ส.ค. 112016
 

ความรักแบบพระคัมภีร์

จะมีความสุขในการรักผู้อื่นได้อย่างไร

ความ​รัก​ทน​ได้​ทุก‍อย่าง เชื่อ​อยู่​เสมอ มี​ความ​หวัง​และ​ความ​ทรหด​อดทน​อยู่​เสมอ (1โครินธ์ 13:7)

ผมเคยพูดไปแล้วว่าหนึ่งในสิ่งดียอดเยี่ยมของการเป็นศิษยาภิบาลคือ มีโอกาสได้ให้คำปรึกษาคู่สมรสก่อนแต่งงาน เมื่อพูดกับพวกเขา ผมจะบอกเสมอในสิ่งที่ผมเชื่อตามความรักตามนิยามของพระคัมภีร์  – ผู้ให้สองคนพยายามให้มากกว่าอีกฝ่าย

เพราะถ้าเราเข้าสู่ชีวิตคู่โดยคิดว่าจะได้อะไรจากสิ่งนี้ เราจะไม่มีวันเติมเต็มความพอใจ แต่ถ้าเรามองชีวิตแต่งงานว่าเป็นโอกาสให้ แทนที่เป็นโอกาสจะได้ ความรักที่เรามีต่อกันจะเติบโต และเราจะพบกับความพึงพอใจที่ล้ำลึกและคงทนในความสัมพันธ์กับคู่สมรสของเรา

ความรักคือมอบตัวตนให้อีกฝ่ายในทุกๆวันของชีวิต ไม่ใช่เป็นแค่อารมณ์ความรู้สึกหยาบหรือตื้นเขิน หรือรู้สึกดีเหมือนอยู่ในความฝัน

ความรักตามที่พระคัมภีร์อธิบายคือ “ก็​อดทน​นาน ​และ​มี​ใจ​ปรา‌นี ความ​รัก​ไม่​อิจฉา ไม่​อวด‍ตัว ไม่​หยิ่ง‍ผยอง ไม่​หยาบ‍คาย ไม่​เห็น‍แก่‍ตัว ไม่​ฉุน‌เฉียว ไม่​ช่าง‍จด‍จำ​ความ​ผิด ไม่​ชื่น‍ชม​ยินดี​ใน​ความ​อธรรม แต่​ชื่น‍ชม​ยินดี​ใน​ความ​จริง ความ​รัก​ทน​ได้​ทุก‍อย่าง เชื่อ​อยู่​เสมอ มี​ความ​หวัง​และ​ความ​ทรหด​อดทน​อยู่​เสมอ” ความรักแบบนี้จะไม่มีวันล้มเหลว

แล้วเราจะหาต้นแบบความรักนี้ได้จากที่ไหน?  จากการมองไปที่พระเยซูคริสต์ พระองค์ไม่ได้ยอมสละพระชนม์ให้เราเพราะทรงรู้สึกดี พระองค์ยอมตายเพราะทรงรักเราจนถึงที่สุด ทรงให้ได้แม้ – ความตาย

จงรักผู้อื่น รักคู่สมรสของคุณ ก่อนและเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยความรักในแบบของพระเยซู  เป็นฝ่ายให้มากกว่าจะรอรับ แล้วคุณจะได้พบความสุขแท้ในความสัมพันธ์ของคุณ!

มีประสบการณ์ชื่นชมยินดีในความสัมพันธ์ในความรักต่อผู้อื่น โดยเป็นฝ่ายให้มากกว่าฝ่ายรับ

 

อนุญาตโดย Pastor Jack Graham

Jack Graham Power Point Ministry : www.jackgraham.org

(Cr. ภาพ dreamstime.com)

Sorry, the comment form is closed at this time.