ส.ค. 062016
 

คิดถึงพระเจ้า

อยู่ในโบสถ์คิดถึงใคร? 

“นั่งอยู่ในเรือ และคิดถึงพระเจ้า ดีกว่า นั่งอยู่ในโบสถ์ และคิดถึงเรื่องตกปลา!”

(It’s better to sit in a boat Thinking about God than to sit in a church thinking about fishing.)

เราไปโบสถ์ทำไม?

คำตอบคือ เราไปเพื่อนมัสการพระเจ้าร่วมกับผู้เชื่อและผู้แสวงหาพระเจ้าคนอื่นๆ !

ปกติ เรานมัสการพระเจ้า ที่ไหนก็ได้ เพราะพระเจ้าเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงฤทธานุภาพ ไม่ถูกจำกัดเรื่องสถานที่ในการนมัสการพระองค์!

แต่สำหรับผู้เชื่อในพระองค์ เราได้รับพระบัญชาจากพระเจ้า และเรามีการนัดหมายที่จะไปนมัสการพระองค์ด้วยกันในทุกวันสะบาโต (วันหยุดพัก) สำหรับคริสเตียนโดยทั่วไปจะถือเอาวันอาทิตย์เป็นวันสะบาโต แต่ชาวยิวและพี่น้องกลุ่มเซเวนเดย์แอดเวนติส จะถือว่าวันเสาร์เป็นวันสะบาโต

ปกติผู้ที่เชื่อศรัทธาในองค์พระเยซูคริสต์ และไปนมัสการด้วยกัน ณ สถานที่แห่งหนึ่งในฐานะสมาชิกเป็นประจำ เราเรียกพวกเขาว่า “คริสตจักร” (Church) และสถานที่ที่ไปประชุมนมัสการและสามัคคีธรรมกันเป็นประจำนั้น เราเรียกว่า “โบสถ์” (Church Building) นั่นหมายความว่า “คริสตจักร” สามารถจะเคลื่อนย้ายจากโบสถ์ที่อยู่ในปัจจุบันไปนมัสการพระเจ้ายัง ณ ที่ใด ๆ ก็ได้ทั้งนั้น เมื่อทุกคนได้ตกลงและตัดสินใจร่วมกัน ดังนั้น หาก ณ โบสถ์ใดมีโบสถ์สวยแต่ไม่มีคนมาหรือมีคนมาโบสถ์ แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีใจนมัสการพระเจ้าเลย ที่นั่นก็ไม่ใช่คริสตจักร แต่เป็นแค่โบสถ์ที่มีคนมาร่วมกิจกรรมเท่านั้น !

องค์ประกอบสำคัญอันดับแรกของคริสตจักรจึงเป็น “คน” ไม่ใช่ “อาคารสถานที่”  …  “คน” หรือ “สมาชิก” จึงมีความสำคัญที่สุดสำหรับ “โบสถ์”

อย่างไรก็ตาม สถานที่ก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนในคริสตจักร! หากคริสตจักรใด สมาชิกไม่มาโบสถ์ คริสตจักรนั้นจะอ่อนแอ และไร้สมรรถภาพในการทำหน้าที่ของคริสตจักรตรงตามพระประสงค์ของพระคริสต์  เป็นดังที่ Dwight L. Moody ได้กล่าวไว้ว่า …

  “การมาร่วมนมัสการที่คริสตจักรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสาวก ดุจเดียวกับการให้เลือดที่มีคุณภาพดีแก่คนป่วย” 

   (Church attendance is as vital to a disciple as a transfusion of rich, healthy blood to a sick man.) 

การไปที่โบสถ์ จึงไม่เพียงแค่สำคัญต่อคริสตจักรโดยรวม แต่ยังสำคัญต่อผู้เชื่อหรือสมาชิกแต่ละคนเป็นส่วนตัวด้วย บางคนก็เปรียบเทียบการไปโบสถ์ทุกอาทิตย์เหมือนกับการไปเติมเชื้อเพลิงให้เต็มถังสำหรับตัวเองที่สถานีเติมเชื้อเพลิง หากไม่มีน้ำมัน  แก๊ส (หรือพลังงานไฟฟ้า) เต็มถัง รถหรือพาหนะของเราก็ขับเคลื่อนไปไหนไม่ได้ ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งในฐานะสมาชิกของคริสตจักรมากขึ้น และตระหนักถึงความจำเป็นของการมาโบสถ์ ทั้งต่อส่วนตัวและส่วนรวม ในการมานมัสการพระเจ้า ร่วมสามัคคี และ ร่วมรับใช้ (ทั้งต่อคนภายในและต่อคนภายนอกคริสตจักรในสังคม) มากยิ่งขึ้น

ขอให้ใจของเราจดจ่ออยู่ที่พระเจ้า และพระวจนะของพระองค์ที่จะเปิดเผยให้เรารู้จักทางที่เราควรจะเดินไป! แต่อย่าให้เราเอาร่างกายมาโบสถ์ แต่ใจของเรายังล่องลอยไปยังที่อื่นนอกโบสถ์อยู่

ด้วยเหตุนี้  หากคุณต้องอยู่ห่างไกลโบสถ์ และไม่สามารถมาโบสถ์ได้ ก็ขอให้คุณส่งใจของคุณมาร่วมนมัสการพระเจ้าด้วยกันกับพี่น้องในโบสถ์ของคุณ และขอให้คุณทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่พระเจ้าและคริสตจักรภาคภูมิใจ ในทุกๆที่ๆ คุณไป และในทุกสิ่งที่คุณทำ … โอเคไหมครับ?

“และขอให้เราพิจาร‌ณา‍ดูเพื่อจะปลุก‍ใจกันและกันให้มีความรักและทำความดี 25อย่าขาดการประ‌ชุมเหมือนอย่างบาง‍คนทำเป็นนิสัย แต่จงหนุน‍ใจกันให้มากยิ่ง‍ขึ้น เพราะพวก‍ท่านก็รู้อยู่ว่าวัน‍นั้นใกล้เข้า‍มาแล้ว” 

(And let us consider how to stir up one another to love and good works, 25not neglecting to meet together, as is the habit of some, but encouraging one another, and all the more as you see the Day drawing near.)  (ฮีบรู 10:24-25)  

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/ lifeanswer

(Cr.ภาพ  pinterest.com)

Sorry, the comment form is closed at this time.