ต้องทำอย่างไรจึงจะทำงานร่วมกันได้?

ต้องทำอย่างไรจึงจะทำงานร่วมกันได้?

“เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันทุกเรื่อง เพื่อจะเมตตากรุณาต่อกันและกันได้!”

(We don’t have to agree on everything to be kind to one another.)

คนเราไม่เหมือนกัน ดังนั้น คนเราแต่ละคนย่อมคิดไม่เหมือนกัน เมื่อเราอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะในบ้าน ในโบสถ์ ที่โรงเรียน หรือในที่ทำงาน  เราต้องเตรียมใจได้เลยว่า เราต้องเจอะเจอคนที่คิดหรือมีวิถีคิดไม่เหมือนเรา

หากเราตระหนักในเรื่องนี้จริงๆ เราจะไม่หัวเสีย หงุดหงิด หรือสิ้นหวังในบุคคลใดๆ เพราะว่าพระเจ้าเองทรงเป็นผู้เจตนาสร้างพวกเขาให้แตกต่างจากตัวเรา ไม่ใช่เพื่อให้เขามาเปลี่ยนตัวเราให้เป็นเหมือนเขา หรือให้เราไปเปลี่ยนตัวเขาให้เป็นเหมือนอย่างตัวเรา! แต่พระองค์ทรงประสงค์ให้เราเรียนรู้จักที่จะเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างเหล่านั้น ไม่ใช่ให้ต่อสู้ ปฏิเสธ หรือยอมแพ้!

ฉะนั้น หากเรารักพระเจ้าจริงๆ และมีความสัมพันธ์ (Relationship) ที่ถูกต้องใกล้ชิดพระเจ้าจริงๆ เราจะมีความเป็นผู้ใหญ่ในการแยกแยะข้อเท็จจริงนี้ และเราพร้อมที่จะแสดงความรักต่อพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ คือยอมรักกันและกัน รวมทั้งให้รักคนที่ไม่น่ารัก (อย่างเราด้วย)

“บัญญัติของเราคือให้พวกท่านรักกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักท่าน”  (ยอห์น 15:2)

 “สิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ก็คือ จงรักกันและกัน”  (ยอห์น 15:17)

ด้วยเหตุนี้ เราไม่มีข้อแก้ตัวอันใดที่ชอบธรรม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างที่จะเกลียดชังและไม่รักพี่น้องของเรา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน (ในบ้าน ในโบสถ์ ในโรงเรียน หรือในที่ทำงาน)

“ถ้าใครกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” แต่ใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน เขาเป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่มองเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่มองไม่เห็นไม่ได้ พระบัญญัตินี้เราได้มาจากพระองค์ คือให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย”  (1ยอห์น 4:20-21)

ขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า …ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนหรือทำงานกับผู้ใด เราอาจจะพบคนที่มีความคิดไม่เหมือนกันกับเราในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่เสมอ แต่มีเรื่องหนึ่งที่เราต้องคิดเหมือนกัน นั่นคือ เราต้องรักและเมตตาต่อคนที่พระเจ้าประทานมาให้แก่เรา  ( ไม่ว่าจะในบ้าน ในที่ทำงาน ที่สถานศึกษา หรือในโบสถ์) เพราะว่า คนเหล่านี้คือ คนที่พระเจ้าทรงรักเหมือนกับที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงประสงค์ให้เรารักพวกเขาเหมือนกับที่พระองค์ทรงรักเรา!

คุณจึงไม่มีทางเลือกอื่น

  1. คุณต้อง พิสูจน์ให้เห็นว่า คุณอยู่ฝ่ายพระเจ้าด้วยการรักคนเหล่านั้น หรือ
  2. คุณเปิดเผยว่า คุณไม่ได้อยู่ฝ่ายพระเจ้า แต่คุณอยู่ฝ่ายมาร ด้วยการเกลียดชังหรือไร้ความเมตตาต่อเขา

วันนี้ คุณคงตัดสินใจได้แล้วนะครับว่า คุณจะอยู่ฝ่ายไหน?

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Quora.com)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.