บทเรียนพระธรรมดาเนียล บทที่ 2

พระสุบินของกษัตริย์ (1)

พระธรรม        ดาเนียล 2:1-23

อ้างอิง              ปฐก.20:3;40:8;31:5;41:8,32;อพย.7:11;3:15;ยรม.23:24;32:19;27:9;33:3

บทนำ              พระเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ทรงปัญญาและฤทธานุภาพ พระองค์สามารถแก้ไขปัญหาหรือตอบคำถามได้ทุกคำถาม พระองค์พร้อมประทานสติปัญญาและกำลังให้แก่เรา  หากว่าเราติดสนิท ติดตามและพร้อมรับใช้พระองค์ด้วยความเชื่อและวางใจ

บทเรียน

2:1 “ในปีที่สองของรัชกาลเนบูคัดเนสซาร์ พระองค์ทรงสุบิน พระองค์ทุกข์พระทัยจนบรรทมไม่หลับ”

     (In the second year of the reign of Nebuchadnezzar, Nebuchadnezzar had dreams; his spirit was troubled, and his sleep left him.)

2:2 “แล้วกษัตริย์จึงทรงบัญชาให้เรียกพวกโหร หมอดู นักวิทยาคม และคนเคลเดียเข้ามาเพื่อทูลกษัตริย์ให้รู้เรื่องที่​ทรงสุบิน เขาทั้งหลายก็เข้ามาเฝ้ากษัตริย์”

      (Then the king commanded that the magicians, the enchanters, the sorcerers, and the Chaldeans be summoned to tell the king his dreams. So they came in and stood before the king.)

2:3 “และกษัตริย์ตรัสกับพวกเขาว่า “เราได้ฝัน และจิตใจของเราก็เป็นทุกข์ อยากรู้ว่าฝันเรื่องอะไร” 

      (And the king said to them, “I had a dream, and my spirit is troubled to know the dream.)

2:4 “แล้วคนเคลเดียจึงทูลกษัตริย์เป็นภาษาอาราเมคว่า “ข้าแต่พระราชา ขอทรงพระเจริญเป็นนิตย์ ขอเล่าพระสุบินแก่​บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ แล้วเหล่าข้าพระบาทจะได้ถวายคำแก้พระสุบิน” 

      (Then the Chaldeans said to the king in Aramaic, “O king, live forever! Tell your servants the dream,  and we will show the interpretation.)

2:5 “กษัตริย์ทรงตอบคนเคลเดียว่า “คำของเรานั้นเด็ดขาด ถ้าเจ้าไม่บอกให้เรารู้ความฝันพร้อมทั้งคำแก้ฝัน เจ้าจะถูกทึ้ง​แขนขาออก และบ้านเรือนของเจ้าจะถูกทำให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย”

      (The king answered and said to the Chaldeans, “The word from me is firm: if you do not make known to me the dream and its interpretation, you shall be torn limb from limb, and your houses shall be laid in ruins.)

2:6 “แต่ถ้าเจ้าเปิดเผยความฝันและคำแก้ฝันให้เรา เจ้าจะได้รับของขวัญ รางวัล และเกียรติยศยิ่งใหญ่ ฉะนั้นจงเปิดเผย​ความฝันและคำแก้ฝันแก่เรา

      (But if you show the dream and its interpretation, you shall receive from me gifts and rewards and great honor. Therefore show me the dream and its interpretation.)

2:7 “เขาทั้งหลายทูลเป็นครั้งที่สองว่า “ขอพระราชาเล่าพระสุบินแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ และเหล่าข้าพระบาท​จะถวายคำแก้พระสุบิน พ่ะย่ะค่ะ

      (They answered a second time and said, “Let the king tell his servants the dream, and we will show its interpretation.)

2:8 “กษัตริย์ทรงตอบว่า “เรารู้แน่แล้วว่า เจ้าพยายามจะถ่วงเวลาไว้ เพราะเจ้าเห็นว่าคำของเรานั้นเด็ดขาด”

     (The king answered and said, “I know with certainty that you are trying to gain time, because you see that the word from me is firm)

2:9 “ถ้าเจ้าไม่ให้เรารู้ความฝัน ก็มีคำตัดสินเจ้าอยู่ข้อเดียว เจ้าทั้งหลายตกลงจะพูดเท็จและพูดทุจริตต่อเรา เผื่อว่า​สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นเจ้าจงบอกความฝันแก่เรา แล้วเราจะรู้ว่าเจ้าแก้ความฝันให้เราได้” 

     (if you do not make the dream known to me, there is but one sentence for you. You have agreed to speak lying and corrupt words before me till the times change. Therefore tell me the dream,  and I shall know that you can show me its interpretation.)

2:10 “คนเคลเดียจึงทูลกษัตริย์ว่า “ไม่มีใครในพิภพเปิดเผยเรื่องของพระราชาได้ เพราะว่าไม่มีพระราชายิ่งใหญ่และทรงฤทธิ์​องค์ใดไต่ถามสิ่งเหล่านี้จากโหร หรือหมอดู หรือคนเคลเดีย”

    (The Chaldeans answered the king and said, “There is not a man on earth who can meet the king’s demand, for no great and powerful king has asked such a thing of any magician or  enchanter or Chaldean.) 

2:11 “สิ่งซึ่งพระราชาตรัสถามนั้นยากเกินไป ไม่มีใครจะเปิดเผยแด่พระราชาได้นอกจากบรรดาพระผู้ไม่ได้อยู่กับมนุษย์

       (The thing that the king asks is difficult, and no one can show it to the king except the gods, whose  dwelling is not with flesh.)

2:12 “เพราะเรื่องนี้กษัตริย์จึงกริ้วและทรงพระพิโรธยิ่งนัก และมีรับสั่งให้ประหารพวกนักปราชญ์ทั้งหมดของบาบิโลน”

       (Because of this the king was angry and very furious, and commanded that all the wise men of Babylon be destroyed.)

2:13 “เพราะฉะนั้นจึงมีพระราชกฤษฎีกาประกาศไปว่าให้ฆ่านักปราชญ์เสียทั้งหมด เขาจึงตามหาดาเนียลและเพื่อนๆเพื่อจะประหารชีวิต”

       (So the decree went out, and the wise men were about to be killed; and they sought Daniel and his companions, to kill them.)

2:14 “แล้วดาเนียลก็ตอบอารีโอคหัวหน้าราชองครักษ์ ผู้ออกไปประหารนักปราชญ์ของบาบิโลน ด้วยคำแยบคายและ​ด้วยความรอบคอบ” 

       (Then Daniel replied with prudence and discretion to Arioch, the captain of the king’s guard, who  had gone out to kill the wise men of Babylon.)

2:15 “ท่านถามอารีโอคหัวหน้าว่า “ไฉนพระราชกฤษฎีกาของพระราชาจึงเร่งด่วนนัก?” แล้วอารีโอคก็เล่าเรื่องให้​ดาเนียลรู้”

       (He declared to Arioch, the king’s captain, “Why is the decree of the king so urgent?” Then Arioch  made the matter known to Daniel.)

2:16 “แล้วดาเนียลก็เข้าไปเฝ้าและทูลขอให้กษัตริย์ทรงเลื่อนกำหนดเวลาเพื่อท่านจะถวายคำแก้พระสุบินแด่กษัตริย์”

        (And Daniel went in and requested the king to appoint him a time, that he might show the interpretation to the king.)

2:17 “แล้วดาเนียลก็กลับไปยังบ้านของท่าน และแจ้งเรื่องแก่ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์สหายของท่าน”

        (Then Daniel went to his house and made the matter known to Hananiah, Mishael, and Azariah,   his companions) 

2:18 “และบอกพวกเขาให้ทูลขอพระกรุณาจากพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์เรื่องความลึกลับนี้ เพื่อดาเนียลและเพื่อนของท่านจะไม่พินาศพร้อมกับบรรดานักปราชญ์อื่นๆ ของบาบิโลน”

       (and told them to seek mercy from the God of heaven concerning this mystery, so that Daniel  and his companions might not be destroyed with the rest of the wise men of Babylon.) 

2:19 “ในนิมิตเวลากลางคืน พระองค์ทรงเปิดเผยความลึกลับนั้นแก่ดาเนียล แล้วดาเนียลก็ถวายสาธุการแด่พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์”

      (Then the mystery was revealed to Daniel in a vision of the night. Then Daniel blessed the God of heaven.)

2:20 “ดาเนียลกล่าวว่า “สาธุการแด่พระนามของพระเจ้าเป็นนิตย์สืบไป ปัญญาและฤทธานุภาพเป็นของพระองค์”

           (Daniel answered and said: “Blessed be the name of God forever and ever, to whom belong wisdom  and might.)

2:21 “พระองค์ทรงเปลี่ยนวาระและฤดูกาล ทรงถอดบรรดากษัตริย์และทรงตั้งขึ้นใหม่ พระองค์ประทานปัญญาแก่นักปราชญ์ และความรู้แก่คนฉลาด”

       (He changes times and seasons; he removes kings and sets up kings; he gives wisdom to the Wise and knowledge to those who have understanding)

2:22 “พระองค์ทรงเปิดเผยสิ่งที่ลึกซึ้งและลี้ลับ พระองค์ทรงทราบสิ่งที่อยู่ในความมืด และความสว่างก็อยู่กับพระองค์”

       (he reveals deep and hidden things; he knows what is in the darkness, and the light dwells with him.)

2:23 “โอ พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ประทานปัญญาและกำลังแก่ข้าพระองค์ สิ่งนั้นที่พวกข้าพระองค์ทูลขอ พระองค์ก็ทรงให้ข้าพระองค์ทราบแล้วเพราะ​พระองค์ได้ทรงเปิดเผยเรื่องของพระราชาแก่พวกข้าพระองค์

       (To you, O God of my fathers, I give thanks and praise, for you have given me wisdom and might, and have now made known to me what we asked of you, for you have made known to us the king’s  matter.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

2:1       “ในปีที่สองของรัชกาลเนบูคัดเนสซาร์” (In the second year of the reign of Nebuchadnezzar)

= ปี 605 ก.ค.ศ.

“พระองค์ทรงสุบิน” (Nebuchadnezzar had dreams) –ปฐก.20:3;โยบ 33:15,18;ดนล.2:3;4:5

“ทุกข์พระทัย” (his spirit was troubled) –ปฐก.41:8

จนบรรทมไม่หลับ” ( sleep left him) –อสธ.6:1;ดนล.6:18

2:2       “พวกโหร หมอดู นักวิทยาคม และคนเคลเดีย” (the magicians, the enchanters, the sorcerers, and the Chaldeans) =บางฉบับแปลว่า “นักเล่นอาคม นักเวทมนตร์ พ่อมดหมอผี และพวกโหราจารย์”     -ปฐก.41:8;อพย.7:11;ยรม.27:9;ฉธบ.18:9-14;อสย.19:3;44:25;ดนล.2:10

“เพื่อทูลกษัตริย์ให้รู้เรื่องที่ทรงสุบิน” (be summoned to tell the king his dreams) = มาทูลให้กษัตริย์ทรงทราบว่า ทรงฝันเรื่องอะไร–ดนล.4:8

2:3       “จิตใจของเราก็เป็นทุกข์”(my spirit is troubled) –ดนล.4:5

2:4       “เป็นภาษาอาราเมค” (Aramaic) = เนื่องจากว่า พวกโหราจารย์มาจากหลายเชื้อชาติ จึงสื่อสารกันด้วยภาษาอาราเมค ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจได้  (จากนี้ไปจนจบบทที่ 7 เป็นภาษาอาราเมค) ด้วยทั้ง 6 บทนี้ เป็นเรื่องสำคัญต่อชนชาติในตะวันออกใกล้ จึงต้องเขียนเป็นภาษาที่ทุกชาติเข้าใจกัน -แต่ใน 5 บทหลัง (8-12) กลับใช้ภาษาฮีบรูเขียน เพราะเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประชากรของพระเจ้าเป็นพิเศษ –อสร.4:7

“ขอทรงพระเจริญ” (live forever) –นหม.2:3

2:5       “คำของเรานั้นเด็ดขาด” (The word from me is firm) – ดู ดนล.3:29

-บางฉบับแปลว่า “เราตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า” –ปฐก.41:32

“เจ้าจะถูกทิ้งแขนขาออกและบ้านเรือนของเจ้าจะถูกทำให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย” (you shall be torn limb from limb, and your houses shall be laid in ruins) –บางฉบับแปลว่า เราจะสับพวกเจ้าเป็นชิ้น และทำลายบ้านเรือนของเจ้าให้กลายเป็นกองขยะ  – ดนล.2:12;อสร.6:11;ดนล.3:29

2:6       “เจ้าจะได้รับของขวัญ รางวัล และเกียรติยศยิ่งใหญ่” (you shall receive from me gifts and rewards and great honor) –ดนล.2:48;5:7,16

2:9       “ก็มีคำตัดสินเจ้าอยู่ข้อเดียว” (one sentence for you) = “ก็มีโทษทัณฑ์สถานเดียว”  -อสธ.4:11

“แล้วเราจะรู้ว่าเจ้าแก้ความฝันให้เราได้” (I shall know that you can show me its interpretation.)                       –อสย.41:22-24

2:10    “คนเคลเดีย” (The Chaldeans)- บางฉบับแปลว่า “โหราจารย์ทั้งหมด” –ดนล.2:2;3:8;4:7

“ไม่มีใครในพิภพเปิดเผยเรื่องราวของพระราชาได้” (There is not a man on earth who can meet the king’s demand)  = “ไม่มีใครในโลกสามารถทำอย่างที่ฝ่าพระบาทประสงค์ได้” ดนล.2:27;5:8

2:11     “นอกจากบรรดาพระผู้ไม่ได้อยู่กับมนุษย์” (except the gods,  whose dwelling is not with flesh  )

-บางฉบับแปลว่า “มีแต่เทพเจ้าเท่านั้นจะบอกได้” –ปฐก.41:38

2:12     “กษัตริย์จึงกริ้วและทรงพระพิโรธยิ่งนัก” (the king was angry and very furious) –ดนล.3:13,19

“มีรับสั่งให้ประหาร” (commanded that all the wise men of  Babylon be destroyed) –ดนล.2:5

2:13     “เขาจึงตามหาดาเนียลและเพื่อน ๆ เพื่อจะประหารชีวิต” (they sought Daniel and his companions, to kill them) –ดนล.1:20;5:19

2:14     “อารีโอค หัวหน้าราชองครักษ์” (Arioch, the captain) = ชื่อนี้เป็นชื่อของกษัตริย์เมโสโปเตเมีย เมื่อหลายศตวรรษก่อนหน้านั้นด้วย (ปฐก.14:1,9) แต่ในที่นี้คือ ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์

2:17     “ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์” (Hananiah, Mishael, and Azariah) –ดนล.1:6

2:18     “ทูลขอพระกรุณา” (to seek mercy) –อสย.37:4

“พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์” (the God of heaven) = ในตอนนี้เอาชื่อภาษาเปอร์เซียที่ใช้เรียกพระเจ้าสูงสุดมาใช้เรียกพระยาห์เวห์ แห่งอิสราเอล –อสร.1:2;นหม.1:4;ยนา.1:9;วว.11:13

“เรื่องความลึกลับนี้“ (concerning this mystery)  = เรื่องล้ำลึก = เป็นคำสำคัญในพระธรรมดาเนียล

(ข.19,27-30;47;4:9)  และพบบ่อยครั้งในงานเขียนหนังสือม้วนทะเลตาย  ที่คุมรานด้วย)

ในพระคัมภีร์ใหม่ ใช้คำกรีกที่มีความหมายเทียบเท่ากัน หมายถึง พระประสงค์อันล้ำลึกของพระเจ้าที่เคยปิดบังไว้ บัดนี้เปิดเผยให้ผู้เผยพระวจนะและอัครทูตได้ทราบ (รม.11:25;วว.10:7)

2:19     “ในนิมิตเวลากลางคืน พระเจ้าองค์เดียวเปิดเผยความลึกล้ำนั้นแก่ดาเนียล” (Then the mystery was revealed to Daniel in a vision of the night ) –โยบ 33:15;ดนล.1:17;ยชว.22:33

2:20     “เป็นนิตย์สืบไป” (forever and ever) –สดด.113:2;145:1-2

“ปัญญาและฤทธานุภาพ” (to whom belong wisdom and might  ) –โยบ 9:4;ยรม.32:19

2:21    “เปลี่ยนวาระและฤดูกาล” (changes times and seasons) –ดนล.7:25

“ทรงถอดบรรดากษัตริย์ และทรงตั้งขึ้นใหม่” ( he removes kings and sets up kings) –ดนล.4:17;โยบ.12:19;สดด.75:6-7;รม.13:1; “ประทานปัญญา” (gives wisdom)  -สดด.119:34;ยก.1:5

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยทุกข์ใจจนนอนไม่หลับบ้างไหม? ในเรื่องอะไร? แล้วคุณแก้ปัญหานั้นอย่างไร?
  2. คุณเคยมีปัญหาหรือทุกข์ใจโดยไม่รู้สาเหตุหรือไม่รู้จะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไรบ้างไหม? เรื่องอะไร? แล้วภายหลังเป็นอย่างไร?
  3. คุณเคยถูกสั่งหรือถูกขอให้แก้ปัญหาที่ดูแล้ว ไม่มีทางแก้ได้เลย (นอกจากพระเจ้าลงมือทำเอง) บ้างไหม?เรื่องอะไร? แล้วคุณผ่านพ้นมาได้อย่างไร?
  4. คุณเคยเห็นพระเจ้าแก้ปัญหาใดที่อัศจรรย์เกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้บ้างหรือไม่? เรื่องอะไร และอย่างไร?
  5. คุณเคยประสบกับภัยที่ไม่คิดไม่คาดฝันบ้างไหม? แล้วคุณรอดมาได้อย่างไร?
  6. คุณเคยมีประสบการณ์กับการผนึกพลังอธิษฐานในเรื่องใหญ่หรือสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วพระเจ้าทรงตอบคำขอนั้นอย่างอัศจรรย์บ้างไหม? (แบ่งปัน)
  7. คุณเคยมีประสบการณ์กับความฝัน หรือนิมิตพิเศษอะไรที่มาจากพระเจ้าเป็นส่วนตัวบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่า นั่นมาจากพระเจ้า?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer