พ.ย. 212009
 

“มนุษย์เกิดมาพร้อมกับมือที่กำแน่น เมื่อเขาตาย มือของเขาก็แบออก

เมื่อเขาเข้ามามีชีวิตในโลกนี้ เขาตั้งใจฉวยยึดทุกสิ่งไว้ในมือ

แต่ยามที่เขาจากโลกนี้ไป เขาจำต้องปล่อยทุกสิ่งในมือให้หลุดลอย!”

(Man is harm with his hands clenched; He dies with them wide open.

Entering life, he desires to grasp everything;

Leaving the world, all he possessed has slipped away.)

-Jewish Talmud-

ข้อคิดข้างต้นควรสะกิดใจของพวกเราทุกคน! เพราะไม่ว่าเราจะหยิบฉวยกอดรัดหรือกำแน่นสิ่งใดไว้แน่น ในไม่ช้าสิ่งเหล่านั้นก็จะต้องถูกปล่อยทิ้งไว้ในโลกนี้!

ข่าวดีก็คือ  พระเจ้าทรงประทานสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งบุคคลต่าง ๆ ให้เข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรา ตราบนานเท่าที่เรายังมีสติปัญญา ลมหายใจ และกำลังเรี่ยวแรงที่ชื่นชมในสิ่งเหล่านั้น!

แต่ข่าวร้ายก็คือ  บางทีเสียงเป่านกหวีดหมดเวลาของเราหรือของคนที่เรารักหรือสิ่งของที่เราครอบครองในโลกนี้ อาจดังขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดคิด!

เราอาจช็อค เสียดายหรือเสียใจ ยิ่งหนัก  หากเหตุการณ์ดังที่กล่าวนี้เกิดขึ้นกับเราในยามที่เรากำลังสนุกหรือเปี่ยมสุขกับบุคคลหรือสิ่งเหล่านั้นอยู่โดยไม่ทันตั้งตัว!

ดังนั้น อย่าให้เรามัวหลงทางเสียเวลาและเสียพลังงานของชีวิต(ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด)ไปกับการสาละวนค้นหาและรวบรวม สะสมสิ่งของต่าง ๆ เก็บไว้เป็นสมบัติที่หวงแหน โดยไม่ได้ใช้สิ่งเหล่านั้นออกไปอย่างคู่ควรหรือคุ้มค่าต่อคนที่เรารัก คนที่เราควรรักและคนที่รักเรา (ไม่ว่าเราจะรักเขาหรือไม่ก็ตาม!)

สำหรับโลกนี้ ไม่มีอะไรที่น่าสังเวชใจมากเท่ากับการที่มนุษย์คนหนึ่งคนใดหลงรักสิ่งของในโลกนี้และใช้มนุษย์ด้วยกันเองอย่างไร้มนุษยธรรม เพียงเพื่อจะได้สิ่งของที่ตนเองต้องการ

เพราะว่าพระประสงค์ของพระเจ้าที่แท้จริงสำหรับชีวิตในโลกนี้ก็คือ มนุษย์เราควรจะรักมนุษย์ด้วยกัน และใช้สิ่งของทั้งสิ้นที่ตนมีอยู่เพื่อแสดงความรักของพระเจ้า ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยเริ่มจากคนในครอบครัว ขยายออกไปถึงคนในชุมชน และจน ถึงคนทั้งหลายในสังคมโลก! ดังนั้น อย่าให้เรามัวแต่ใช้มือของเราเก็บโกยกองสิ่งของต่าง ๆ ที่ชั่วคราวในโลกนี้อย่างเมามันและโง่เขลา!

เพราะคุณค่าของทรัพย์สินสิ่งของที่เราเก็บสะสมไว้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของสิ่งของที่เรามี แต่อยู่ที่ว่า เราใส่ความทรงจำดีของเราลงไปในทรัพย์สินสิ่งของต่าง ๆ เหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน?

แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นอีก ก็คือ สิ่งของหรือทรัพย์สินต่าง  ๆ ที่เราหามาและเก็บสะสมเหล่านั้น ได้ถูกใช้ให้เป็นอุปกรณ์หรือสื่อในการสร้างความประทับใจที่เลิศล้ำไว้ในดวงใจและความทรงจำของคนอื่น ๆ ที่อยู่ชิดใกล้หรืออยู่ห่างไกลจากตัวของเรามากอย่างไรบ้าง?

อย่าให้เราลืมความจำกัดของเวลาที่เรามีอยู่ในโลกนี้ อย่าให้เรามัวแต่สาละวนกับการโกยกองสิ่งของ จนละเลยหรือเพิกเฉยต่อคนที่เราควรจะใช้ทรัพย์สินสิ่งของเหล่านั้นเพื่อเขาหรือกับเขา!

ขอให้เราตระหนักและเตือนตัวของเราอยู่เสมอว่าวันเวลาในชีวิตของเราแต่ละคนนั้นสั้นเหลือเกิน  ดังนั้นหากว่าคุณประสงค์ที่จะทำอะไรที่ล้ำค่าในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ก็ขอให้รีบลงมือทำ ณ บัดนี้   มิฉะนั้น เมื่อสัญญาณหมดเวลาดังขึ้น ทุกอย่างที่คุณครอบครองไว้ รวมทั้งแผนการและความตั้งใจที่ดีทั้งหมดของคุณก็จะเป็นดุจควัน หรือ หมอก ที่จางหายไปในพริบตา!

จงระลึกถึงคำเตือนของกษัตริย์ดาวิดที่ว่า…

“ดูเถิด พระองค์ทรงกระทำให้วันเวลาของข้าพระองค์ยาวสองสามฝ่ามือเท่านั้น

ชั่วชีวิตของข้าพระองค์ ไม่เท่าไรเลย  เฉพาะพระพักตร์พระองค์

มนุษย์ทุกคนดำรงอยู่อย่างลมหายใจแน่ทีเดียว มนุษย์ไปๆมาๆอย่างเงาแน่ทีเดียว

เขาทั้งหลายยุ่งอยู่เปล่าๆแน่ทีเดียว  มนุษย์โกยกองไว้ และไม่ทราบว่าใครจะเก็บไป (สดุดี.39:5-6)

อย่ายุ่งจนเกินไป!

อย่ามัวแต่หา “สิ่งของ” และ “กำ” สิ่งเหล่านั้นไว้ในมือ … แต่ จง “แบ” มือออก และใช้สิ่งเหล่านั้น สร้างความสุขให้กับคนที่คุณรักในขณะที่มีโอกาส!

นี่คือ คำเตือนสุดท้ายสำหรับคุณ!

– ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

 Posted by at 10:26 pm

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)