ต.ค. 142017
 

ทำไมต้องมีวินัยในการครองคู่

 “เมื่อชายคนใดเพิ่งมีภรรยา อย่าให้ผู้นั้นออกไปกับกองทัพ หรือมอบงานอย่างใดแก่เขา ให้เขาอยู่บ้านปีหนึ่ง เพื่อเขาจะให้ภรรยาซึ่งเขาได้มานั้นมีความสุข!    (เฉลยธรรมบัญญัติ 24:5)
(When a man is newly married, he shall not go out with the army or be liable for any other public duty. He shall be free at home one year to be happy with his wife whom he has taken.)

ช่างน่าสนใจยิ่งนักที่พระคัมภีร์เดิมได้ให้ความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของสามีที่มีต่อภรรยาของตน

ผู้เป็นสามีต้องมีวินัยในการรักษาความสัมพันธ์แห่งความสุขในบ้านไว้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ผู้ชายที่แต่งงานแล้วต้องใช้เวลา 1 ปีแรกของชีวิตสมรสสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและลึกซึ้งสำหรับชีวิตครอบครัวของตน เขาต้องไม่ออกไปรบ หรือรับมอบหมายงานหน้าที่ใดที่ทำให้เขาต้องห่างไกลภรรยาหรืออาจไม่ได้กลับมาหาภรรยาของเขาอีก แต่เขาต้องทุ่มเทเวลา ทรัพย์สิน และสติปัญญาในการทำให้ภรรยามีความสุข!       

แม้แต่คนที่มีคู่หมั้น ก็ไม่ควรออกไปรบ เพราะอาจตายโดยที่ทิ้งคู่หมั้นหรือภรรยาที่เพิ่งแต่งไว้ (คนยิวถือว่า ผู้หญิงที่มีคู่หมั้นนั้นก็เหมือนแต่งงานแล้ว การยกเลิกการหมั้นหมายก็คือการหย่าร้างกัน)

“ใครที่หมั้นหญิงไว้เป็นภรรยาแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ให้ผู้นั้นกลับไปบ้านของตน เกรงว่าเขาจะตายเสียในสงคราม และชายอื่นจะได้แต่งงานกับเธอ” (เฉลยธรรมบัญญัติ 20:7 THSV11)

ผู้ชายที่หมั้น หรือผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะต้องรับผิดชอบสร้างหลักประกันแห่งชีวิตสมรสของเขาให้มีความมั่นคงที่สุด บ้านของเขาต้องเป็นชุมชนแห่งความสุขที่ปลอดจากการหย่าร้าง  เพราะพระเจ้าเกลียดชังการหย่าร้าง!

การหย่าร้างเป็นผลมาจากความมีใจแข็งกระด้างของบางคน ที่ไม่พยายามรักษาครอบครัวไว้ให้ถึงที่สุด ทำให้ครอบครัวต้องอับปางจบสิ้นลง แม้ว่าอีกคนต้องการจะรักษาไว้ก็ตาม การหย่าร้างจึงทำลายรากฐานของสังคมและประเทศชาติ  (ฉธบ.24:2-4;มธ.19:8-9;ลนต.18:20;มลค.2:14-16)  เพราะทำให้สัมพันธภาพของคนในสังคมสับสนอลหม่าน เมื่อมีการหย่าร้างแล้วแต่งงานกันใหม่ แล้วก็หย่าร้างอีก แล้วก็ไปแต่งใหม่กับอีกคนหนึ่ง  เป็นเช่นนี้ ไปเรื่อย ๆ สถาบันครอบครัวก็อ่อนแอและผุพังลงอย่างไม่เป็นท่า และนำปัญหานานาประการมาสู่สังคม

เหมือนที่ได้เห็นชัดในยุคนี้ ที่สถาบันครอบครัวกำลังจะล่มสลายกันแล้ว เพราะคู่สมรสขาดวินัยในการรักษาครอบครัวของตน จึงสูญเสียคู่สมรสไปอย่างน่าเสียดายและเสียใจ คงคล้ายๆ กับคนที่สูญเสียฟันหรือเหงือก เพราะไม่มีวินัยในการรักษาฟันหรือทำความสะอาดฟัน คือไม่แปรงฟัน หรือไม่ใส่ใจในการแปรงฟันให้ถูกวิธี ปล่อยปละละเลยฟัน จนฟันต้องจากลาไปอย่างน่าเจ็บปวดใจและกาย

ในสมัยโบราณนั้น ผู้ชายเป็นตัวหลักในการตัดสินใจหย่า แต่ในปัจจุบันนี้ เริ่มกลับกัน เพราะสถิติยืนยันว่า ผู้หญิงมักเป็นฝ่ายขอหย่า และหย่าอย่างฉับพลัน แบบผู้ชายตั้งตัวไม่ทัน!) ดังนั้น คนในยุคปัจจุบันนี้ ต้องกลับไปตระหนักถึงความสำคัญของปีแรกของการแต่งงาน คู่สมรสทุกคู่ต้องมีวินัยในการร่วมกันสร้างครอบครัว ให้มีการตอกเสาเข็มแห่งความรักและความสุขให้ลงลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

 คำเตือนสำหรับคู่สมรสในยุคนี้!      

  • อย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาห่างเหินกันเพราะงาน/อาชีพ
    อย่าให้ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาเหินห่างกันเพราะบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน เจ้านาย  ลูกน้อง หรือแม้แต่ลูก
  • อย่าให้ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาต้องห่างเหิน หรือเมินเฉยต่อกัน เพราะงานรับใช้ ไม่ว่าจะในนามของอะไร หรือของใคร แม้แต่ในนามของพระเจ้า
  • อย่าอ้างพระเจ้าเพื่อให้ความชอบธรรมกับการรับใช้ใดๆ ที่ทำให้ครอบครัวของคุณล่มสลาย

งานรับใช้พระเจ้าที่สำคัญอย่างยิ่งคือการรักษาครอบครัวของคุณให้คงอยู่หรือหากสูญเสียไป ก็จงกอบกู้ครอบครัวของคุณกลับคืนมา!

อย่างไรก็ตาม หากว่าคุณได้สูญเสียครอบครัวของคุณไปแล้ว และไม่อาจกอบกู้กลับคืนมาได้ ก็ขอให้คุณอุทิศทั้งชีวิตเพื่อพระองค์ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้เกิดคุณค่าต่อแผ่นดินของพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้รับใช้และคนของพระเจ้า โดยช่วยพวกเขาให้เริ่มต้นให้ถูกต้อง และดำเนินต่อไปอย่างมั่นคงมีสุข ไม่ให้ต้องเสียใจอย่างที่เราประสบ สิ่งที่คุณทำจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้ายิ่งนัก!    

สำหรับคนที่ยังมีสามีหรือภรรยาอยู่ จงมีวินัย ในการให้เวลา ให้ความสนใจ ให้ความใส่ใจ ให้ความรักและความสุขแก่คู่สมรสของคุณ  ก่อนที่คุณจะไม่มีคู่สมรสเหลืออยู่ให้รักอีกต่อไป!

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Edmund Blair Leighton painting) 

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)