มี.ค. 262016
 

พระเยซูคืนพระชนม์

“หลักฐานสำคัญ Easter คือ

Empty Cross                          -กางเขนว่างเปล่า

Angels’ witness                      -ทูตสวรรค์แจ้งข่าว

Satan’s defeat                        -ซาตานพ่ายแพ้

Testimony of disciples          -สาวกเป็นพยาน

Empty tomb                            -อุโมงค์ว่างเปล่า

Risen Christ                           -พระคริสต์เป็นขึ้นแล้ว!”

ปกติ หากผู้ใดตาย เรื่องราวของเขาก็มักจบลงที่ความเศร้าโศก!

แต่เมื่อองค์พระเยซูคริสต์ตาย เรื่องราวของพระองค์กลับไม่จบลงตรงนั้น! เพราะภายใน 3 วันพระองค์ทรงเป็นขึ้นจากตาย  และปรากฏกายต่อหน้าสักขีพยานนับไม่ถ้วนหลายครั้งหลายครา ..ทั้ง..

…ต่อหน้าทูตสวรรค์

…ต่อหน้ามารีย์ ชาวมักดารา

…ต่อหน้ากลุ่มผู้หญิงทั้ง 3 คน (มารีย์ มักดารา, มารีย์มารดาของยากอบและนางสะโลเม)

…ต่อหน้าเปโตร

…ต่อหน้าสาวก 2 คน (เคลโอปัส กับเพื่อน)

…ต่อหน้าสาวก 10 คน (ยกเว้นยูดาสกับโธมัส)

…ต่อหน้าสาวก 10 คน และโธมัส

…ต่อหน้าสาวก 7 คน (เปโตร, โธมัส,นาอานาเอล, ยากอบ, ยอห์น และสาวกอีก 2 คน)

…ต่อหน้าพี่น้องกว่า 500 คน

…ต่อหน้ายากอบ น้องชายของพระเยซูผู้เป็นผู้นำคริสตจักรแห่งแรก

…ต่อหน้าอัตรทูตทั้งหมด (11 คน)

…ต่อหน้าสเทเฟน

…ต่อหน้าเปาโล

…ต่อหน้ายอห์น (สาวกคนที่พระเยซูทรงรักในตอนที่เขาชราภาพ)    ฯลฯ

การเป็นขึ้นจากตายขององค์พระเยซูคริสต์ ในวันอีสเตอร์นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าผู้ทรงรับสภาพของมนุษย์ ถูกตรึงตาย ได้พิชิตความตายด้วยการเป็นขึ้นมาใหม่อีกครั้งได้อย่างอัศจรรย์และสง่างาม องค์พระเยซูคริสต์ได้ตรัสไว้ล่วงหน้าแล้วว่า พระองค์จะต้องทนทุกข์ทรมาน ถูกตรึงตายและจะเป็นขึ้นใหม่ในวันที่ 3 และสุดท้ายทุกอย่างก็เป็นจริงตามพระดำรัสของพระองค์!

“พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “มี​คำ​เขียน​ไว้​อย่าง​นั้น​ว่า พระ‍คริสต์​จะ​ต้อง​ทรง​ทน‍ทุกข์​ทร‌มาน และ​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย​ใน​วัน‍ที่​สาม และ​จะ​ต้อง​ประ‌กาศ​ทั่ว​ทุก​ประ‌ชา‍ชาติ​ใน​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์ ให้​เขา​กลับ‍ใจ​ใหม่​รับ​การ​ยก‍บาป ตั้ง‍ต้น​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม”  (ลก.24:146-47)

หลังจากพระคริสต์ทรงถูกตรึงสิ้นพระชนม์ และนำพระศพมาฝังไว้ในอุโมงค์ จนกระทั่งเช้าตรู่วันอาทิตย์ ทูตสวรรค์ได้ยืนยันต่อบรรดาผู้ที่ไปหาพระศพของพระองค์ที่อุโมงค์ฝังศพว่า  พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว!

“[พระ‍องค์​ไม่​อยู่​ที่​นี่ แต่​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​แล้ว] จง​ระลึก​ถึง​คำ​ที่​พระ‍องค์​ได้​ตรัส​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย เมื่อ​พระ‍องค์​ยัง​อยู่​ใน​แคว้น​กา‌ลิลี” (ลก.24:6)

ดังนั้น เรื่องราวข่าวดีแห่งวันอีสเตอร์ จึงให้ความหวังแก่เราทุกคนที่ได้ยิน และผู้ใดก็ตามที่ยอมรับพระคุณที่พระคริสต์ประทานให้นั้น ผู้นั้นก็จะได้รับความรอดนิรันดร์!

เพราะเหตุที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย งานศพจึงกลายเป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในทันที!  เหมือนดังที่ John Blanchard กล่าวไว้ว่า

The Easter story ends not with a funeral but with a festival.”

  (เรื่องราววันอีสเตอร์ไม่ได้จบลงที่งานศพ แต่จบด้วยงานฉลอง!)

การที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นจากตาย ตามคำตรัสของพระองค์ จึงกลายเป็นเครื่องยืนยันว่า พระสัญญาทั้งหมดของพระองค์ที่ให้ไว้แก่เรา จะต้องเป็นความจริงด้วยอย่างแน่นอน! ดุจดังที่ John Boys กล่าวไว้ว่า…

The Resurrection of Christ is the Amen of all His Promises.”

(การเป็นขึ้นมาจากตายของพระคริสต์ เป็นคำยืนยันว่า พระสัญญาทั้งปวงของพระองค์จะเกิดขึ้นเป็นจริงด้วย)

ในวันนี้ ขอให้เราทั้งหลายมาเป็นพยานให้พระคริสต์ด้วยการดำเนินชีวิตแห่งชัยชนะเหนืออุปสรรค ปัญหา การทดลองและบาปของเรา ดุจดังที่พระคริสต์ได้พิชิตศัตรูตัวสุดท้าย คือ ความตายแล้ว!

…จะดีไหมครับ?

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/ lifeanswer,

(Cr.ภาพ tonynaccarato.com)

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)