ก.ย. 302017
 

คริสเตียนควรออมเงินอย่างไร?

 “อย่าออมเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่จงใช้จ่ายเงินที่เหลือหลังจากการออม”

(Do not save what is left after spending, But spend what is left after saving.)  -Warren Buffet –

วันนี้มีคำแนะนำดีๆ  มาฝากในเรื่องการออมเงินครับ เราต้องรู้จักควบคุมเงินของเรา ก่อนที่มันจะควบคุมเรา แต่หนึ่งในวิถีของการควบคุมเงินคือ การรู้จักใช้และออมเงินอย่างถูกต้อง!

 หลักการคิดพิจารณา เรื่องการออมทรัพย์ควรมีจุดประสงค์ 3 ประการคือ

  1. เพื่อพระเจ้า      2. เพื่อผู้อื่น     3. เพื่อตัวเอง
  • เพื่อพระเจ้า คือ เพื่อสนับสนุนพระราชกิจของพระเจ้าผ่านคริสตจักรและหน่วยงานองค์กรคริสเตียน
  • เพื่อผู้อื่น คือ เพื่อช่วยเหลือสงเคราะห์พี่น้องหรือผู้ที่ประสบภัยหรือประสบปัญหาชีวิต
  • เพื่อตัวเอง คือ เพื่อให้ความสุขและความเป็นตอยู่ที่ดีแก่ตนเองและสมาชิกในครอบครัวและดูแลเลี้ยงดูทุกคนในยามจำเป็นหรือยามเกษียณ (ไม่ทำตัวให้เป็นภาระแก่ผู้อื่นในด้านการเงิน)

แล้วหลักและวิธีในการออมควรเป็นอย่างไร?

  1. ไม่จ่ายมากกว่ารับ-ไม่ใช้เงินก่อนที่มี

            1.1 ใช้เงินที่เหลือจากออมและเงินที่ถวายคืนแด่พระเจ้า(ตามหลักของพระคริสตธรรมคัมภีร์) ไปแล้ว

             1.2 แบ่งเงินเป็นส่วนๆ แยกเงินเก็บออมตั้งแต่ต้น(ก่อนใช้) เช่น หักเก็บ 5-10% ของรายได้  เพื่อการออมทุกๆ ครั้งที่ได้เงินมา

              1.3 จัดทำ “งบประมาณการใช้จ่ายเงิน” ส่วนตัวหรือของครอบครัว อาจทำ “แบบบันทึกรายรับรายจ่ายประจำเดือน/ประจำปี” กำกับดูแลตรวจสอบการใช้เงินของตัวเอง

           “การทำงบประมาณไม่ใช่การเข้มงวดในสิ่งที่คุณสามารถใช้จ่ายได้แต่เป็นการอนุญาตให้คุณใช้จ่ายเงินโดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือเสียใจ”

  (A budget isn’t about restricting what you can spend. It gives you permission to spend without guilt or regret.)

        2. แยกเก็บเงินลงกระปุกตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย

              2.1 สำหรับซื้อของอยากได้

              2.2 สำหรับไปเที่ยว

               2.3 สำหรับออมเพื่ออนาคต

               2.4 สำหรับสนับสนุนกิจการของพระเจ้า (คริสตจักร/โรงเรียน/องค์กร)

       “คุณต้องเรียนรู้ที่จะออมเงินก่อน และค่อยใช้เงินนั้นในภายหลัง”

         (You must learn to save first and spend after wards.)  -John Pooles-

       3. ลดค่าใช้จ่าย(ที่ไม่จำเป็น)

            3.1  อะไรที่เปลือง ก็ลดลง -ชา/กาแฟ-เอามาออมแทน

            3.2 อะไรที่ไม่จำเป็นก็งดซื้อ/งดจ่าย-ขนมขบเคี้ยว

             3.3 อะไรจำเป็นต้องกินต้องใช้ ก็ซื้อช่วงลดราคา

             3.4 อะไรที่ป้องกันได้ให้ป้องกันไว้ก่อน – ดูแลสุขภาพ/ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต

              “ วิถีที่ดีที่สุดในการออมเงินคือ  ไม่สูญเสียเงิน (โดยไม่จำเป็น)”

                 (The best way to save money is not to lose it.)

        4. ไม่ติดของแบรนด์เนม-ไม่หลงโฆษณา

             4.1 ใช้ของดีมีคุณภาพโดยไม่ติดยึดยี่ห้อดัง-จ่ายแพงไม่จำเป็น

             4.2 ถ้าชอบแบรนด์เนมจริง ๆ และมีปัญญาหาซื้อ ก็ให้ซื้อเท่าที่จำเป็น

            “อย่าซื้อสิ่งของที่คุณไม่สามารถจ่ายด้วยเงินที่คุณไม่มี เพื่อจะอวดข่มคนที่คุณไม่ชอบ”

            (Don’t buy things you can’t afford with money you don’t have to impress people you don’t like.)

         5. พกเงินสดติดตัวให้น้อยลง

              5.1 คำนวณว่าต้องใช้เงินรายวัน วันละเท่าไร

              5.2 พกเงินพอสำหรับแต่ละสัปดาห์ และใช้อย่างมีวินัย

             “ สิ่งที่ท้าทายในชีวิตคือ จะใช้เวลาอย่างไร โดยไม่ต้องใช้เงิน”

                 (The challenge of life is how to spend time without spending money.)

         6. งดหรือจำกัดการใช้บัตรเครดิต

          6.1 จ่ายเงินในวงเงินสดที่มีอยู่เฉพาะค่าใช้จ่ายรายเดือน

          6.2 งดหรือยกเลิกบัตรเครดิตหากไม่จำเป็นต้องมี/หรือไม่มีวินัยในตัวเอง

         “ถ้าคุณซื้อสิ่งของที่คุณไม่จำเป็นต้องมี ในไม่ช้าคุณจำต้องขายสิ่งของที่คุณจำเป็นเพื่อใช้หนี้”

           (If you buy things you do not need, Soon you will have to sell things you do need.)

          7. เก็บเศษเงินที่เหลือทุกวัน

          7.1 มีเงินเหลือเท่าไร แต่ละวันเท่าไรก็ให้เก็บใส่ลิ้นชักทันที โดยไม่นำออกมาใช้

          7,2 แยกเก็บธนบัตรใบละ 50 บาททุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ใบ

               “เวลาที่คุณจะออมเงินได้ก็คือ เวลาที่คุณมีเงินอยู่บ้าง”

               (The time to save money is when you have some.)  -Joe Moore-

           8. เปิดบัญชีเงินฝากระยะยาวกับธนาคาร(หรือบริษัทประกันชีวิต)

                8.1 ฝากประจำระยะยาว 5 ปี ขึ้นไป

                8.2 ลงทุน/ซื้อหุ้นที่มั่นคง เสี่ยงน้อย (ประกันเงินต้น/เงินฝาก)

            “เงินพูดเพียงภาษาเดียวว่า… ถ้าคุณช่วยออมฉันในวันนี้ ฉันจะช่วยคุณในวันหน้า’”

            (Money speaks only one language, “If you save me today. I will save you tomorrow.)

หากว่าคุณเป็นคนที่มีศรัทธาในพระเจ้าจริงๆ และเรียนรู้จักหลักการดำเนินชีวิตมีสุขอย่างพอเพียง รู้จักคุณค่าของเงิน รู้จักวิธีใช้เงิน และรู้จักวิธีเก็บออมเงิน คุณจะกลายเป็นคนที่มีประสิทธิภาพสำหรับพระเจ้า และครอบครัวของคุณ แต่การออมเงินที่ดีที่สุด ก็คือ เมื่อเงินที่ออมนั้นสามารถช่วยคนบางคนหรือหลายคนให้รู้จักกับพระเจ้าและรับความรอดพ้นจากหนี้กรรมบาปของเขาโดยพระคุณของพระเยซูคริสต์!

วันนี้ คุณออมเงินแล้วยัง?

และคุณออมเงินเพื่อใคร?

จงจำไว้เสมอว่า…

“เงินที่ประหยัดได้คือ เงินออมที่ได้มาเพิ่ม” (A penny saved is a penny earned.)

“ แผนงานของคนขยันนำไปสู่กำไรแน่นอน แต่ทุกคนที่ผลีผลามก็มาสู่ความขาดแคลนแน่แท้”

(The plans of the diligent lead surely to abundance, but everyone who is hasty comes only to poverty.)  

                                                                                                                                    (สุภาษิต 21:5)

 “คลังทรัพย์ล้ำค่าและน้ำมันมีอยู่ในที่อาศัยของคนมีปัญญา แต่คนโง่ผลาญมันจนเกลี้ยง”

 (Precious treasure and oil are in a wise man’s dwelling, but a foolish man devours it.)  (สุภาษิต 21:20)

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswe

(Cr.ภาพ Rabbit Daily)              

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)