ต.ค. 072017
 

ค่านิยมของชีวิตคุณคืออะไร?

 Winston Churchill  เคยกล่าวไว้ว่า…

“เราเลี้ยงดูชีวิต โดยสิ่งที่เราได้มา แต่เราสร้างชีวิต โดยสิ่งที่เราให้ออกไป!
 
(We make a living by what we get, but we make a life by what we give.)

การใช้จ่ายเงินของเราจะเป็นตัวบ่งบอกค่านิยมชีวิตในความคิดของเรา
คุณหาเงินมาเพื่ออะไร? คุณใช้เงินเหล่านั้นเพื่อใคร? และอย่างไร? จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเรา

บางคน มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อจะหาเงิน แต่น่าเศร้าที่สุดท้ายเขากลับไม่ใช่เป็นนายของเงินที่เขาหามา เงินต่างหากที่แสวงหาเขา และได้ครอบครองและเอาตัวเขาไปเป็นทาสของมัน ช่างน่าขันที่คนบางคนปล่อยให้เงินทำให้ตัวของเขากลายเป็นตัวตลก

“คนจำนวนไม่น้อยใช้เงิน (หรือถูกเงินใช้) เพื่อซื้อสิ่งที่เขาไม่ได้ต้องการ เพียงเพื่อสร้างภาพอวดคนที่เขาไม่ชอบ!
(Too many people spend money they earned to buy things they don’t want to impress people that they don’t like.)   -Will Rog

เราต้องเข้าใจไว้เสมอว่าเราไม่ได้ต้องการเงินมากขึ้น แท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องแสวงหาความมั่งคั่ง หรือต้องใช้เงินอะไรมากมาย

ดังที่ Epictetus กล่าวไว้ว่า…
“ความมั่งคั่งไม่ได้อยู่ที่การครอบครองทรัพย์สินสิ่งของมากมาย แต่อยู่ที่การมีความอยากเพียงแค่ไม่กี่อย่าง!
 
(Wealth consists not in having great possessions, but in having few wants.)

Seneca กล่าวไว้ชัดเจนว่า….
“คนที่ยากจนไม่ใช่คนที่มีเพียงเล็กน้อย แต่คือคนที่อยากได้มากขึ้น!”
(It is not the man who has too little, but the man who craves more, that is poor.)

ถ้าวันนี้ เรามีความอยากน้อยลง เราก็เท่ากับว่ากำลังร่ำรวยขึ้น เราต้องมีทัศนคติในเรื่องเงินให้ถูกต้องและใช้เงินให้เป็น เราต้องเตือนตัวเองเสมอว่า…
“เงินทองคือนายที่ยอดแย่ แต่เป็นทาสที่ยอดเยี่ยม!”
 
(Money is a terrible master but an excellent servant.) -P.T. Barnum-

เราต้องเข้าใจว่า…
“ความสุขไม่ได้อยู่ที่การได้ครอบครองเงินทอง แต่อยู่ที่ความยินดีจากความสำเร็จ ที่ได้ใช้เงินทองอย่างสร้างสรรค์”
 
(Happiness is not in the mere possession of money; it lies in the joy of achievement,  in the thrill of creative  effort.)    -Franklin D. Roosevelt-

เงินทองจึงไม่ใช่จุดหมายปลายทางของชีวิตเรา มันเป็นเพียงแค่อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่นำไปสู่จุดหมายของชีวิต ดังนั้น ขอให้เราใช้เงินทองตามบทบาทอันควรของมัน และอย่าติดอยู่กับเพียงสิ่งที่เงินทองซื้อหามาได้ เพราะสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้นั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งที่เงินทองซื้อหามาได้

จงรู้จักใช้เงินทองเพื่อสร้างสุขให้แก่พระเจ้า ผู้อื่นและตัวเอง

“ส่วนพวกที่มั่งคั่งในชีวิตนี้ จงกำชับพวกเขาไม่ให้เย่อหยิ่ง หรือมุ่งหวังในทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืน แต่ให้มุ่งหวังในพระเจ้าผู้ประทานทุกสิ่งแก่เราอย่างบริบูรณ์ เพื่อให้เราได้ชื่นชม จงกำชับพวกเขาให้ทำการดี ให้ทำการดีมากๆ ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน การทำเช่นนี้เป็นการสะสมทรัพย์ที่เป็นรากฐานอันดีสำหรับตนในภายหน้า เพื่อพวกเขาจะยึดมั่นในชีวิต คือชีวิตที่แท้จริงนั้น”  (1ทธ.6:17-19)

ดังที่ George Lorimar กล่าวว่า…
“การมีเงินทองและสิ่งของที่เงินซื้อหามาได้นับเป็นสิ่งดี แต่การตรวจดูให้แน่ว่าคุณไม่ได้สูญเสียสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ไปก็เป็นสิ่งที่ดีด้วยเช่นกัน!”
(It’s good to have money and the things that money can buy, but it’s good, too,  to check up once in a while and make sure that you haven’t lost the things that money can’t buy.)  -George Lorimar-

ดังนั้นจงมีวินัยในการดำเนินชีวิตเรื่องการหาเงินทอง และการใช้เงินทองอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักการของพระเจ้าดังที่ปรากฏอยู่ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์

 ขอปิดท้ายด้วยคำพูดของ Joe Biden ที่ว่า…

“ไม่ต้องบอกผมว่าค่านิยมในชีวิตของคุณคืออะไร แค่แสดงรายรับและรายจ่ายของคุณให้ผมดู ผมจะบอกคุณได้ในทันทีว่า ค่านิยมชีวิตของคุณคืออะไร!
(Don’t tell me what you value, show me your budget,  and I’ll tell you what you value.)

พี่น้องที่รัก ….

อย่าลืมถามตัวเองอีกครั้งว่า

“ฉันกำลังใช้จ่ายเงินไปกับอะไร?  อะไรคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตของคุณ?” และสิ่งที่คุณจ่ายไปนั้น คุ้มค่ากับนิรันดร์กาลหรือไม่?

 “เพราะว่าทรัพย์สมบัติของพวกท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย”  (ลูกา 12:34)

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ researchtree.in)

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)