บทเรียนพระธรรมดาเนียล บทที่ 10

ผู้หนึ่งในนิมิต

พระธรรม        ดาเนียล 10:1-21

อ้างอิง             ดนล.1:7,21,4:19;6:18;8:3,15-18,21,26-27;9:3,23:10:13,16;11:2;12:5;อสร.9:4;วว.15:9;19:12;ปฐก.32:24

บทนำ             ไม่ว่าเหตุการณ์ในโลกนี้จะเป็นอย่างไร? ไม่ว่าจะมีเทพหรืออำนาจใด ๆ มาขัดขวางราชกิจของพระเจ้า

แต่สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดทำให้แผนการหรือนิมิตที่พระเจ้าทรงกำหนดและเปิดเผยไว้แล้วต้องหยุดชะงัก หรือเลิกล้มไม่

เป็นไปตามนั้น

บทเรียน

10:1 “ในปีที่สามแห่งรัชกาลไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย มีสิ่งหนึ่งได้เปิดเผยแก่ดาเนียลผู้ได้ชื่อว่า เบลเทชัสซาร์ และสิ่งนั้นก็จริง แต่การเข้าใจการสำแดงนั้นยาก ความเข้าใจนั้นผ่านมาทางนิมิต”

    (In the third year of Cyrus king of Persia a word was revealed to Daniel, who was named Belteshazzar. And the word was true, and it was a great conflict. And he understood the word and had understanding of the vision.)

10:2 “ในคราวนั้น ข้าพเจ้าดาเนียลไว้ทุกข์อยู่ 3 สัปดาห์” 

     (In those days I, Daniel, was mourning for three weeks.)

10:3 “ข้าพเจ้าไม่ได้รับประทานอาหารชั้นสูง เนื้อหรือเหล้าองุ่นก็ไม่ได้เข้าปากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้ชโลมตัวเลยตลอด 3 สัปดาห์”
(I ate no delicacies, no meat or wine entered my mouth, nor did I anoint myself at all, for the full three weeks.) 

10:4 “เมื่อวันที่ 24 เดือนที่หนึ่ง ข้าพเจ้ายืนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำใหญ่คือแม่น้ำไทกริส”

     (On the twenty-fourth day of the first month, as I was standing on the bank of the great river (that is, the Tigris)

10:5 “ข้าพเจ้าแหงนขึ้นมองดู นี่แน่ะ มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าป่าน มีทองเมืองอุฟาสคาดเอวไว้”
     (I lifted up my eyes and looked, and behold, a man clothed in linen, with a belt of fine gold from Uphaz around his waist.)

10:6 “ร่างกายของท่านดั่งเบริล และหน้าของท่านก็เหมือนฟ้าแลบ ดวงตาของท่านก็เหมือนกับเปลวไฟของคบเพลิงแขนและเท้าเป็นเงางามเหมือนกับทองสัมฤทธิ์ขัด และเสียงถ้อยคำของท่านเหมือนเสียงมวลชน”
    (His body was like beryl, his face like the appearance of lightning, his eyes like flaming torches, his arms and legs like the gleam of burnished bronze, and the sound of his words like the sound of a multitude. )

10:7 “และข้าพเจ้าดาเนียลเห็นนิมิตนั้นแต่ผู้เดียว บรรดาคนที่อยู่กับข้าพเจ้าไม่ได้เห็นนิมิตนั้น แต่เขากลัวจนตัวสั่นจึงวิ่งไปซ่อนเสีย”
    (And I, Daniel, alone saw the vision, for the men who were with me did not see the vision, but a great trembling fell upon them, and they fled to hide themselves.) 

10:8 “ข้าพเจ้าอยู่แต่ลำพัง และข้าพเจ้าได้เห็นนิมิตใหญ่ยิ่งนี้ ข้าพเจ้าก็สิ้นเรี่ยวสิ้นแรง หน้าของข้าพเจ้าก็ซีดไปข้าพเจ้าหมดแรง”
    (So I was left alone and saw this great vision, and no strength was left in me. My radiant appearance was fearfully changed, and I retained no strength.)

10:9 “แล้วข้าพเจ้าจึงได้ยินเสียงถ้อยคำของท่าน เมื่อข้าพเจ้าได้ยินเสียงถ้อยคำนั้น ข้าพเจ้าก็ฟุบลงซบหน้ากับดินสลบไป”
    (Then I heard the sound of his words, and as I heard the sound of his words, I fell on my face  in deep sleep with my face to the ground.)

10:10 “นี่แน่ะ มีมือมาแตะข้าพเจ้า ทำให้มือและเข่าของข้าพเจ้าสั่น”

     (And behold, a hand touched me and set me trembling on my hands and knees.)

10:11 “ท่านกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “โอ ดาเนียล ผู้เป็นที่รักอย่างยิ่ง จงพิเคราะห์ถ้อยคำที่เราพูดกับท่าน และจงยืนขึ้น เพราะบัดนี้เราถูกใช้ให้มาหาท่าน” ขณะที่ท่านกล่าวคำนี้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ยืนสั่นสะท้านอยู่”
      (And he said to me, “O Daniel, man greatly loved, understand the words that I speak to you,  and stand upright, for now I have been sent to you.” And when he had spoken this word to me,  I stood up trembling.)

10:12 “แล้วท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า “ดาเนียลเอ๋ย อย่ากลัวเลย เพราะตั้งแต่วันแรกที่ท่านตั้งใจจะเข้าใจและถ่อมตัวลงเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของท่านนั้น พระเจ้าทรงฟังถ้อยคำของท่าน และเรามาด้วยเรื่องถ้อยคำนั้น” 

     (Then he said to me, “Fear not, Daniel, for from the first day that you set your heart to  understand and humbled yourself before your God, your words have been heard, and I have  come because of your words.) 

10:13 “แต่เจ้าผู้ครอบครองราชอาณาจักรเปอร์เซียได้ขัดขวางเราไว้ถึง 21 วัน แต่มีคาเอล เจ้าผู้ครอบครองชั้นหัวหน้าผู้หนึ่งมาช่วยเรา เพราะเราถูกละไว้ที่นั่นให้อยู่กับบรรดากษัตริย์เปอร์เซีย” 

      (The prince of the kingdom of Persia withstood me twenty-one days, but Michael, one of the chief princes, came to help me, for I was left there with the kings of Persia,)

10:14 “เรามาเพื่อช่วยให้ท่านเข้าใจถึงสิ่งซึ่งจะเกิดขึ้นกับชนชาติของท่านในอนาคต เพราะนิมิตนั้นเกี่ยวกับเวลาภายหน้า

      (and came to make you understand what is to happen to your people in the latter days. For the vision is for days yet to come.)

10:15 “ขณะที่ท่านพูดถ้อยคำเหล่านี้ ข้าพเจ้าก้มหน้าลงดินแล้วก็เป็นใบ้ไป” 

       (When he had spoken to me according to these words, I turned my face toward the ground and was mute.)

10:16 “นี่แน่ะ มีท่านผู้หนึ่งที่ดูเหมือนมนุษย์มาแตะริมฝีปากข้าพเจ้า แล้วข้าพเจ้าก็อ้าปากพูด ข้าพเจ้ากล่าวกับท่านที่ยืนอยู่ข้างหน้าข้าพเจ้าว่า “นายเจ้าข้า เพราะนิมิตนั้นความเจ็บปวดจึงเกิดกับข้าพเจ้า แล้วข้าพเจ้าก็หมดแรง” 

       (And behold, one in the likeness of the children of man touched my lips. Then I opened my mouth and spoke. I said to him who stood before me, “O my lord, by reason of the vision pains have come upon me, and I retain no strength.)

10:17 “ผู้รับใช้ของเจ้านายของข้าพเจ้าจะพูดกับเจ้านายของข้าพเจ้าได้อย่างไร? เพราะบัดนี้ไม่มีกำลังเหลืออยู่ในข้าพเจ้าเลยลมหายใจพรากไปจากข้าพเจ้าแล้ว

     (How can my lord’s servant talk with my lord? For now no strength remains in me, and no breath is left in me.)

10:18 “ท่านผู้มีรูปร่างอย่างมนุษย์นั้นได้แตะต้องข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง และให้กำลังข้าพเจ้า” 

      (Again one having the appearance of a man touched me and strengthened me.)

10:19 “ท่านกล่าวว่า “โอ ท่านผู้เป็นที่รักยิ่ง อย่ากลัวเลย สวัสดิภาพจงมีแก่ท่าน จงเข้มแข็ง เออ จงเข้มแข็งเถิด”เมื่อท่านพูดกับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้ามีกำลังขึ้นและกล่าวว่า “ขอเจ้านายของข้าพเจ้าจงพูดเถิด เพราะท่านได้ให้กำลังข้าพเจ้าแล้ว” 

      (And he said, “O man greatly loved, fear not, peace be with you; be strong and of good courage.” And as he spoke to me, I was strengthened and said, “Let my lord speak, for you have strengthened me.)

10:20 “แล้วท่านจึงกล่าวว่า “ท่านทราบหรือไม่ว่าเรามาหาท่าน%E