ของประทานในการฟัง

ของประทานแห่งการฟัง

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงฟังความปรารถนาของคนอ่อนสุภาพ จะทรงเสริมกำลังใจเขา และพระองค์จะทรงเงี่ยพระกรรณฟังถ้อยคำของเขา (สดุดี 10:17)

ฉันไม่อยากขึ้นเครื่องเลย มันเหนื่อยล้าจนแทบเข้ากระดูก หลังก็ปวด สมองก็มึน แต่มีหน้าที่ต้องไปพูดที่ในที่ประชุมตามตารางนัด พูดจบตั้งใจจะรีบกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวให้เร็วที่สุด

มองหาที่นั่งบนเครื่องบิน ฉันได้แต่อธิษฐานขอให้คนนั่งข้างๆไม่ใช่คนพูดมาก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม นี่สมควรเป็นคำอธิษฐานที่พระเจ้าพอพระทัยหรือ? แต่ฉันก็จริงใจที่สุดแล้ว

หลังจากนั่งลง ฉันไม่สบตาใครเลย วางกระเป๋าไว้ใต้เก้าอี้ คว้าแมกกาซีนในช่องเก็บของด้านหน้าแล้วทำท่าตั้งใจอ่าน ขณะเจ้าหน้าที่บนเครื่องแจ้งเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ฉันเหลือบไปมองชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ เขากำลังอ่านหนังสือ ได้แต่หวังว่าเป็นหนังสือที่สนุกจนเขาอ่านได้ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมา

แล้วมันก็เกิดขึ้น ไฟบนเพดานกระพริบ จู่ๆหนุ่มคนนั้นก็ถามขึ้นมา “คุณกำลังจะไปไหนครับ?” ฉันหันไปยิ้มแห้งๆบอกว่า “ไปฮุสตัน” แล้วกลับไปอ่านแมกกาซีนต่อ เขาก็กลับไปอ่านหนังสือต่อเหมือนกัน ค่อยยังชั่ว ฉันคิด แม้ดูจะเห็นแก่ตัวหน่อยก็ตาม

ไม่กี่นาทีผ่านไปเขาก็หันกลับมาถามอีกว่าฉันไปฮุสตันทำไม ฉันเริ่มกรุ่นๆข้างใน และหวังว่าจะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ทั้งๆที่รู้แก่ใจว่าไม่มีทาง

หลังจากบอกเขาไปว่าฉันจะไปขึ้นพูดในที่ประชุมสตรีที่ฮุสตัน เขาฟังและพูดขึ้นมาบ้าง “ผมบินมาทั้งวันจากอลาสก้า จะไปที่โอคลาโฮมา” ตอนนี้ฉันรู้แล้วคงหลบไม่พ้น “ไปทำไมคะที่นั่น?” ฉันถาม “ภรรยาของผม” เขาตอบ “คือว่าเราแยกกันอยู่มาสามปีแล้ว ผมได้แต่หวังว่าเราจะกลับมาคืนดีและอยู่ด้วยกันอีก” เขาพูดด้วยน้ำตานองหน้า ฉันได้ยินเสียงพระบิดากระซิบ “เรารู้ว่าเจ้าเหนื่อยลูกรัก แต่เราอยากให้เจ้าช่วยลูกแกะที่หัวใจแหลกสลายตัวนี้ของเรา”

ใช่ค่ะ “ยอมจำนน”

กว่าชั่วโมงครึ่งที่ฉันนั่งฟังคริสเทหัวใจ เทความทุกข์ใจ ความหวังที่เหลือน้อยนิดและความกลัวที่มีให้ฉันรับรู้ ฉันเล่าให้เขาฟังถึงความรักของพระเจ้าที่มีให้เขา แผนการของพระองค์สำหรับชีวิตสมรส และนี่คือพระประสงค์แท้จริงของพระเจ้า

เมื่อเครื่องบินถึงจุดหมาย ฉันคว้ากระเป๋า ลุกขึ้นยืน มองไปรอบๆเห็นหลายคนจ้องมองกลับมา สงสัยสิ่งที่ฉันแบ่งปันคงจะใกล้เคียงกับคำเทศนา พวกเขาอยากฟังว่าจะสรุปลงอย่างไร คริสพูดว่า “ขอบคุณมากครับ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างคงจะโอเคครับ”

ฉันเองอดไม่ได้ พูดขึ้นมาว่า “อย่าคิดอะไรที่น้อยเกินกว่าสิ่งดีที่สุดของพระเจ้านะคริส ชีวิตสมรสเป็นความคิดของพระเจ้า พระองค์ต้องการฟื้นฟูสถาบันครอบครัวและชีวิตคู่ของคุณ อย่าจบลงแค่โอเคเป็นอันขาด” เขายิ้มตอบพูดว่า “โอเคครับ อธิษฐานเผื่อผมด้วยนะครับ” ฉันกอดเขาและสัญญาว่าจะอธิษฐานเผื่อเขา ภรรยา และชีวิตแต่งงานของเขา

ขณะเดินออกมาจากเครื่องบิน ฉันขอบคุณพระเจ้าที่อนุญาตให้ฉันได้มีโอกาสฟัง

วัฒนธรรมรอบตัวเราในทุกวันนี้ เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความเร็ว ทำให้ความใส่ใจต่อสิ่งรอบข้างของเราถูกเฉือนออกไปเรื่อยๆ ตัวเราอาจอยู่ แต่ใจเราล่ะอยู่ที่ไหน?

ถ้าเราต้องการให้พระเจ้าใช้เพื่อเป็นพระพรต่อผู้อื่น ช่วยฉุดใครบางคนขึ้นมา เราต้องมีของประทานในการรับฟังนะคะ

 

โดย Mary Southerland

อนุญาตโดย Girlsfriend in God : www.crosswalk.com

(Cr. ภาพ newirishart.com )

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.