ก.ย. 242016
 

Being together

“จงเป็นแบบอย่างที่ดี  จงแสดงความกรุณาต่อคนที่ไร้ความเมตตา  จงให้อภัยแก่คนที่ไม่สมควรจะได้รับ  จงรักอย่างไม่มีเงื่อนไข  การกระทำของคุณจะสะท้อนตัวตนของคุณอยู่เสมอ!”

(Be an example… Show kindness to unkind people. Forgive people who don’t deserve it.  Love unconditionally. Your actions always reflect who you are.)

คนบางคนเป็นอย่างที่เขาเป็นอยู่ เพราะเขาไม่มีหรือไม่เคยเห็นแบบอย่างที่ดีกว่าที่เขาเคยประสบมา!

ในอดีต… เขาเห็นแบบอย่างใกล้ตัวของเขาเป็นอย่างไร เขาก็เลียนแบบหรือกระทำตามนั้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหากว่าเขามีแบบอย่างที่ดีกว่าที่เขาเคยมี  วันนี้ของเขาก็น่าดีกว่าวันวาน นั่นคือ เขาคงจะเป็นคนที่มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้!

ดังนั้น ที่ผ่านมาหากเขาเลือกเกิด หรือเลือกโตด้วยตนเองไม่ได้ ก็ขอให้เรายอมรับตัวของเขาที่เป็นอยู่ในเวลาปัจจุบัน เพราะเขาคือผลิตผลของอดีต (ที่ทำตามแบบอย่างที่เขาเคยเห็นไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม) ด้วยเหตุนี้  ขอให้วันนี้เรามีใจเมตตาต่อพวกเขา โดยมาทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีกว่าที่พวกเขาเคยเห็น

ดุจดังคำกล่าวที่ว่า…

“เด็กผู้ชายจำเป็นต้องได้เห็น(แบบอย่างของ) สุภาพบุรุษ(บุรุษที่ดี) เพื่อที่เขาจะได้กลายเป็นสุภาพบุรุษ(บุรุษที่ดี) เช่นกัน!”

(Boys have to see A good man In order to turn A good man.)

ดังนั้น การเป็นแบบอย่างที่ดีของเรา จึงมีสำคัญมากพอพอกับที่การเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้อื่นนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดและการกระทำของเราเช่นกัน!

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เราเห็นและลงมือทำตามในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่างที่บันทึกไว้ในพระธรรม 1เปโตร ว่า พระคริสต์ทรงทนทุกข์เพื่อเป็นแบบอย่างให้เราดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์

“เพราะพระ‍เจ้าทรงเรียกพวก‍ท่านเพื่อจุดประ‌สงค์นี้ เพราะ‍ว่าพระ‍คริสต์ทรงทน‍ทุกข์เพื่อพวก‍ท่าน พระ‍องค์ทรงวางแบบ‍อย่างแก่พวก‍ท่าน เพื่อท่านจะได้ดำ‌เนินตามรอย‍พระ‍บาทของพระ‍องค์” (1เปโตร 2:21)

คำถามคือ พระองค์ทรงวางแบบอย่างอะไรไว้ให้แก่เรา?

  1. พระองค์ไม่ทำบาป
  2. พระองค์ไม่ล่อลวง (หรือปล่อยให้คำล่อลวงออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์)
  3. พระองค์ไม่ได้กล่าวคำหยาบคายตอบโต้ผู้ใด
  4. พระองค์ไม่ทรงขู่อาฆาตในยามที่ผู้อื่นทำให้พระองค์ทนทุกข์
  5. พระองค์ทรงมอบพระองค์เองไว้แก่พระเจ้า ด้วยความไว้วางใจ
  6. พระองค์ทรงยอมรับโทษ เกิดบาดแผลและตายแบกรับบาปของเราไว้ที่พระกายของพระองค์ เพื่อไถ่บาปของเรา
  7. พระองค์ทรงพร้อมเลี้ยงดูจิตวิญญาณของเรา และช่วยเราให้ดำเนินชีวิตในความชอบธรรม

 “พระ‍องค์ไม่‍ได้ทรงทำบาปเลย และไม่พบการล่อ‍ลวงในพระ‍โอษฐ์ของพระ‍องค์เลย  เมื่อเขากล่าวคำหยาบ‍คายต่อพระ‍องค์ พระ‍องค์ไม่‍ได้ทรงกล่าวตอบเขาด้วยคำหยาบ‍คายเลย เมื่อพระ‍องค์ทรงทน‍ทุกข์ พระ‍องค์ไม่‍ได้ทรงขู่อาฆาต แต่ทรงมอบพระ‍องค์เองไว้แก่พระ‍เจ้าผู้ทรงพิพาก‌ษาอย่างยุติ‍ธรรม พระ‍องค์เองได้ทรงรับแบกบาปทั้ง‍หลายของเราไว้ในพระ‍กายของพระ‍องค์ ที่ต้น‍ไม้นั้น เพื่อว่าเราจะตายต่อบาปได้ และดำ‌เนินชีวิตเพื่อความชอบ‍ธรรม ด้วยบาด‍แผลของพระ‍องค์ พวก‍ท่านจึงได้รับการรักษาให้หาย เพราะ‍ว่าพวก‍ท่านได้หลง‍เจิ่นไปเหมือนแกะ แต่เดี๋ยว‍นี้ได้กลับ‍มา‍หาพระ‍ผู้‍เลี้ยงและผู้‍ดู‍แลวิญ‌ญาณ‍จิตของพวก‍ท่านแล้ว”  (1เปโตร2:22-25)

ดังนั้น วันนี้ ขอให้ชีวิตของเรามาเลียนแบบตัวอย่างอันล้ำเลิศของพระองค์ และลงมือปฏิบัติตาม โดยไม่รีรอ  เพราะเราเชื่อมั่นว่า การกระทำตามแบบอย่างของพระคริสต์นี้ จะส่งผลดีต่อบรรดาผู้คนที่กำลังเฝ้าดูชีวิตของเราอยู่ (ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) รวมทั้งจะส่งผลดีกลับคืนมาสู่ตัวของเราเองในบั้นปลายด้วย

เห็นด้วยไหมครับ?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ faithgateway.com)

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)