บทเรียนพระธรรมทิตัส บทที่ 4

กำชับให้ทำดีต่อไป

พระธรรม        ทิตัส 3:1-15

อ้างอิง            รม.11:14;13:1;16:17;1ปต.2:13-14;1ปต.1:3;2ทธ.2:16,21,4:9;ทต.2:14;อฟ.4:31;2:2,7:9;ลก.1:47; ทต.2:11;รม.5:5;3:24;1ทธ.1:15;กจ.18:24;คส.4:18

บทนำ            คริสเตียนถูกเรียกมาให้ทำดี และให้ทำดีมาก ๆ เพราะการทำดีเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเป็นพรแก่คนอื่น ๆ  ขอให้เราเป็นคนดีที่รักสงบ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และถ่อมสุภาพต่อคนทั้งหลาย เพื่อให้เขาได้เห็นพระเยซูคริสต์ในตัวของเรา!

บทเรียน

3:1 “จงเตือนพวกเขาให้อยู่ใต้สิทธิอำนาจของบรรดาผู้ปกครองบ้านเมืองและพวกที่มีอำนาจ ให้เชื่อฟังและพร้อมจะทำการดีทุกอย่าง” 

    (Remind them to be submissive to rulers and authorities, to be obedient, to be ready for every good work)

3:2 “อย่าว่าร้ายใคร อย่าทะเลาะวิวาท แต่ให้ผ่อนหนักผ่อนเบาและแสดงความสุภาพอ่อนโยนอย่างยิ่งต่อทุกคน” 

    (to speak evil of no one, to avoid quarreling, to be gentle, and to show perfect courtesy toward all  people.)

3:3 “เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นเราเองก็โง่เขลา ไม่เชื่อฟัง หลงผิด เป็นทาสของกิเลสตัณหาและความสำราญต่างๆ ใช้ชีวิตอย่างชั่วร้ายและอิจฉาริษยา ถูกชิงชังและเกลียดกัน”

    (For we ourselves were once foolish, disobedient, led astray, slaves to various passions and pleasures, passing our days in malice and envy, hated by others and hating one another.)

3:4 “แต่เมื่อความดีเลิศและความรักของพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเรามาปรากฎ” 

     (But when the goodness and loving kindness of God our Savior appeared, )

3:5 “พระองค์ก็ทรงช่วยเราให้รอด ไม่ใช่เพราะความชอบธรรมที่เราทำเอง แต่ด้วยพระเมตตาของพระองค์โดยผ่านการชำระให้บังเกิดใหม่และสร้างใหม่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์”

     (he saved us, not because of works done by us in righteousness, but according to his own mercy, by the washing of regeneration and renewal of the Holy Spirit,)

3:6 “พระวิญญาณองค์นี้แหละที่พระเจ้าประทานให้แก่เราอย่างบริบูรณ์ผ่านทางพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา”

      (whom he poured out on us richly through Jesus Christ our Savior, )

3:7 “เพื่อว่าเมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยพระคุณของพระองค์แล้ว ก็จะได้เป็นผู้รับมรดกตามที่หวังไว้คือชีวิต​นิรันดร์” 

    (so that being justified by his grace we might become heirs according to the hope of eternal life. )

3:8 “คำกล่าวนี้สัตย์จริงข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านเน้นเรื่องเหล่านี้ เพื่อพวกที่เชื่อในพระเจ้าแล้วจะได้มุ่งทำการดี การกระทำเหล่านี้ดีและเป็นประโยชน์กับทุกคน” 

    (The saying is trustworthy, and I want you to insist on these things, so that those who have believed in God may be careful to devote themselves to good works. These things are excellent and profitable for people.)

3:9 “แต่จงหลีกเลี่ยงจากการทุ่มเถียงที่โง่เขลา การลำดับวงศ์ตระกูล การวิวาทและการทะเลาะกันเรื่องธรรมบัญญัติ เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นไร้ประโยชน์และไร้คุณค่า”

    (But avoid foolish controversies, genealogies, dissensions, and quarrels about the law, for they are              unprofitable and worthless.)

3:10 “ส่วนคนที่สร้างความแตกแยกนั้น จงเตือนแค่หนึ่งหรือสองครั้ง แล้วอย่าเกี่ยวข้องกับเขาอีก”

    (As for a person who stirs up division, after warning him once and then twice, have nothing more to do with him)

3:11 “เพราะรู้แล้วว่าคนอย่างนั้นเป็นคนนอกลู่นอกทางและเป็นคนทำบาป เขาลงโทษตัวเขาเอง”

    (knowing that such a person is warped and sinful; he is self-condemned.)

3:12 “เมื่อข้าพเจ้าส่งอารเทมาสหรือทีคิกัสไปหาท่านแล้ว ให้ท่านรีบมาหาข้าพเจ้าที่เมืองนิโคบุรี เพราะข้าพเจ้าตั้ง‍ใแล้วว่าจะค้างอยู่ที่นั่นจนสิ้นฤดูหนาว”

     (When I send Artemas or Tychicus to you, do your best to come to me at Nicopolis, for I have decided to spend the winter there.)

3:13 “ท่านจงช่วยเศนาสผู้เป็นนักกฎหมายกับปอลโลเรื่องการเดินทาง อย่าให้พวกเขาขาดสิ่งใด”
     (Do your best to speed Zenas the lawyer and Apollos on their way; see that they lack nothing.)

3:14 “และให้คนของเราเรียนรู้ที่จะทำการดีด้วย เพื่อช่วยจัดหาสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เพื่อว่าพวกเขาจะได้ไม่เป็นคนที่​ไร้ผล”

     (And let our people learn to devote themselves to good works, so as to help cases of urgent need, and not be unfruitful.)

3:15 “ทุกคนที่อยู่กับข้าพเจ้าฝากคำทักทายมายังท่าน ข้าพเจ้าขอฝากคำทักทายมายังทุกคนที่รักเราเพราะความเชื่อเดียวกันขอพระคุณดำรงอยู่กับพวกท่านทุกคนเถิด”

      (All who are with me send greetings to you. Greet those who love us in the faith. Grace be with  you all.)

 

ข้อมูลมีประโยชน์

3:1       “ให้อยู่ใต้สิทธิอำนาจของบรรดาผู้ปกครองบ้านเมืองและพวกที่มีอำนาจ” (to be submissive to rulers) = แม้คริสเตียนจะ เป็นพลเมืองสวรรค์ (ฟป.3:20) แต่ยังต้องฟัง อยู่ใต้อำนาจปกครองฝ่ายโลก

(รม.13:1-7;1เปโตร2:13-17) ในทุกระดับชั้น (อฟ.3:10;6:12)

“พร้อมจะทำการดีทุกอย่าง” (to be ready for every good work) = นอกจากให้เชื่อฟังผู้ปกครองหรือรัฐบาลแล้ว ยังให้ผู้เชื่อได้ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น ทั้งโดยสมัครใจและตามที่รัฐบาลขอ

– 2ทธ.2:21;ทต.2:14

3:2       “อย่าว่าร้ายใคร” (to speak evil of no one) = อย่าใส่ร้ายป้ายสีผู้ใด –อฟ.4:31

3:3       “เมื่อก่อนนั้น” ( For) –บางฉบับแปลว่า “ครั้งหนึ่ง”   -ปท. อฟ.2:1-3

3:4      “ความดีเลิศ” (the goodness) –ในฉบับอื่นแปลว่า “พระกรุณา” –อฟ.2:7

            “และความรักของพระเจ้า” (loving kindness of God) –ทั้งความดีเลศ(พระกรุณา) และความรักของพระเจ้า พระองค์จึงได้ช่วยคนบาปอย่างพวกเราให้รอด (โดยไม่ปล่อยให้เราพินาศ เพราะโทษบาปที่เราก่อเอง)

3:5       “พระองค์ก็ทรงช่วยเราให้รอด” (he saved us)–ความรอดไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถหาได้มาด้วยความสามารถหรือความดีของเราเอง แต่ได้มาทาง “พระเมตตา” และพระกรุณาของพระเจ้าเท่านั้น (อฟ.2:8-9)

            “ผ่านการชำระให้บังเกิดใหม่”(by the washing of regeneration)–ซึ่งเป็นพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ยน.3:5) ไม่ใช่เกิดจากพิธีกรรมหรือการกระทำใด ๆ ของมนุษย์เรา นอกจากรับเอาด้วยความเชื่อศรัทธาอย่างแท้จริง

3:6       “พระวิญญาณองค์นี้แหละที่พระเจ้าประทานให้แก่เราอย่างบริบูรณ์” (whom he poured out on us richly) = อย่างล้นเหลือ –ปท.รม.5:5่

3:7       “เราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยพระคุณของพระองค์แล้ว” (that being justified by his grace)

= บางฉบับแปลว่า “เราถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมโดยพระคุณของพระองค์แล้ว”  -รม.3:24

            “เป็นผู้รับมรดก” (we might become heirs)  = เป็นทายาท –รม.8:17

            “ตามที่หวังไว้” (according to the hope ) –รม.5:5;8:24;คส.1:5

            “ชีวิตนิรันดร์” (of eternal life) –มธ.25:46;ทต.1:2

3:8       “คำกล่าวนี้สัตย์จริง” (of eternal life)

          = “ที่กล่าวมานี้ ควรแก่การเชื่อถือ” 1ทธ.1:15

            “มุ่งทำการดี” (to devote themselves to good works) = อุทิศตนในการทำสิ่งที่ดี – ทต.2:14

3:9       “แต่จงหลีกเลี่ยง” (But avoid)

           = “แต่จงหลีกห่าง”  –2ทธ.2:16

          “การทะเลาะกัน” (quarrels) –2ทธ.2:14

            “เรื่องธรรมบัญญัติ” (about the law) = เรื่องเกี่ยวกับบทบัญญัติ –ทต.1:10-16

            = ปัญหาคล้าย ๆ กับในเอเฟซัส (1ทธ.1:3-7)

          “ไร้ประโยชน์และไร้คุณค่า”  (unprofitable and worthless)  -2ทธ.2:14

3:10     “อย่าเกี่ยวข้องกับเขาอีก” (nothing more to do with him)  -รม.16:17

3:12     “ทีคิกัส” (Tychicus) –กจ.20:4;อฟ.6:21-22;คส.4:7-8;2ทธ.4:12

            = ผู้ร่วมงาน ที่ อ.เปาโลไว้ใจ ร่วมเดินทางไปทำพันธกิจด้วยกันหลายครั้ง (กจ.20:4;อฟ.6:21)

          “นิโคบุรี” (Nicopolis)  -บางฉบับแปลว่า “นิโครโปลิส” แปลว่า “เมืองแห่งชัยชนะ” แม้จะมีหลายเมืองที่มีชื่อเหมือนกัน แต่ที่นี่น่าจะเป็นเมืองในเขตเอไพรัส บนชายฝั่งตะวันตกของประเทศกรีซ

“ตั้งใจแล้วว่า จะค้างอยู่ที่นั่นจนสิ้นฤดูหนาว” (I have decided to spend the winter there.)

= แสดงว่า อ.เปาโลยังไม่ได้ไปถึงที่นั่นในขณะที่เขียนจดหมายฉบับนี้ และยังมีอิสระที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้  และยังไม่ได้ถูกจำคุกที่กรุงโรมเป็นครั้งที่ 2

3:13     “เศนาสผู้เป็นนักกฎหมาย” (Zenas the lawyer) = น่าจะเป็นชาวต่างชาติที่มาเชื่อพระเยซูคริสต์ และเป็นนักกฎหมายของโรมัน (นอกจากว่า เขาเป็นชาวยิวที่กลับใจใหม่  ถ้าเช่นนั้นเขาก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในบทบัญญัติของชาวยิว (โมเสส) )

          “อปอลโล” (Apollos) = ชาวเมืองอเล็กซานเดรีย เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยของ อ.เปาโล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี –กจ.18:24-28;19:1;1คร.1:12;3:4-6,22;16:12

            -ทั้ง 2 คนนี้น่าจะเป็นผู้ถือจดหมายของ อ.เปาโลมาส่งให้ทิตัส

3:14     “ทำการดี” (good works            ) –ทต.2:14

            “จัดหาสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ “ (as to help cases of urgent need) = สิ่งจำเป็นจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน

–1ทธ.5:81;ปท. 2ธส.3:10-12

3:15     “พระคุณ” (Grace ) –รม.1:7

            “ดำรงอยู่กับพวกท่านทุกคนเถิด” (be with you all) –2คร.13:14

คำถามนำอภิปราย

  1. ถ้าคริสเตียนเราต้องเชื่อฟังอยู่ใต้บังคับของรัฐบาล ผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจตามลำดับขั้นแล้ว เราจะมีความคิดเห็นทางการเมือง เป็นส่วนตัวได้แค่ไหน?
  2. คุณเคยทำดี หรือได้รับการขอความร่วมมือจากรัฐหรือเจ้าหน้าที่ปกครองในท้องถิ่นในการทำดีในเรื่องอะไรบ้างที่ผ่านมา?  คุณทำหรือไม่? ทำไม? และอย่างไร?
  3. คุณมีจุดอ่อนในหัวข้อใดต่อไปนี้มากที่สุด?

……….1) ชอบว่าร้ายคนอื่น

……….2) มีทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น (ไม่รักสงบ)

……….3) ไม่ผ่อนหนักผ่อนเบา (ไม่เห็นใจผู้อื่น)

……….4) ไม่แสดงความอ่อนสุภาพ

แล้วคุณแก้ไขหรือไม่?  อย่างไร?

  1. เมื่อก่อน(อดีต) คุณเคยเป็นคนแบบใดต่อไปนี้บ้าง?

……….1) โง่เขลา

……….2) ไม่เชื่อฟัง

……….3) หลงผิด

……….4) เป็นทาสของกิเลสตัณหา

……….5) เป็นทาส ความสำราญต่าง ๆ

……….6) ใช้ชีวิตอย่างชั่วร้าย

……….7)อิจฉาริษยา

……….8) ถูกชิงชัง

……….9) เกลียดกัน

แล้วเวลานี้คุณเปลี่ยนแปลงอะไรแล้วบ้าง? อย่างไร?

  1. คุณมีประสบการณ์อะไรกับความดีเลศ (พระกรุณา)และความรักของพระเจ้าบ้าง? อย่างไร? มีผลต่อชีวิตของคุณอย่างไรบ้าง?
  2. ในชีวิตของคุณเวลานี้ มีความหวังอะไรที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อคุณ? ทำไม?
  3. ทำไม อ.เปาโล จึงย้ำเรื่องให้เราใส่ใจอุทิศตัวในการทำสิ่งดีที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนอยู่เสมอ? หากเราคริสเตียนกระทำตามนั้นต่อเพื่อนบ้านหรือชุมชนของเราจริง ๆ อย่างมีคุณภาพ และต่อเนื่อง จะเกิดอะไรขึ้น?
  4. คุณเคยเจอคนที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มหรือในคริสตจักรบ้างไหม? แล้วคุณจัดการหรือวางตัวอย่างไร? มีผลอะไรเกิดขึ้นตามมาบ้าง? อย่างไร
  5. คุณเคยถูกผู้ใดตักเตือนบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? คุณรับได้หรือไม่? แล้วผลเป็นอย่างไร? คุณเคยถูกตักเตือนเรื่องใดเป็นครั้งที่ 2 บ้างไหม? เรื่องอะไร? จากใคร? แล้วคุณทำใจได้ไหม?
  6. คุณเคยช่วยเหลือผู้รับใช้พระเจ้าหรือทีมในการเดินทางรับใช้ของพวกเขาบ้างหรือไม่? เรื่องอะไร? แล้วผลที่ตามมาคืออะไร?

ศจ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.