ก.ค. 232017
 

ประกาศ อาทิตย์หน้าที่ 30 ก.ค. CJ ไปนมัสการพระเจ้าที่ค่าย ไม่มีการนมัสการที่นี่ !!!!

 23 กรกฎาคม 2017

ขอส่งคำทักทายมายังพีน้อง CJ ทุกท่าน

ก่อนอื่นผมขอเป็นตัวแทนคณะผู้อภิบาล (ผอ.) และสมาชิก CJ กล่าวแสดงความเสียใจต่อคุณแหม่ม (สุจินดา ฉัตรทอง) สำหรับการจากไปของคุณเอก (ประเสริฐศักดิ์  เพชรรัศมีพราว) ผู้เป็นสามีและเป็นสมาชิก CJ ของเราด้วย

  • ขอขอบคุณสำหรับพี่น้อง CJ ทุกท่านที่ไปร่วมแสดงความรัก ปลอบโยน และเป็นพยานที่ดีต่อญาติมิตรของคุณเอกในพิธีไว้อาลัยในเย็นวันอาทิตย์ที่แล้ว (16 ก.ค.2017) ณ คริสตจักรนิมิตใหม่
  • ผมรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่พี่น้องและญาติมิตรที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนของคุณเอกล้วนประทับใจยิ่งนัก
  • ขอบคุณพระเจ้าที่ในตอนนมัสการเช้าวันอาทิตย์ที่แล้ว มีผู้รับเชื่อใหม่ 2 ท่าน คือ1.คุณเมย์ และ 2.คุณกฤต ขอให้เราอธิษฐานเผื่อและช่วยเหลือให้ทั้ง 2 ท่านเจริญเติบโตขึ้นทั้งในความรู้ และความเชื่อนะครับ

วันนี้ ขอให้เราอธิษฐานเผื่อกันและกัน ทั้งผู้ที่มาและไม่ได้มา ให้สามารถเผชิญและรับมือกับปัญหาหรือวิกฤตต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็น ด้านสุขภาพ  ทางการเงิน หรือ ทางความสัมพันธ์  ฯลฯ ขอให้เราให้กำลังใจแก่กัน และหนุนใจ และเตือนสติกันด้วยพระวจนะของพระเจ้าอยู่เสมอ!

ดีใจที่สมาชิก CJ ของเราส่วนใหญ่พร้อมแล้วสำหรับค่าย “Better Me: ดีกว่าเดิม” แล้ว และเพลงค่าย ที่แต่งโดยคุณบอยด์  โกสิยพงศ์  ก็เริ่มหัดร้องกันแล้ว (ขอบคุณ คุณบอยด์ ครับ) ใครยังไม่ได้สมัครรีบด่วนครับ!

วันนี้ ขอแนะนำสมาชิกใหม่อีกท่านที่เรารักและภูมิใจ คือ

ชื่อ : ภาวิน เจนมานะ    ชื่อเล่น : ฝา    อาชีพ : เจ้าของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง         

1.คำถาม : มาเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร? เมื่อไหร่?  และมาเป็นสมาชิก CJ ได้อย่างไร? เมื่อไหร่?

คำตอบ : จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมาเชื่อพระเจ้าเกิดขึ้นเมื่อปี 2524 สมัยเรียนที่ ม. รามคำแหง ผมนั่งรอเรียนอยู่ที่โต๊ะข้างตึกกับกลุ่มเพื่อนๆ10กว่าคน มีเพื่อนต่างโต๊ะเข้ามาชวนไปโบสถ์ ไปโบสถ์มั้ย? ไปมั้ย? ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ไปแล้วดีนะ แต่ไม่มีใครสนใจเลย ผมเป็นคนสุดท้ายที่เขาชวน ผมรีบตอบตกลงทันที ขอสารภาพเลยว่าการที่ผมตอบตกลงไปนั้นเพราะอยากได้พระคัมภีร์ และอยากรู้ว่าพระคัมภีร์ของคนยิวนั้นเขาสอนอะไรกัน?

เริ่มแรกก็ไปโบสถ์มหาพรสะพานควาย และรับเชื่อ เมื่อวันที่ 07/06/2524 (1981) ไปมาอยู่เกือบ 2 ปี ผมนั่งแถวหน้าเลยพร้อมพระคัมภีร์ ศบ.พูดกับผมว่า เธอเชื่อพระคัมภีร์แต่ยังไม่ได้เชื่อพระเจ้า ดังนั้น ตัวผมเองจึงยังไม่ขอรับบัพติศมา (แต่ผมได้เส้นทางเดินของชีวิตแล้ว คือเดินตามทางที่พระคัมภีร์สอน)  ผมทำงานรับใช้ช่วยล้างถ้วยล้างชาม และช่วยเลี้ยงเด็กเล็ก จากนั้นก็ห่างหายไปกว่า 18ปี (ชีวิตดีแล้วมักจะลืมพระเจ้า และต้องทำงานวันอาทิตย์ด้วย) ชีวิตการทำงานก็ดีขึ้นตามลำดับ อ่านสุภาษิต และนำมาใช้ในชีวิตตลอด 18ปีกว่า (555 คือ เรื่องอื่นอ่านไม่รู้เรื่อง)

แล้วกลับมาหาพระเจ้าอีกที เหตุเกิดจากช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ปีที่ฟองสบู่แตก 2540 ลูกหนี้หนีหายไปหมด เหลือแต่เจ้าหนี้อยู่ครบทุกคนเลย ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า “คนเราเกิดมาทำไม?” ทำดีได้ดีจริงหรือ? แล้วพระเจ้าทรงนำให้เห็นโฆษณาของแคมปัสครูเสดใน นสพ. ผมก็โทร.ไปตามหมาย เลขที่ให้ไว้ มีคนมารับสาย และได้พูดคุยกัน 

สุดท้ายได้กลับไปโบสถ์มหาพรอีกครั้ง แต่เป็นมหาพรหนองแขม (ปัจจุบันคือมหาพรตรีมณฑล) และรับเชื่อใหม่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 27/01/2543 (2000) เวลานั้นยังไม่มี ศบ. แต่มีมิชชันนารีดูแลอยู่ เมื่อขึ้นวันใหม่หลังรับเชื่อแปลกมากๆ ท้องฟ้าสว่างมากกว่าที่เคยเห็น ทุกอย่างที่เห็นดูชัดไปหมด ไม่ดูมัวๆอย่างวันอื่นๆที่ผ่านมา การงานปัญหาต่างๆ ดูผ่อนคลายไปหมด มีแต่ความชื่นชมยินดีอย่างบอกไม่ถูก และผมเรียนพื้นฐานชีวิตคริสเตียนอยู่เกือบ 10 เดือน (เรียนนานกว่าคนอื่น เพราะมีคำถามเยอะ) และรับบัพติศมาเมื่อวันที่ 22/10/2543 (2000) ผมและภรรยา ได้เป็นพยานกับคนรอบตัว นำคนมาเชื่อหลายคน

ผมได้ร่วมงานรับใช้ที่นี่ จากช่วยงานเล็กๆน้อยๆ จนกระทั่งได้มีส่วนร่วมรับใช้ในการสอนกลุ่มเซลวันพุธ และถูกเลือกให้เป็นกรรมการโบสถ์ จากนั้นพอมิชชันนารีเดินทางกลับต่างประเทศ ผมเกิดสับสนนิดหน่อย (ตามธรรมดาของคริสเตียนที่ยังไม่เติบโตเท่าไหร่) ผมอยู่ที่นี่ 3 ปี    ต่อจากนั้น เมื่อวันที่ 12/01/2546 (2003) เป็นวันแรกที่ผมได้มาหาเพื่อนที่โบสถ์วัฒนา ช่วงที่ อ.ชำนาญ เพิ่งเข้ามาเป็น ศบ.ใหม่ๆ อ.ชำนาญ ท่านเป็นคนใจดี พูดตรงๆ เทศนาเข้าใจง่าย

หลังจากวันนั้น ผมก็ได้มาอยู่ที่โบสถ์วัฒนา (และเราได้ทำจดหมายขอย้ายโบสถ์จากศบ.ถึงศบ.) ทุกเช้าวันอาทิตย์ เรามาเรียนพระคัมภีร์ตลอด 8 ปีที่อยู่ที่นี่ (แต่ถ้ามีผู้สนใจมา ผมก็จะปลีกตัวออกมาแบ่งปันให้กับผู้สนใจที่มาใหม่) เรากินข้าวเที่ยงที่โบสถ์จนบ่าย แล้วก็ยังตั้งก๊วนนั่งคุยกันยันเย็น ร้อยพ่อพันแม่ แต่เรามีพระเจ้าองค์เดียวกัน ผมรับใช้ดูแลคณะนักร้องยุวชน (เพราะเขาบอกว่าลูกของผม 3 คนอยู่ในคณะนักร้อง) และถูกเลือกให้เป็นรอง ปธ.คณะบ้านและครอบครัว 

เวลานั้นชีวิตคริสเตียนของผม ก็ค่อยๆเติบโต (ผมน่าจะคิดไปเอง) แต่สิ่งหนึ่งเชื่อว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียม และค่อยๆให้ผมได้เรียนรู้ ได้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ (หมายถึงตัวผมเอง) แต่ละคนมีการเติบโตที่แตกต่างกัน มากบ้าง น้อยบ้าง ในปีที่8 เป็นช่วงเปลี่ยน ศบ. ผมและภรรยา เห็นคุณตูนในเฟซบุคได้มาอยู่ที่ CJ กับอ.ธงชัย (เรารู้จักคุณตูนที่โบสถ์วัฒนา และจำ อ.ธงชัยได้ว่า เคยมาเทศน์ และรู้สึกประทับใจ) จึงได้ทักตูนว่า จะมาเที่ยว CJ

วันที่ 16/01/2554 (2011) เป็นวันแรกที่เรามา CJ เราตั้งใจแค่ว่าจะมาเที่ยว ฟังเพลง ฟังเทศน์ ถวายสิบลด แล้วก็กลับบ้าน อยู่ไปอยู่มา อยู่มา 6ปีกว่าแล้ว (เราได้ทำจดหมายขอย้ายโบสถ์จากศบ.ถึงศบ.เป็นที่เรียบร้อย)

2. คำถาม : อะไรทำให้ตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิก มาเป็นส่วนหนึ่งของCJ และอยากขอบคุณพระเจ้าเกี่ยวกับCJ ในเรื่องใดบ้าง?

คำตอบ : พี่น้องที่นี่ มีส่วนอย่างมาก ในการตัดสินใจ ครั้งที่เข้ามา CJ จากที่ตั้งใจว่าแค่มาเที่ยว จนมาถึงวันนี้ อยากบอกว่าขอบคุณพระเจ้าและพี่น้องทุกคนที่นี่ ที่ให้การต้อนรับครอบครัวเราอย่างดี รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ครั้งแรกที่มาประทับใจเพลงนมัสการและการนำนมัสการ (ครูแอนเคยแซวว่า “มาติดนักร้องล่ะสิ” 555) ชอบฟังเทศน์จาก อ.ธงชัย บรรยากาศก็เป็นกันเองไม่พิธีมาก (แต่ต้องเก็บเก้าอี้ แล้วกางโต๊ะก่อน เขาถึงจะให้กินข้าวเที่ยงได้ 555 สนุกดี)

ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณ อ.ธงชัย ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่เปิดโอกาสและหนุนใจให้คนรุ่นผมได้ไปเรียนรู้ ได้ไปอบรม ในที่ต่างๆ ทั้ง LLT, GLS (แม้ดูว่าอายุก็มาก เส้นผมก็ดูขาวหมดแล้ว 555)  มีบางช่วงที่เจ็บป่วยบ้าง ห่างหายไปพักฟื้นบ้าง (โรคคนแก่) พี่น้องหลายคนก็ถามไถ่ห่วงใยดูแลอยู่เสมอ (โดยเฉพาะเฮียเล็ก-ซ้อดา และคุณม่อน-คุณหญิง)

เมื่อปี2016 เฮียเล็กและคุณตูนได้ชวนให้มาร่วมรับใช้ทำงานค่าย CJ ด้วยกัน เป็นประธานปีที่แล้วและปีนี้ และยังมีคุณเอ๋ภรรยาคุณฟั่น ได้ชวนให้มามีส่วนร่วมรับใช้ในทีมสอนรวีฯ จนถึงการถูกเลือกเข้ามาเป็นผู้อภิบาล ซึ่งเกินกว่าที่ผมจะคาดคิด เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลย

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเมตตาให้ผมได้มีส่วนร่วมในแผนการของพระเจ้าที่มีต่อ CJ ผมซาบซึ้งในพระคุณพระเจ้าที่นำผมมาที่นี่ ได้มีพี่น้องที่รักกัน เข้าใจกัน ขอบคุณพระเจ้า สำหรับลูกๆของผมได้มีพี่น้องCJ ในวัยเดียวกันในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ

3.คำถาม: ตั้งใจทำอะไรในCJ หรือทำอะไรผ่าน CJ ?

คำตอบ : มีช่วงหนึ่งที่อ.ธงชัย เทศน์บ่อยมากว่า คนอายุ 50กว่าใกล้ 60 ช่วงนี้ตายกันเยอะ ใครได้รับพระพร หากไม่รีบรับใช้ ยังไม่ทันได้ทดแทนคุณพระเจ้า ยังไม่ทันได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ ก็จะตายไปเสียเปล่าๆ ถึงเวลานี้แล้ว ผมได้ยอมจำนนต่อพระเจ้าและยินดี “รับใช้พระเจ้าและรับใช้พี่น้องCJทุกคน”  ผมขออธิษฐาน ขอพระเจ้าทรงนำ ช่วยให้สติปัญญาให้กำลังกาย กำลังใจ ในการ “ร่วมรับใช้กับผู้นำคนอื่นๆ เพื่องานของพระเจ้า และเพื่อพี่น้อง CJ ทุกคน”

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับงานค่าย ที่พระเจ้าจะทรงนำช่วยให้เราเติบโตไปด้วยกัน ผมขอเชิญชวนพี่น้องที่รักทุกคน ช่วยกันอธิษฐานเผื่อค่าย “Better Me ดีกว่าเดิม”  ที่จะเป็นค่ายที่เราทุกๆคนจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มผู้นำอย่างใกล้ชิด ขอพี่น้อง CJ ทุกคน อย่าพลาดพระพรครั้งนี้นะครับ และจบค่ายครั้งนี้ ผมมีความเชื่อ และมีความหวังว่าพี่น้องCJ จะมาช่วย จะมาอาสารับใช้ ช่วยงานเพิ่มมากขึ้น (ผมทำบางอย่างเป็น แต่หลายอย่างทำไม่เป็น) เราทำงานเป็นทีม เราไม่ได้ทำคนเดียว ฉะนั้น ทุกคนทำได้ เพียงแต่เรายอมจำนนต่อพระเจ้า และขอให้พระเจ้าทรงนำ ขอให้เข้ามาอาสาช่วยกันเยอะๆนะครับ  ขอพระเจ้าอวยพร แล้วพบกันที่ “ค่าย Better Me ดีกว่าเดิม” ที่ เฟลิกซ์ ริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี !! 28-30 กค. 2017”
   

ขอขอบคุณคุณฝาครับ และขอพี่น้อง CJ ร่วมใจกันอธิษฐานเผื่อ คุณ ภาวิน เจนมานะ (ฝา) และครอบครัว (คุณน้อย,  แม๊ก ,มาร์ค มายด์ ) ให้เจริญเติบโตขึ้นในด้านจิตวิญญาณ และในหน้าที่การงานที่รับผิดชอบนะครับ

ขอพระเจ้าอวยพระพร

ด้วยใจรักผูกพัน

(ธงชัย  ประดับชนานุรัตน์) ศิษยาภิบาล

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)