เม.ย. 272016
 

พระธรรม        1ยอห์น 3:1-24

อ้างอิง             ยน.1:12,29;5:24;13:34;15:12,17;ปฐก.4:8

บทนำ              ชีวิตของคริสเตียนต้องสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าออกมา หลักฐานที่พิสูจน์ว่า เราเป็นลูกของพระเจ้าคืออะไร บทเรียนในวันนี้จะบอกเรา!

บทเรียน

3:1 “ลองคิดดู พระบิดาได้ประทานความรักแก่เราเพียงไรที่เราได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระเจ้า และเราก็เป็นอย่างนั้นเหตุที่ชาว‍โลกไม่รู้จักเรา ก็เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์” 

    (See what kind of love the Father has given to us, that we should be called children of God; and so we are. The reason why the world does not know us is that it did not know him.)

3:2 “ท่านที่รักทั้งหลาย เดี๋ยวนี้เราเป็นลูกของพระเจ้า และเราจะเป็นอย่างไรต่อไปข้างหน้านั้นเรายังไม่รู้ แต่เรารู้ว่าในเวลาที่​พระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราจะเป็นเหมือนอย่างพระองค์เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น”

    (Beloved, we are God’s children now, and what we will be has not yet appeared; but we know that when he appears we shall be like him, because we shall see him as he is.)

3:3 “และทุกคนที่มีความหวังอย่างนี้ในพระองค์ ก็ชำระตนให้บริสุทธิ์เหมือนที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์”

      (And everyone who thus hopes in him purifies himself as he is pure.)

3:4 “ทุกคนที่ทำบาปก็ประพฤติผิดธรรมบัญญัติ บาปเป็นสิ่งที่ผิดธรรมบัญญัติ” 

      (Everyone who makes a practice of sinning also practices lawlessness; sin is lawlessness.)

3:5 “พวกท่านรู้อยู่แล้วว่าพระองค์ทรงปรากฏเพื่อกำจัดบาปของเราให้หมดไป และไม่มีบาปอยู่ในพระองค์เลย” 

      (You know that he appeared in order to take away sins, and in him there is no sin.)

3:6 “ผู้ที่อยู่ในพระองค์ไม่ทำบาปอีกต่อไป ส่วนผู้ที่ทำบาปอยู่เรื่อยๆ คนนั้นยังไม่เห็นพระองค์และยังไม่รู้จักพระองค์” 

(No one who abides in him keeps on sinning;no one who keeps on sinning has either seen him or known him.)

3:7 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้ใครชักจูงท่านให้หลง ผู้ที่ประพฤติชอบก็ชอบธรรมเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงชอบธรรม”

      (Little children, let no one deceive you. Whoever practices righteousness is righteous, as he is righteous.)

3:8 “ผู้ที่ทำบาปก็มาจากมาร เพราะว่ามารก็ทำบาปตั้งแต่เริ่มแรก พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็เพราะเหตุนี้คือเพื่อทำลายกิจการของมาร”

  (Whoever makes a practice of sinning is of the devil, for the devil has been sinning from the beginning. The reason the Son of God appeared was to destroy the works of the devil.)

3:9 “ผู้ที่เกิดจากพระเจ้าไม่ทำบาป เพราะเชื้อของพระเจ้าอยู่ในคนนั้นและเขาทำบาปไม่ได้ เพราะเขาเกิดจากพระเจ้า”

     (No one born of God makes a practice of sinning, for God’s seed abides in him, and he cannot keep on sinning because he has been born of God.) 

3:10 “เช่นนี้แหละ จึงเห็นได้ว่าใครเป็นลูกของพระเจ้า และใครเป็นลูกของมาร คือผู้ที่ไม่ได้ประพฤติชอบ และไม่รักพี่น้อง​ของตน ก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า”

    (By this it is evident who are the children of God, and who are the children of the devil: whoever does not practice righteousness is not of God, nor is the one who does not love his brother.)

3:11 “นี่เป็นคำสั่งสอนที่ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เริ่มแรก คือให้เรารักกันและกัน” 

  (For this is the message that you have heard from the beginning, that we should love one another.)

3:12 “อย่าเป็นเหมือนอย่างคาอินที่มาจากมารและฆ่าน้องของตนเอง ทำไมเขาถึงฆ่าน้อง? ก็เพราะการกระทำของเขาชั่ว​ และการกระทำของน้องนั้นชอบธรรม”

   (We should not be like Cain, who was of the evil one and murdered his brother. And why did he murder him? Because his own deeds were evil and his brother’s righteous.)

 3:13 “พี่น้องเอ๋ย อย่าประหลาดใจที่โลกนี้เกลียดชังท่าน”

         (Do not be surprised, brothers, that the world hates you. )

3:14 “เรารู้ว่าเราได้พ้นจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว ก็เพราะเรารักพี่น้อง ผู้ที่ไม่รักก็ยังอยู่ในความตาย”

  (We know that we have passed out of death into life, because we love the brothers. Whoever does not love abides in death.) 

3:15 “ผู้ที่เกลียดชังพี่น้องของตนก็เป็นผู้ฆ่าคน และพวกท่านก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ฆ่าคนนั้นไม่มีชีวิตนิรันดร์ดำรงอยู่ในตัวเขาเลย”

     (Everyone who hates his brother is a murderer,and you know that no murderer has eternal life abiding in him.)

3:16 “เช่นนี้แหละเราจึงรู้จักความรัก โดยที่พระองค์ได้ยอมสละพระชนม์ของพระองค์เพื่อเรา และเราก็ควรจะสละชีวิต​ของเราเพื่อพี่น้อง”

        (By this we know love, that he laid down his life for us, and we ought to lay down our lives for the brothers.)

3:17 “แต่ถ้าใครมีทรัพย์สมบัติในโลกนี้ และเห็นพี่น้องของตนขัดสนแล้วยังไม่เปิดใจช่วยเขา ความรักของพระเจ้าจะดำรงอยู่​ในคนนั้นได้อย่างไร?”

       (But if anyone has the world’s goods and sees his brother in need, yet closes his heart against him, how does God’s love abide in him? )

3:18 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง”

        (Little children, let us not love in word or talk but in deed and in truth.)

3:19 “เช่นนี้แหละ เราก็จะรู้ว่าเราอยู่ฝ่ายสัจจะ และใจเราจะหมดกังวลเฉพาะพระพักตร์พระองค์” 

        (By this we shall know that we are of the truth and reassure our heart before him;)

3:20 “เมื่อใจของเรากล่าวโทษตัวเราเอง พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าใจของเรา และพระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง”

       (for whenever our heart condemns us, God is greater than our heart, and he knows everything.)

3:21 “ท่านที่รักทั้งหลาย ถ้าใจของเราไม่ได้กล่าวโทษเรา เราก็มีความมั่นใจที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า” 

        (Beloved, if our heart does not condemn us, we have confidence before God;)

3:22 “และเมื่อเราขอสิ่งใด ก็ได้สิ่งนั้นจากพระองค์ เพราะเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามชอบ‍พระทัยพระองค์”

     (and whatever we ask we receive from him, because we keep his commandments and do what pleases him.)

3:23 “และนี่เป็นพระบัญญัติของพระองค์ คือ ให้เราวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ และให้เรารัก​กันและกัน ตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้แก่เรา” 

    (And this is his commandment, that we believe in the name of his Son Jesus Christ and love one another, just as he has commanded us.)

3:24 “ทุกคนที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ก็อยู่ในพระองค์ และพระองค์สถิตอยู่ในคนนั้น เช่นนี้แหละ พวกเราจึงรู้​ว่kพระองค์สถิตอยู่ในเราคือโดยพระวิญญาณที่พระองค์ประทานแก่เรา”

   (Whoever keeps his commandments abides in God, and God in him. And by this we know that he  abides in us, by the Spirit whom he has given us.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

3:1       “เป็นลูกของพระเจ้า” (children of God) –ยน.1:12;1ยน.3:2,10

“เขาไม่รู้จักพระองค์” (it did not know him)  -ยน.15:21;16:3

3:2       “พระองค์…พระองค์” (him … he) = พระคริสต์, คส.3:4;1ยน.2:28

“เราจะเป็นเหมือนอย่างพระองค์” (we shall be like him) –รม.8:29;1คร.15:49;ฟป.3:21

3:3       “มีความหวัง” (hopes) = ความมั่นใจที่ไม่หวั่นไหวสั่นคลอนเกี่ยวกับอนาคต –รม.5:5

          “พระองค์” (him) = พระคริสต์

“ชำระตนให้บริสุทธิ์” (purifies himself) = โดยการหันออกจากบาป –2คร.7:1;2ปต.3:13-14;สดด.18:26

3:4       “บาปเป็นสิ่งที่ผิดธรรมบัญญัติ” (sin is lawlessness) –1ยน.5:17

3:5       “กำจัดบาปของเราให้หมดไป” (in order to take away sins) –ยน.1:29;3:17;1ยน.3:8

“ไม่มีบาปอยู่ในพระองค์เลย” (in him there is no sin.) –2คร.5:21

ได้ยืนยันความจริงนี้อีกหลาย ๆ ครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ (2คร.5:21;ฮบ.4:15;1ปต.3:18)

3:6       “ไม่ทำบาปอีกต่อไป” (no one who keeps on sinning) = ยอห์นไม่ได้หมายความว่า เราจะสมบูรณ์แบบจนไม่มีบาปใด ๆ เลย (1:8-10;2:1) แต่ท่านชี้แจงว่า ชีวิตของผู้เชื่อจะไม่ถูกกำหนดโดยบาป แต่โดยการกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง -1ยน.3:9;5:18

“ยังไม่เห็นพระองค์” (no one … has either seen him ) –3ยน.11

“ยังไม่รู้จักพระองค์” (or known him.)  -ยน.2:4

3:7       “ลูกทั้งหลายเอ๋ย” (Little children) = ลูกที่รัก  -1ยน.2:1

“ชักจูงท่านให้หลง” (let no one deceive you) = ให้หลงผิด –1ยน.2:26

“เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงชอบธรรม” (as he is righteous) –1ยน.2:29

3:8       “มาร” (devil) –ยอห์น พูดถึงมารในหลายครั้งหลายแง่มุม

  • มารคือ มารร้าย – ข.12;2:13-14;5:18-19
  • มารทำบาปมาตั้งแต่ปฐมกาล คือเป็นผู้แรกที่กบฏต่อพระเจ้ามาตั้งแต่ต้น ก่อนอาดัมและเอวาจะกระทำบาป (ยน.8:44)
  • มารเป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้มนุษย์กระทำบาป และคนที่ทำบาปต่อ ๆ ไปก็เป็นคนของมาร (ข.8,12)
  • มารอยู่ในโลก (4:3) และคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าทั้งโลกก็อยู่ในกำมือของมัน (5:9)
  • มารไม่อาจทำอันตรายผู้เชื่อพระเจ้าได้ (5:18)
  • คริสเตียนมีชัยเหนือมาร (2:13-14;4:4) และพระคริสต์ ทรงทำลายกิจการของมาร –ฮบ.2:14

3:9       “ผู้ที่เกิดจากพระเจ้าไม่ทำบาป” (No one born of God makes a practice of sinning) = ไม่มีใครที่เกิดจากพระเจ้าแล้วยังคงทำบาปต่อไป –ยน.1:13;สดด.119:3;1ยน.3:6;5:18

“เชื้อของพระเจ้า” (God’s seed)   -บางฉบับแปลว่า “เมล็ดพันธุ์ของพระเจ้า”

= ภาพของการสืบพันธุ์ของมนุษย์ คือเชื้ออสุจิ (คำกรีกที่แปลว่า เมล็ดพันธุ์ คือ “สเปอร์มา”) ที่ให้ชีวิตและถ่ายทอดลักษณะของผู้เป็นพ่อ –1ปต.1:23

“เขาทำบาปไม่ได้” (he cannot keep on sinning) = เขาไม่อาจทำบาปต่อไป  ไม่ใช่ไม่ทำบาปเลย แต่เป็นชีวิตที่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยบาป (อีกต่อไป)

3:10     “ใครเป็นลูกของพระเจ้า” (who are the children of God) –1ยน.1:12;1ยน.3:1,2

“ใครเป็นลูกของมาร” (who are the children of the devil)  -1ยน.3:8

“ไม่รัก” (not love) –1ยน.4:8 ;     “พี่น้องของตน” (his brother) –1ยน.2:9

3:11     “ได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่แรก” (have heard from the beginning) –1ยน.2:7;1ยน.1:5

“ให้เรารักกันและกัน” (love one another) –ยน.13:34-35;15:12;1ยน.4:7,11,21,2ยน.5

3:12     “คาอิน” (Cain) –ฮบ.11:4, เขาเป็นฝ่ายมารและฆ่าอาแบลน้องของตน –ปฐก.4:8;มธ.5:37

“การกระทำของน้องนั้นชอบธรรม” (his brother’s righteous) –สดด.38:20;สภษ.29:10

3:13     “อย่าประหลาดใจที่โลกนี้เกลียดชังท่าน”(Do not be surprised,brothers,that the world hates you)

–ยน.15:18,19;17:14

3:14   “เรารู้ว่าเราได้พ้นจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว”(We know that we have passed out of death into life)                   –ยน.5:24;    “ผู้ที่ไม่รักก็ยังอยู่ในความตาย” (Whoever does not love abides in death) 1ยน.2:9

3:15     “เกลียดชังพี่น้องของตน” (hates his brother) -2:9-10

“ก็เป็นผู้ฆ่าคน” (a murderer) = เป็นฆาตกร, มธ.5:21-22;ยน.8:44;ยก.4:2

“ไม่มีชีวิตนิรันดร์ดำรงอยู่ในตัวเขาเลย” (has eternal life abiding in him.)-กท.5:20,21;วว.21:8

3:16     “ยอมสละพระชนม์ของพระองค์เพื่อเรา” (laid down his life for us) –ยน.10:11

“เราก็ควรจะสละชีวิตของเราเพื่อพี่น้อง” (we ought to lay down our lives for the brothers.)

–ยน.15:13;ฟป.2:17;1ธส.2:8

3:17-18 –ยก.2:14-17

3:17     “ไม่เปิดใจช่วยเขา” (closes his heart against him)–บางฉบับแปลว่า “ยังไม่สงสารเขา” -ฉธบ.15:7-8;

ยก.2:15-16

“ความรักของพระเจ้าจะดำรงอยู่ในคนนั้นได้อย่างไร?” (how does God’s love abide in him?)

–1ยน.4:20, เป็นความรักที่พระเจ้าประทานเข้ามาในใจของผู้เชื่อ (รม.5:5) ต้องทำให้คริสเตียนสามารถรักผู้เชื่อและพระเจ้าได้

3:18     “แต่จงรักกันด้วยการกระทำ และด้วยความจริง” (but in deed and in truth) –อสค.33:31;รม.12:9

3:20     “พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าใจของเรา” (God is greater than our heart) = การที่เรารู้ว่าพระเจ้าแสดงความรักของพระองค์ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นหลักฐานแห่งความรอดของเรา จะช่วยทำให้ใจที่หวั่นไหวของเรามั่นคง ขึ้นมาได้   เพราะพระเจ้าทรงรู้จักใจของเราทุกคน ไม่ว่าจะเชื่อในพระองค์หรือไม่

3:21     “ท่านที่รักทั้งหลาย” (Beloved) –บางฉบับแปลว่า “เพื่อนที่รัก”  -1คร.10:14

“เราก็มีความมั่นใจที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า” (we have confidence before God) –อฟ.3:12;1ยน.5:14

3:22     “ก็ได้สิ่งนั้นจากพระองค์” (we receive from him) –บางฉบับแปลว่า “ได้รับทุกสิ่งที่เราทูลขอจากพระองค์”  -มธ.7:7

“เพราะเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์” (because we keep his commandments)

–ยน.14:15

“ปฏิบัติตามชอบพระทัยพระองค์” (do what pleases him.) –ยน.8:29;ฮบ.13:21

3:23     “ให้เราวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์” (we believe in the name of his Son Jesus Christ)

–ยน.6:29;ลก.24:47;ยน.1:12;3:18;20:31;1คร.6:11;1ยน.5:13

-ในข้อ 23 นี้ มีพระบัญชาอยู่ 2 ส่วนคือ

  1. ให้เชื่อวางใจในพระคริสต์ (ยน.6:29) –ขยายความใน 4:1-6
  2. ให้รักซึ่งกันและกัน (ยน.13:34-35) –ขยายความใน 4:7-12

3:24     “ทุกคนที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์” (Whoever keeps his commandments )

= ผู้ที่เชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ –1ยน.2:3

“ก็อยู่ในพระองค์” (abides in God)  -1ยน.2:6;4:15

“โดยพระวิญญาณที่พระองค์ประทาแก่เรา” (by the Spirit whom he has given us) –1ธส.4:8; 1ยน.4:13

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณภูมิใจที่ได้ชื่อว่า เป็น “บุตรของพระเจ้า” หรือไม่? ทำไม?  (แล้วคุณภูมิใจที่เป็นลูกของพ่อแม่ของคุณหรือไม่?  ทำไม?)
  2. คุณมั่นใจสักแค่ไหนว่า ในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาเพื่อ (รับผู้เชื่อไปกับพระองค์) คุณจะได้อยู่กับพระองค์ และได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเหมือนพระองค์? ทำไมจึงรู้สึกอย่างนั้น?
  3. คุณยังคงทำบาปเป็นปกติอยู่หรือไม่ หลังจากที่คุณประกาศตัวเป็นคริสเตียนแล้ว? คุณคิดว่า คุณจะรอดหรือไม่?  ทำไม?
  4. หากคุณเคยทำบาปอยู่ โดยเห็นเป็นเรื่องธรรมดา คุณจะประพฤติเช่นนั้นต่อไป โดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยหรือไม่ ?  แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ คุณจะทำอะไรบ้าง? และอย่างไร? เมื่อไร?
  5. อะไรคือข้อพิสูจน์หรือตัวบ่งบอกว่า “เชื้อของพระเจ้า” (เมล็ดพันธุ์ของพระเจ้า) ดำรงอยู่ในตัวของคุณ?
  6. หากข้อพิสูจน์ว่า ใครเป็นลูกของพระเจ้ามีเพียง 2 ข้อคือ

…1) การประพฤติชอบ (ทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง)                            …2)  การรักพี่น้องทั้งหลาย

คุณมีปัญหากับข้อใด?  ทำไม?

  1. ชีวิตของคุณเวลานี้ เป็นเหมือนคาอินหรืออาแบล (น้องของคาอิน) อย่างไรบ้าง?
  2. เวลานี้ โลกนี้กำลังเกลียดชังคุณอยู่หรือไม่? ด้วยสาเหตุใด? คุณรับมืออย่างไร?
  3. คุณเคยเสียสละให้กับผู้ใดมากที่สุด? ในเรื่องอะไร? อย่างไร? แค่ไหน?  อะไรคือแรงจูงใจ และผลที่ตามมาคืออะไร?
  4. คุณเคยประทับใจกับความรักของบุคคลใดที่แสดงออกมาทั้งผ่าน

…1) คำพูด และ                               …2) การกระทำ

เขาแสดงออกมาอย่างไร? ต่อใคร? และ คุณตั้งใจกระทำตามนั้นหรือไม่? อย่างไร?.

ศจ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Sorry, the comment form is closed at this time.