มิ.ย. 082016
 

พระธรรม        1ยอห์น 5:1-21

อ้างอิง            1ยน.1:10;2:13,23;3:4,14,21-23;4:6;5:5,11,16

บทนำ            คนที่เกิดจากพระเจ้าจะไม่ทำบาปและมีชัยชนะ เพราะความเชื่อและการเชื่อฟังพระเจ้า แล้วคุณเองมีชัยชนะอย่างนั้นในชีวิตของคุณหรือไม่?

บทเรียน

5:1 “คนที่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์ ก็เกิดจากพระเจ้า และคนที่รักพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิด ก็รักคนที่เกิดจากพระองค์ด้วย” 

     (Everyone who believes that Jesus is the Christ has been born of God, and everyone who loves  the Father loves whoever has been born of him.)

5:2 “โดยข้อนี้ เราจึงรู้ว่าเรารักคนทั้งหลายที่เป็นลูกของพระเจ้า คือเมื่อเรารักพระเจ้า และประพฤติตามพระบัญญัติ​ของพระองค์”

      (By this we know that we love the children of God, when we love God and obey his  commandments.) 

5:3 “เพราะว่าความรักต่อพระเจ้าเป็นอย่างนี้ คือเมื่อเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระหนักเกินไป”

         (For this is the love of God, that we keep his commandments. And his commandments are not burdensome.)

5:4 “เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยเหนือโลก และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่มีชัยเหนือโลก” 

     (For everyone who has been born of God overcomes the world. And this is the victory that has overcome the world—our faith. )

5:5 “ใครล่ะที่มีชัยเหนือโลก? ไม่ใช่ใครอื่น คือคนที่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง”

        (Who is it that overcomes the world except the one who believes that Jesus is the Son of God?)

5:6 “นี่แหละคือผู้ที่ได้มาด้วยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยน้ำและ​พระโลหิต และพระวิญญาณทรงเป็นพยาน เพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง”

      (This is he who came by water and blood—Jesus Christ; not by the water only but by the water and the blood. And the Spirit is the one who testifies, because the Spirit is the truth.)

5:7 “มีพยานอยู่สามอย่างด้วยกัน” 

      (For there are three that testify:)

5:8 “คือพระวิญญาณ น้ำ และพระโลหิต และพยานทั้งสามอย่างนี้สอดคล้องกัน”

(the Spirit and the water and the blood; and these three agree. )

5:9 “ถ้าเรายอมรับพยานหลักฐานของมนุษย์ พยานหลักฐานของพระเจ้าก็ยิ่งใหญ่กว่า เพราะว่าเป็นพยานหลักฐานที่พระเจ้าทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์”

      (If we receive the testimony of men, the testimony of God is greater, for this is the testimony of God that he has borne concerning his Son.)

5:10 “คนที่เชื่อพระบุตรของพระเจ้าก็มีพยานอยู่ในตัว คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าก็ทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา เพราะเขาม่ได้เชื่อคำพยานที่พระเจ้าทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์” 

     (Whoever believes in the Son of God has the testimony in himself. Whoever does not believe  God has made him a liar, because he has not believed in the testimony that God has borne  concerning his Son.)

5:11 “และพยานหลักฐานนั้นก็คือ พระเจ้าประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา และชีวิตนี้มีอยู่ในพระบุตรของพระองค์” 

           (And this is the testimony, that God gave us eternal life, and this life is in his Son.)

5:12 “คนที่มีพระบุตรก็มีชีวิต คนที่ไม่มีพระบุตรก็ไม่มีชีวิต”

          (Whoever has the Son has life; whoever does not have the Son of God does not have life.)

5:13 “ข้อความเหล่านี้ข้าพเจ้าเขียนถึงท่านทั้งหลายที่วางใจในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อให้ท่านรู้ว่าทานมีชีวิตนิรันดร์” 

       (I write these things to you who believe in the name of the Son of God that you may know that you have eternal life.)

5:14 “และนี่เป็นความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงฟัง” 

        (And this is the confidence that we have toward him, that if we ask anything according to his will  he hears us.)

5:15 “และถ้าเรารู้ว่าพระองค์ทรงฟังเมื่อเราทูลขอสิ่งใด เราก็รู้ว่าเราได้รับสิ่งที่ทูลขอนั้นจากพระองค์”

        (And if we know that he hears us in whatever we ask, we know that we have the requests that we  have asked of him.)

5:16 “ถ้าใครเห็นพี่น้องของตนทำบาปชนิดที่ไม่นำไปสู่ความตาย ก็ให้คนนั้นทูลขอ และพระองค์ก็จะประทานชีวิตแก่คนที่ทำบาปซึ่งไม่นำไปสู่ความตาย บาปที่นำไปสู่ความตายก็มี ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่าให้อธิษฐานในเรื่องบาปอย่างนั้น” 

      (If anyone sees his brother committing a sin not leading to death, he shall ask, and God will give  him life—to those who commit sins that do not lead to death. There is sin that leads to death; I do not say that one should pray for that.) 

5:17 “การอธรรมทุกอย่างเป็นบาป แต่บาปที่ไม่นำไปสู่ความตายก็มีอยู่”

         (All wrongdoing is sin, but there is sin that does not lead to death.)

5:18 “เรารู้ว่าทุกคนที่เกิดจากพระเจ้าไม่ทำบาป แต่พระองค์ผู้ทรงบังเกิดจากพระเจ้าทรงคุ้มครองรักษาเขา และมารร้ายไม่แตะต้องเขา”

      (We know that everyone who has been born of God does not keep on sinning, but he who was  born of God protects him, and the evil one does not touch him.)

5:19 “เรารู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย”

         (We know that we are from God, and the whole world lies in the power of the evil one.)

5:20 “และเรารู้ว่าพระบุตรของพระเจ้าเสด็จมาแล้ว และประทานสติปัญญาแก่เรา เพื่อให้เรารู้จักพระองค์ผู้ทรงสัตย์จริง และเราอยู่ในพระองค์นั้นโดยอยู่ในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าแท้และเป็นชีวิตนิรันดร์”

       (And we know that the Son of God has come and has given us understanding, so that we may know him who is true; and we are in him who is true, in his Son Jesus Christ. He is the true God  and eternal life.)

5:21 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย จงรักษาตัวให้พ้นจากรูปเคารพ”

       (Little children, keep yourselves from idols.)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

5:1       “ทุกคนที่เชื่อ” (Everyone who believes)  = การเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์(1ยน.2:22;4:2,15) หรือ

ผู้ช่วยให้รอด (เมสสิยาห์) เป็นเครื่องหมายหนึ่งของการบังเกิดใหม่ เช่นเดียวกับความรักใน 4:7 – ยน.3:15

“ก็เกิดจากพระเจ้า” (born of God) –ยน.1:13;1ยน.2:23

“คนที่รักพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิด ก็รักคนที่เกิดจากพระองค์ด้วย” (everyone who loves the Father loves whoever has been born of him)

บางฉบับแปลว่า  = ทุกคนที่รักบิดาย่อมรักบุตรของเขาด้วย (เป็นภาพของครอบครัวที่สนับสนุนกลมเกลียวกันเป็นหนึ่งภายใต้การนำของผู้เป็นบิดา)  -ยน.8:42

5:3       “เพราะว่า ความรักต่อพระเจ้าเป็นอย่างนี้คือ เมื่อเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์”

(For this is  the love of God, that we keep his commandments)

-ในบางฉบับแปลว่า “การรักพระเจ้าคือ การเชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้า”        ปท. ยน.14:15,21

“พระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระหนักเกินไป” (his commandments are not burdensome)

= “พระบัญชาของพระเจ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง”

= ไม่ใช่เพราะว่า พระบัญชาหรือพระบัญญัตินั้นง่าย แต่เพราะการบังเกิดใหม่จากพระเจ้า (ข.4) โดยความเชื่อ ทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาช่วยเหลือผู้นั้นให้เชื่อฟังได้

5:4       “ก็มีชัยเหนือโลก….เป็นชัยชนะที่มีชัยเหนือโลก”  (overcomes the world …is the victory that has  overcome the world) = การมีชัยชนะเหนือรูปแบบชีวิตที่บาป

“เพราะความเชื่อของเรานี่แหละ” (our faith) = การเชื่อทำให้ผู้เชื่อบังเกิดใหม่ และพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ภายในเขา และประทานกำลังให้แก่เขา ทำให้เขาเชื่อฟังพระเจ้าและมีชัยต่อโลกได้

ยอห์น พูดถึงชัยชนะใน 2 ลักษณะ

  1. ชัยชนะแรกเมื่อได้หันจากโลกมาสู่พระเจ้า โดยความเชื่อ (คำว่า “มีชัย” ในข้อนี้ = แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต)
  2. ชัยชนะในการดำเนินชีวิตคริสเตียนในแต่ละวัน (คำว่า “ชัยชนะ” นี้เป็นกริยาในปัจจุบันกาล)

“โลก” (world) -2:15

5:5       “พระบุตรของพระเจ้า” (Son of God) = คำประกาศความเชื่อที่คู่ขนานกันใน 2:22;4:2;5:1

5:6       “น้ำและพระโลหิต” (water and blood)

  1. น้ำ เล็งเห็นถึงการบัพติศมาของพระเยซูคริสต์
  2. โลหิต เล็งถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์

พระเยซูเริ่มพระราชกิจเมื่อพระองค์รับบัพติศมาในน้ำ และสิ้นสุดพันธกิจเมื่อหลั่งโลหิตสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน

-ไม่ใช่ว่าพระเยซูมาเป็นมนุษย์แค่ก่อนการทนทุกข์บนไม้กางเขนอย่างที่พวกนอสติกในสมัยนั้นสอน

-ในจดหมายฉบับนี้ตลอดทั้งฉบับ ยอห์นจึงพยายามยืนยันว่า

พระเยซู = ทั้งพระเจ้าและมนุษย์ (1:1-4;4:2;5:5)  และเป็นพระเจ้าและมนุษย์มาตลอดจนถึงเวลาที่พระเยซูสิ้นพระชนม์  (6 ข.)   เพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของมนุษย์ (2:2;4:16)

“พระวิญญาณทรงเป็นพยาน” (the Spirit is the one who testifie) = เป็นพยานว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า 2 ทางคือ

  1. พระวิญญาณเสด็จลงมาเหนือพระเยซูคริสต์ ในขณะที่พระองค์ทรงรับบัพติศมา –ยน.1:32-34
  2. พระวิญญาณยืนยันคำพยานของอัครทูตในใจของผู้เชื่อ

-การรับบัพติศมาและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู บนไม้กางเขน จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า พระองค์เป็น    พระคริสต์และพระบุตรของพระเจ้า (2:27;1คร.12:3)

5:7       “มีพยานอยู่สามอย่าง”( three that testify) = บัญญัติในพระคัมภีร์ เรียกร้องให้มี “พยาน 2 หรือ 3 ปาก”(ฉธบ.17:6)

5:9       “พยานหลักฐานของพระเจ้า” (the testimony of God ) -บางฉบับแปลว่า “คำพยานของพระเจ้า”

= คำพยานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ข.6-8)   ปท. มธ.3:16-17;ยน.5:32,37:8:17,18

5:10     “มีพยานอยู่ในตัว” (the testimony in himself) =ผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระเจ้ามีคำพยานนี้อยู่ในใจ

–รม.8:16;กท.4:6

“ก็ทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา” (God has made him a liar) = ผู้ไม่เชื่อพระเจ้าก็กล่าวหาว่าพระองค์ตรัสมุสา –ยน.3:33;1ยน.1:10

5:11     “พระเจ้าประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา” (God gave us eternal life) = ให้แบบเปล่า ๆ ไม่คิดมูลค่าใด ๆ เป็นของขวัญสำหรับเรา –ยน.3:15,36

“ชีวิตนี้มีอยู่ในพระบุตรของพระองค์” (his life is in his Son) –ยน.3:36,1:4

5:12     “คนที่ไม่มีพระบุตรก็ไม่มีชีวิต” (whoever does not have the Son of God does not have life)

–ยน.3:15-16,36

5:13     “เพื่อให้ท่านรู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์” (may know that you have eternal life) = เป็นอีกข้อหนึ่งที่บอกถึงจุดประสงค์ของจดหมายฉบับนี้ (2:26) –มธ.25:46;1ยน.5:11

5:14     “นี่เป็นความมั่นใจ” (this is the confidence) –อฟ.3:12;1ยน.3:21

“ถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์” ( if we ask anything according to his will he hears us.) –ลก.22:42;มธ.7:7; ปท.3:21-22

5:15     “เราก็รู้ว่า“ (we know) –1ยน.5:18-20

“เราได้รับสิ่งที่ทูลขอนั้นจากพระองค์” (we have the requests that we have asked of him.)

–1พกษ.3:12

5:16-17 = เป็นตัวอย่างของการวิงวอนแบบหนึ่งที่เรามั่นใจได้ว่า พระเจ้าจะทรงตอบ (ข.14-15)

“จะประทานชีวิตแก่คนที่ทำบาปซึ่งไม่นำไปสู่ความตาย” (God will give him life—to those who commit sins that do not lead to death.        ) –ยก.5:15

“บาปที่นำไปสู่ความตายก็มี” (sin that leads to death)

อาจหมายถึง

  1. ใจที่แข็งกระด้างและยืนกรานปฏิเสธความจริง (ไม่สนใจในหลักศีลธรรม/จริยธรรม/จรรยาใด ๆ ) (รวมทั้งการผิดศีลธรรมอย่างพวกนอสติก) = บาปที่ไม่ยอมกลับใจเช่นนี้ นำไปสู่ความตายฝ่ายจิตวิญญาณ
  1. บาปซึ่งผลทำให้ต้องตายฝ่ายร่างกาย โดยเชื่อว่า หากผู้เชื่อยังดึงดันทำบาปต่อไป พระเจ้าจะพิพากษาเขาโดยเอาชีวิตของเขาไป (ปท.1คร.11:30) ปท.อพย.23:21;ฮบ.6:4-6;10:26;ยรม.7:16;14:11

5:17     “การอธรรมทุกอย่างเป็นบาป” (All wrongdoing is sin) 1ยน.3:4

“แต่บาปที่ไม่นำไปสู่ความตายก็มีอยู่” (, but there is sin that does not lead to death) 1ยน.2:1;5:16

5:18-20  “เรารู้ว่า” (We know) = จดหมายฉบับนี้จบลงด้วยการย้ำใน 3 ข้อความ เพื่อยืนยันความจริงว่า “เรารู้” ซึ่งเป็นการสรุปประเด็นสำคัญบางประเด็นของจดหมาย

5:18     “ผู้ที่เกิดจากพระเจ้า” (who has been born of God) –1ยน.1:13

“พระองค์ผู้ทรงบังเกิดจากพระเจ้า” (he who was born of God)  = พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า

          “มารร้าย” (the evil) –มธ.5:37

“ไม่แตะต้องเขา” (not touch him)  = ไม่อาจทำอันตรายเขา –ยน.14:30

5:19     “เรารู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า”(We know that we are from God)= เรารู้ว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า

-1ยน.4:6

“แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ( the whole world lies in the power of the evil one)

= อยู่ภายใต้การควบคุมของมารร้าย (ยน.12:31;14:30;17:15)

5:20     “พระบุตรของพระเจ้าเสด็จมาแล้ว” (the Son of God has come ) 1ยน.5:5

“ประทานสติปัญญาแก่เรา” ( given us understanding) = ประทานความเข้าใจแก่เรา –ลก.24:45

“เพื่อให้เรารู้จักพระองค์ผู้ทรงสัตย์จริง” (so that we may know him who is true) = รู้จักพระเจ้าที่แท้จริง คือพระเจ้าพระบิดา –ยน.17:3

“พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าแท้” (He is the true God) = พระเจ้าพระบิดา (หรือพระเจ้าพระบุตรก็ได้)

          “เป็นชีวิตนิรันดร์” (eternal life)= จดหมายฉบับนี้เริ่มด้วยประเด็นนี้ (1:1-2) และเวลานี้จบลงด้วยประเด็นเดียวกัน  -มธ.25:46;1ยน.5:11

5:21     “ลูกทั้งหลายเอ๋ย” (Little children)   -บางฉบับแปลว่า “ลูกที่รัก”  -ยน.2:1

          “รูปเคารพ” (idols) –1คร.10:14;1ธส.1:9 = พระเทียมเท็จที่ต่อต้านพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว (ข.20)

คำถามนำอภิปราย

  1. วันนี้ คุณรักทุกคนที่เป็นบุตรของพระเจ้าเหมือนกันได้หรือไม่? มีใครบางคนที่คุณยังรักเขาไม่ได้บ้าง?  สิ่งนี้เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับตัวคุณบ้าง?
  2. เราสามารถเป็นคริสเตียน โดยไม่ประพฤติปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ได้หรือไม่? อย่างไร?
  3. คุณเคยรู้สึกว่า การปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้าเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะทำได้หรือไม่? แล้วจะขัดกับที่พระคัมภีร์กล่าวไว้หรือไม่ที่ว่า “พระบัญญัติของพระองค์นั้น ไม่เป็นภาระหนักเกินไป” (1ยน.5:3)?
  4. คุณคิดว่า คุณมีชัยเหนือโลกแล้วหรือยัง? ในเรื่องใด? และอย่างไร?
  5. คุณเชื่อจริง ๆ หรือไม่ว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นทั้งมนุษย์แท้ และพระเจ้าแท้ที่ตายไถ่บาปของคุณแล้ว?คุณจะทำสิ่งใดเป็นการพิสูจน์ว่า คุณเชื่อในความจริงนี้บ้าง? และอย่างไร?
  6. หากขอให้คุณเขียน/พิมพ์/โพสต์ หรือส่งข้อความเพื่อยืนยันว่า ใครคนใดมีชีวิตนิรันดร์แล้ว เพราะเขามาเชื่อวางใจในพระคริสต์ คุณจะส่งข้อความนั้นไปให้ใคร? ทำไม?
  7. คุณมั่นใจไหมว่า เวลานี้คุณทูลขอสิ่งใดจากพระเจ้าแล้วพระองค์จะทรงรับฟังและประทานให้คุณตามที่คุณทูลขอ? ทำไมคุณรู้สึกเช่นนั้น? (เปรียบเทียบ 1ยอห์น 5:14-15)
  8. มีใครบ้างรอบตัวของคุณ (รวมทั้งตัวของคุณ) ที่กำลังกระทำบาปที่ไม่นำไปสู่ความตาย คุณจะทูลขอพระเจ้าเพื่อพวกเขาในเรื่องอะไร? ทำไม?
  9. คุณเชื่อหรือไม่ว่า คุณจะไม่ทำบาป และพระเจ้าจะคุ้มครองรักษาคุณ และมารร้ายจะไม่แตะต้องคุณ หากว่าคุณเกิดจากพระเจ้า (จริง ๆ) ? ทำไม? (แล้วจริง ๆ ในชีวิตเป็นแบบนั้นหรือไม่? อย่างไร?)
  10. คุณว่า ทำไมจดหมายฉบับนี้ ต้องจบลงด้วยการเตือนเราให้รักษาตัวให้พ้นจากรูปเคารพ? คุณมีอะไรเป็นรูปเคารพที่มีอิทธิพลเหนือชีวิตของคุณอยู่บ้าง? และคุณจะจัดการกับมันอย่างไร

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Sorry, the comment form is closed at this time.