บทเรียนพระธรรมทิตัส บทที่ 3

คำสอนที่ถูกต้อง

พระธรรม        ทิตัส 2:1-15

อ้างอิง           1ทธ.6:1-14;5:1-2,14;3:2-3,8-11;อฟ.5:22;6:5;อพย.19:5;มธ.5:16;ทต.1:8,13;1ปต.2:12;ลก.1:47; 2ปต.1:1;มธ.20:28;5:16;รม.3:24;1คร.1:7;สภษ.16:7

บทนำ

การกระทำและคำพูดของเรา มักเป็นผลมาจากสิ่งที่เราคิด และสิ่งที่เราคิดมักเกิดจาก สิ่งที่เราได้เห็นหรือได้ยินได้ฟัง หรือได้อ่านมา

ดังนั้น จงระวังในการอ่าน เห็น หรือได้ยินอะไรมาแล้วส่งต่อทันที โดยไม่ตรวจดูให้แน่นอนก่อน เพราะสิ่งที่เราส่งต่อไปอาจเป็นความเท็จหรือคำสอนเท็จ(ที่อันตราย)ก็เป็นได้

บทเรียน

2:1 “ส่วนท่านจงสอนให้สอดคล้องกับคำสอนที่ถูกต้อง 

   (But as for you, teach what accords with sound doctrine.) 

2:2 “สอนบรรดาผู้ชายสูงอายุให้รู้จักประมาณตน มีความน่านับถือ มีสติสัมปชัญญะ มีความเชื่อที่ถูกต้อง มีความรัก และความทรหดอดทน” 

   (Older men are to be sober-minded, dignified, self-controlled, sound in faith, in love, and in steadfastness.)

2:3 “ส่วนบรรดาผู้หญิงสูงอายุก็เหมือนกัน สอนพวกนางให้ประพฤติด้วยความน่านับถือ ไม่ใส่ร้าย ไม่ติดเหล้า แต่เป็นผู้สอนสิ่งที่ดีงาม”

   (Older women likewise are to be reverent in behavior, not slanderers or slaves to much wine. They are to teach what is good,)

2:4 “เพื่ออบรมหญิงสาวให้รักสามีและบุตรของพวกตน” 

  (and so train the young women to love their husbands and children,)

2:5 “มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนบริสุทธิ์ ดูแลบ้านเรือนอย่างดี มีความเมตตาและเชื่อฟังสามีของตน เพื่อว่าพระวจนะของพระเจ้าจะไม่ถูกดูหมิ่น”

  (to be self-controlled, pure, working at home, kind, and submissive to their own husbands, that the word of God may not be reviled.)

2:6 “ส่วนพวกชายหนุ่มก็เหมือนกัน จงเตือนสติพวกเขาให้มีสติสัมปชัญญะ” 

   (Likewise, urge the younger men to be self-controlled.)

2:7 “ท่านเองจงประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างในการดีทุกด้าน ในการสอนอย่างจริงใจ จริงจัง” 

   (Show yourself in all respects to be a model of good works, and in your teaching show integrity, dignity,) 

2:8 “และถูกต้องที่ไม่มีใครจะตำหนิได้ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามอับอายและไม่สามารถกล่าวร้ายอะไรต่อเรา” 

  (and sound speech that cannot be condemned, so that an opponent may be put to shame, having nothing evil to say about us. )

2:9 “จงให้ทาสทั้งหลายเชื่อฟังนายของตน และทำสิ่งที่ถูกใจนายทุกอย่าง อย่าให้เถียงเลย” 

   (Bondservants are to be submissive to their own masters in everything; they are to be well- pleasing, not argumentative,)

2:10 “อย่าให้ยักยอกแต่ให้สำแดงความซื่อสัตย์และดีงามในทุกอย่าง เพื่อเขาทั้งหลายจะเทิดพระเกียรติพระดำรัสสอนของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราในทุกๆ ด้าน”

   (not pilfering, but showing all good faith, so that in everything they may adorn the doctrine of God our Savior.)

2:11 “เพราะว่าพระคุณของพระเจ้าปรากฏแล้ว เพื่อช่วยทุกคนให้รอด” 

    (For the grace of God has appeared, bringing salvation for all people, )

2:12 “และเพื่อสอนเราให้ละทิ้งความอธรรมและโลกียตัณหา และให้ดำเนินชีวิตในยุคนี้อย่างมีสติสัมปชัญญะอย่างชอบธรรมและให้ดำเนินตามทางพระเจ้า” 

    (training us to renounce ungodliness and worldly passions, and to live self-controlled, upright,  and godly lives in the present age,)

2:13 “ในขณะที่เรากำลังรอคอยความหวังอันน่ายินดี และการมาปรากฏของพระสิริของพระเจ้ายิ่งใหญ่คือพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา” 

    (waiting for our blessed hope, the appearing of the glory of our great God and Savior Jesus Christ,)

2:14 “พระองค์ประทานพระองค์เองแก่เรา เพื่อไถ่เราให้พ้นจากการอธรรมทุกอย่าง และเพื่อชำระเราให้บริสุทธิ์ จะได้เป็นประชากรของพระองค์โดยเฉพาะซึ่งมีใจกระตือรือร้นที่จะทำการดี”

   (who gave himself for us to redeem us from all lawlessness and to purify for himself a people for his own possession who are zealous for good works.)

2:15 “จงใช้ข้อความข้างบนนี้พูด เตือนสติและตักเตือนพวกเขาด้วยอำนาจอย่างเต็มที่ อย่าให้ใครสบประมาทท่านได้”

    (Declare these things; exhort and rebuke with all authority. Let no one disregard you.)

ข้อมูลมีประโยชน์

2:1       “ส่วนท่าน” (for you) = เน้นย้ำให้เห็นความแตกต่างระหว่างงานของทิตัส กับงานของผู้สอนเท็จ ที่เพิ่งกล่าวถึงใน 1:10-16

“คำสอนที่ถูกต้อง” (sound doctrine) –บางฉบับแปลว่า “คำสอนอันมีหลัก” –1ทธ.1:10;ทต.1:9

2:2-10 –กล่าวถึงคำสอนอันมีหลัก ถูกต้อง ที่เรียกร้องให้ผู้เชื่อในพระเจ้าทุกคนประพฤติตนอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด เพศใด หรือสถานภาพใด

2:2    “บรรดาผู้ชายสูงอายุ” (Older men) = พวกเขาสมควรเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างด้านศีลธรรมและจิตวิญญาณ –1ทธ.5:1

“ให้รู้จักประมาณตน” (to be sober-minded) = ไม่ทำตัวไม่เหมาะสม อย่างชาวครีตทั่วไปที่ “ตะกละตะกลาม” และเกียจคร้าน (1:12) ;1ทธ.3:2

“มีความน่านับถือ”  (dignified) = ผู้ชายสูงอายุ หรือผู้อาวุโสเหล่านี้ควรเป็นคนน่านับถือ

คำ ๆ นี้สามารถแปลได้ว่า “เอาจริงเอาจัง”

“มีสติสัมปชัญญะ” (self-controlled) ความหมายในที่นี้ = “ควบคุมตนเองได้” คือ มีความรับผิดชอบที่จะทำและไม่ทำ –ทต.1:8;2:5-6,12

2:3       “ก็เหมือนกัน” (likewise) = มาตรฐานศีลธรรมผู้หญิงก็เช่นเดียวกับของผู้ชาย

“ไม่ใส่ร้าย” (not slanderers)  = ไม่พูดจาใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งคงเป็นนิสัยไม่ดีที่ผู้หญิงชาวครีตกระทำกันเป็นประจำ –1ทธ.3:11

“ไม่ติดเหล้า” (slaves to much wine) –1ทธ.3:8

2:4       “หญิงสาว” (the young women)  -1ทธ.5:2

“ให้รักสามี” ( love their husbands) = เหมือนที่สามีถูกเตือนให้รักภรรยาใน อฟ.5:25

2:5       “มีสติสัมปชัญญะ” ( be self-controlled) = เป็นผู้ที่ควบคุมตนเองได้ –ทต.1:8;2:2,6,12

“ดูแลบ้านเรือนอย่างดี” (working at home) = เอาใจใส่ดูแลบ้านเรือน –1ทธ.5:14

“เชื่อฟังสามีของตน”  (submissive to their own husbands) = ยอมฟังสามี –อฟ.5:22;คส.3:18; 1ปต.3:1

“เพื่อว่าพระวจนะของพระเจ้าจะไม่ถูกดูหมิ่น” (that the word of God may not be reviled) =เพื่อไม่ให้ใครว่าร้ายพระวจนะของพระเจ้าได้ อ.เปาโลใส่ใจกับการดำเนินชีวิตของคริสเตียนที่ควรส่งเสริมการประกาศข่าวประเสริฐ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการเผยแพร่ข่าวประเสริฐ –1ทธ.6:1

2:6       “พวกชายหนุ่ม” (younger men) –ทธ.5:1

“ให้มีสติสัมปชัญญะ” ( to be self-controlled) = ให้รู้จักควบคุมตัวเอง

2:7-8 –ทิตัสอาจยังหนุ่ม และยังไม่ได้รับความเคารพนับถือจากคนในคริสตจักรครีตเท่าที่ควร ซึ่งอาจกล่าวอะไรที่ไม่ให้เกียรติแก่เขา อ.เปาโลจึงกำชับให้ชีวิตของทิตัสต้องเป็นแบบอย่าง เพื่อจะกลายเป็นสิทธิอำนาจในการนำและการสอนของเขาด้วย

2:7       “เป็นแบบอย่าง” (to be a model) –1ทธ.4:12

“ในการดี” (of good works) –ทต.2:14

2:8       “ไม่สามารถกล่าวร้ายอะไรต่อเรา” (cannot be condemned) –1ปต.2:12

2:9-10 –ทาสเป็นองค์ประกอบพื้นฐานหนึ่งของสังคมโรมัน คำสอนของคริสเตียนมีผลกระทบต่อสถาบันทาสเป็นอย่างยิ่ง การสอนเรื่องแนวการประพฤติตนของพวกทาสจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง – อฟ.6:5

2:9       “นาย” ( masters) –ในสังคมเวลานั้น นายมีสิทธิ์ขาดเหนือชีวิตของทาส ทาสในสังคมโรมไม่มีสิทธิตามกฎหมาย  ชะตากรรมของทาสอยู่ในมือของนายอย่างสิ้นเชิง (คส.3:22-4:1)

“ทุกอย่าง” (in everything) = ทุกสิ่งอย่างสิ้นเชิง -อฟ.6:5

2:10     “เทิดพระเกียรติพระดำรัสสอนของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราในทุก ๆ ด้าน” (so that in everything they may adorn the doctrine of God our Savior.) = “ทำให้คำสอน….น่าเลื่อมใส”

ดังนั้น คริสเตียนที่เป็นทาสจึงสามารถแสดงชีวิตที่เป็นพยานอันเป็นเอกลักษณ์และมีพลังผ่านการซื่อสัตย์และการเต็มใจเชื่อฟังนาย – ลก.1:47;มธ.5:16

2:11-14 – พระคุณส่งเสริมให้เกิดผลในชีวิตของเราใหม่ คือให้ละทิ้งความประพฤติที่ไม่ชอบธรรมและนำชีวิตของเราให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับที่ อ.เปาโลยืนยันมาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เราต้องประกาศเรื่องพระคริสต์ ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตที่ชอบธรรม ( ข.1-2,4-5,10;3:8)

2:11     “เพราะว่า” (For) = แสดงถึงหลักความเชื่อที่เพิ่งกล่าวว่า ความประพฤติที่ถูกต้องต้องตั้งอยู่บนหลักความเชื่อที่ถูกต้อง

“พระคุณของพระเจ้า” (the grace of God) = สิ่งที่เราได้รับจากพระเจ้า ทั้ง ๆ ที่เราไม่สมควรจะได้รับ ที่ แสดงถึงความรักของพระเจ้าต่อเราผ่านทางพระเยซูคริสต์ ในขณะที่เรายังเป็นคนบาปและเป็นศัตรูกับพระองค์ (รม.5:8-10)

และเป็นเหตุที่ทำให้เรารอดโดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความดีเลิศทางศีลธรรม และการปฏิบัติทางศาสนาใด ๆ ของตัวเรา -3:5;อฟ.2:8-9

แต่พระคุณเดียวกันนี้ จะทำให้เรากระตือรือร้นในการทำดี (ข.14;อฟ.2:10)

2:12     “สอน” (          training            ) –ในที่นี้มีความหมายมากกว่าแค่สอน (โดยการพูดและฟังเฉย ๆ ) แต่หมายถึงกระบวนการฝึกฝนเด็กให้เป็นและอยู่ในทางที่เขาควรจะเป็น รวมทั้งการสั่งสอน การให้กำลังใจ การแก้ไขข้อบกพร่อง และการสร้างวินัย

“ยุคนี้” (            in the present age) –2คร.4:4

2:13     “ความหวังอันน่ายินดี” (for our blessed hope) ในบางฉบับแปลว่า “ความหวังอันเปี่ยมด้วยพระพร”

= การปรากฏพระองค์อย่างบริบูรณ์ด้วยพระเกียรติสิริหรือการเสด็จมาครั้งที่ 2 ขององค์พระเยซูคริสต์

“พระสิริของพระเจ้ายิ่งใหญ่คือพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา” (of the glory of our great God  and Savior Jesus Christ, ) = เน้นการเป็นพระเจ้าขององค์พระเยซูคริสต์  -รม.9:5;1คร.1:7; 1ทธ.6:14;2ปต.1:1

2:14     “พระองค์ประทานพระองค์เองแก่เรา” (who gave himself for us) –มธ.20:28

“เพื่อไถ่เราให้พ้นจากการอธรรมทุกอย่าง” (to redeem us  from all lawlessness) = ไถ่ให้พ้นจากความชั่วทั้งปวง –มธ.1:21

          “เพื่อชำระเราให้บริสุทธิ์” (purify for himself)  -ฮบ.1:3;1ยน.1:7

“จะได้เป็นประชากรของพระองค์ โดยเฉพาะ” (a people for his own possession) = เป็นประชากรของพระองค์เพียงผู้เดียว  -อพย.19:5;ฉธบ.4:20;14:2;สดด.135:4;มลค.3:17;1ปต.2:9

“มีใจกระตือรือร้นที่จะทำดี” (who are zealous for good works) –สภษ.16:7;มธ.5:16;2คร.8:21; อฟ.2:10;ทต.2:7;3:1,8,14;1ปต.2:12,15;3:13

สรุป การที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เราให้รอดนั้นเกี่ยวข้องกับงาน 2 อย่าง

  1. งานทรงไถ่เราจากบาปผิด และการพิพากษาโทษนั้น –รม.3:24
  2. การเกิดผลในชีวิตบริสุทธิ์ทางศีลธรรม และการรับใช้ที่ดีอันเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

2:15     เป็นการสรุปความรับผิดชอบและสิทธิอำนาจของทิตัสในการรับใช้ตามการมอบหมายของพระเจ้า และเปาโล

คำถามนำอภิปราย

  1. ใครคือผู้ชายสูงอายุในคริสตจักรของคุณ ที่มีคุณลักษณะครบต่อไปนี้

……….1) รู้จักประมาณตน

……….2) มีความน่านับถือ

……….3) มีสติสัมปชัญญะ

……….4) มีความเชื่อที่ถูกต้อง

……….5) มีความรัก

……….6) มีความทรหดอดทน

คุณประทับใจลักษณะใดมากที่สุด? ทำไม?

  1. ใครคือผู้หญิงสูงอายุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคุณลักษณะต่อไปนี้

……….1) ประพฤติตัวน่านับถือ

……….2) ไม่นินทาว่าร้าย/ใส่ร้ายผู้อื่น

……….3) ไม่ติดเหล้า

……….4) เป็นผู้สอนสิ่งที่ดีงาม เช่น อบรมสาว ๆ ให้รักสามีและบุตร

……….5) มีสติสัมปชัญญะ

……….6) เป็นคนบริสุทธิ์

……….7) ดูแลบ้านเรือนอย่างดี

……….8) มีความเมตตา

……….9) เชื่อฟังสามีของตน?

คุณประทับใจข้อใดเป็นพิเศษ? ทำไม?

  1. ใครคือคนหนุ่ม(ผู้นำ)ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงดังต่อไปนี้

……….1) มีสติสัมปชัญญะ

……….2) เป็นแบบอย่างในการดีทุกด้าน

……….3) สอนอย่างจริงใจ จริงจัง และถูกต้อง

คุณประทับใจเขาในด้านใด? ทำไม?

  1. หากคุณเป็นคนงานหรือลูกจ้าง มีข้อใดต่อไปนี้ ที่คุณทำตามได้ยากที่สุด? ทำไม?

……….1) เชื่อฟังนายในทุกสิ่ง

……….2) พยายามทำให้นายพอใจทุกอย่าง

……….3) ไม่โต้เถียงนายหรือหัวหน้า

……….4) ไม่ยักยอก

……….5) แสดงให้เห็นว่า เป็นคนซื่อสัตย์ และเป็นคนที่ไว้ใจได้เต็มที่

หรือมีใครบ้างที่คุณประทับใจเพราะมีคุณสมบัติดังกล่าวเหล่านั้น?

  1. คุณคิดหรือรู้สึกอย่างไรในเวลาที่เห็น

……….1) คนที่ไม่เชื่อพระคริสต์ (ไม่รอด) แต่นิสัยดีและทำดี

…………2) คนที่บอกว่าเชื่อพระคริสต์ (รอดแล้ว) แต่นิสัยไม่ดี ไม่กระตือรือร้น(ในการทำดี)และหรือชอบทำไม่ดี?

คุณทำอะไรได้บ้างในเหตุการณ์เหล่านั้น? ทำไม?

  1. คุณได้ให้กำลังใ“ผู้รับใช้” (ไม่ว่าจะเต็มเวลาหรืออาสาสมัคร) ครั้งสุดท้ายเมื่อไร? อย่างไร คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้ทำเช่นนั้น? ทำไม?
  2. หากคุณเป็นผู้รับใช้ (หนุ่ม/สาว) คุณกลัวถูกผู้อื่นดูแคลน หรือสบประมาท ในเรื่องใดมากที่สุด? แล้วคุณรับมือหรือแก้ไข และพัฒนาตัวเองให้พร้อมมากขึ้นอย่างไรบ้าง? (แบ่งปัน) หรือมีผู้ใดช่วยคุณให้ทำหน้าที่เหล่านั้นได้ดีขึ้นบ้าง? (แบ่งปัน)

 

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.