่หมั้นแล้ว จะตั้งครรภ์ขึ้นมาเพื่อให้พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของโลกมาประสูติผ่านครรภ์ของเธอ โดยที่เธอยังไม่ได้อยู่กินกันกับโยเซฟคู่หมั้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งผลที่จะตามมาจากขนบประเพณีของสังคมในสมัยนั้นก็คือ เธอจะต้องถูกหินขว้างตาย ในฐานะผิดประเวณี และผิดประเพณี

มารีย์ จึงตกใจ เมื่อทูตสวรรค์มาบอกเธอเช่นนั้น

                        “…และ​รำ‌พึง​ว่า “คำ​ทัก‍ทาย​นั้น​จะ​หมาย‍ว่า​อะไร” (ลูกา 1:29)

และด้วยความไร้เดียงสา เธอจึงถามขึ้นว่า…

                        “…เหตุ​การณ์​นั้น​จะ​เป็น​ไป​อย่าง‍ไร​ได้ เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​ยัง​หา​ได้​ร่วม​กับ​ชาย​ไม่”  (ลูกา 1:34)

หลังจากที่ทูตสวรรค์อธิบายให้เธอฟังว่า พระเจ้าทรงทำให้เกิดขึ้นได้ เธอก็เลือกที่จะเชื่อฟังและทำตาม โดยยอมรับหน้าที่เสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงและเป็นอันตรายต่อชีวิตของเธอเอง โดยเธอกล่าวว่า…

                         “ดู‍เถิด ข้าพ‌เจ้า​เป็น​ทาสี​ของ​พระ‍เป็น​เจ้า ข้าพ‌เจ้า​พร้อม​ที่​จะ​เป็น​ไป​ตาม​คำ​ของ​ท่าน”  (ลูกา 1:38)

ดูเหมือนว่า มารีย์เธอจะเข้าใจความหมายของคำกล่าวที่ว่า “จงหวังในสิ่งที่ดีที่สุด และพร้อมรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด!”

และประวัติศาสตร์โลกก็ได้ยืนยันความจริงที่ว่า ไม่มีสตรีคนใดในโลกนี้ที่ได้รับเกียรติและการยกย่องมากเท่ามารีย์ผู้นี้เลย และเธอได้กลายมาเป็นพระแม่มารีย์ของคนนับพันล้านคนทั่วโลก

เอลีซาเบธนับเป็นคนแรกที่เรียกมารีย์ว่า มารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า!

“43 เป็น​ไฉน​ข้าพ‌เจ้า​จึง‍ได้​ความ​โปรด‌ปราน​เช่น​นี้ คือ มารดา​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ได้​มา​หา​ข้าพ‌เจ้า 44เพราะ ดู‍เถิด พอ​เสียง​ปรา‌ศรัย​ของ​ท่าน​เข้า​หู​ข้าพ‌เจ้า ทารก​ใน​ครรภ์​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ก็​ดิ้น​ด้วย​ความ​ยินดี 45สตรี​ที่​ได้​เชื่อ​ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​จะ​สำ‌เร็จ​ตาม​พระ‍ดำ‌รัส​จาก​พระ‍เป็น​เจ้า​ที่​มา​ถึง​เขา”  (ลูกา 1:43-45)

ใช่ครับ…มารีย์ได้ผ่าน “สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุด” (The worst) ที่เธอพร้อมเผชิญ และได้รับ “สิ่งที่ประเสริฐที่สุด” (The Best) นั่นคือ เธอได้เป็นผู้ให้กำเนิดองค์พระผู้ช่วยให้รอดของโลกคือ องค์พระคริสต์เจ้าในวันคริสตมาส!

ดังนั้น ไม่ว่าวันนี้ คุณกำลังประสบกับสภาวะที่ย่ำแย่สุด ๆ ในเรื่องใด หรือสาหัสแค่ไหน ในเรื่องเศรษฐกิจ ความรักและครอบครัว หรือสุขภาพ ขอให้คุณจงเผชิญกับสิ่งเหล่านั้นอย่างกล้าหาญไปกับ “พระคริสต์แห่งวันคริสตมาส” ผู้ทรงสามารถที่จะช่วยคุณให้รอดพ้นจากวิกฤติเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน แล้วคุณจะพบกับสิ่งที่ดีที่สุดที่รอคอยคุณอยู่เบื้องหน้า!

ลองดูสิครับ!

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)