ธ.ค. 142009
 

p-joสวัสดีครับ (15 ธันวาคม 2009)

พอวันที่ 1 ธันวาคม บ้านผมก็จะเริ่มจัดต้นคริสตมาสกันทันที เป็นแบบนี้ตั้งแต่จำความได้ เพราะที่บ้านเป็นคริสเตียนทั้งบ้าน คริสตมาสจึงเป็นเทศกาลที่อบอุ่นและมีความสุขมาก มันถูกปลูกฝังลงไปในครอบครัวตั้งแต่เกิด อย่างที่ผมกับพี่น้องอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆ ไม่ได้อวดอ้างนะครับ แต่มันคือเรื่องจริง ทั้งหมดที่อยากจะกล่าวคือ… ขอบคุณพระเจ้าครับ ที่พ่อ แม่และ คุณยาย ของผมเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัด ปลูกฝังให้ผมตั้งแต่เป็นอนุชน ให้เรียนพระคัมภีร์วันอาทิตย์ (Sunday school) ที่โบสถ์วัฒนา สุขุมวิท19 แทบทุกวันอาทิตย์ สมบัติที่พ่อแม่ให้ผมที่ดีที่สุดชิ้นแรกตั้งแต่เกิด คือความเป็นคริสเตียนครับ เดี๋ยวผมจะค่อยๆเล่าให้ฟังว่าต่อๆมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ช่วงแรกๆ แน่นอนครับ ผมเป็นคริสตาม คือเป็นไปตามๆที่ถูกหล่อหลอมมา เข้าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ตามที่พ่อแม่ต้องการ  แต่ในขณะที่ผมกับเจ และพี่แจน เป็นคริสตาม ตามพ่อแม่ไปโบสถ์ สิ่งที่ผมได้อย่างแรกคือการร้องเพลงครับ เราจะร้องเพลงเป็นก่อนเพื่อนๆทั่วไปเพราะ Sunday school นี่แหละ สอนเราร้องเพลงตั้งแต่ 5 ขวบ ร้องไปทำไมครับ ก็เพื่อไปโชว์ให้ผู้ใหญ่ที่ในวิหารของโบสถ์ฟัง เดือนละอย่างน้อยสองครั้ง ผู้ปกครองก็จะปลื้ม มองลูกหลานตัวเองร้องเพลงนมัสการ แหมมันเกินจะบรรยายจริงๆสำหรับความสุขใจตรงจุดนั้น  นอกจากจะให้พวกเราเด็กๆร้องเพลงเกี่ยวกับพระเจ้าแล้ว ยังมีการปลูกฝังเรื่องราวของพระเจ้า ให้เรามีเมล็ดพันธุ์ที่จะเติบโตฝ่ายวิญญาณเป็นคริสเตียนที่ดี ไม่ใช่คริสเตียนที่เตียนโล่งไม่เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเลย  ร้องเพลงทุกอาทิตย์ครับเป็นเวลานาน จนเริ่มโตพอที่จะดื้อไม่ไปโบสถ์เพราะเบื่อ หรือบางครั้งก็ไปเพื่อเอาใจแม่ หวังว่าหลังเลิกโบสถ์จะขอตังแม่ไปเที่ยว Tea dance ต่อ ….แสบมั้ยครับ นี่แหละมนุษย์ แต่นั่นคือจุดที่ทำให้ผมชอบร้องเพลง ชอบดนตรี และมีพื้นฐานกว่าคนรุ่นเดียวกัน

ทุกวันนี้ผมกลับมาหา มาคืนดีกับพระเจ้าได้ประมาณจะ 5 ปีแล้วครับ ช่วงคึกคะนองของชีวิต ผมใช้ชีวิตแบบไม่มีศาสนา หรือแค่เรียกตัวเองว่าเป็นคริสเตียน แต่จิตวิญญานไม่โตเลย อายุ 20 หรือ 30 จิตวิญญานก็โตเท่ากับวัยตอนเรียน Sunday school นั่นแหละ  5 ปีที่ผ่านมาผมพูดได้เต็มปากว่า ตอนนี้ผมเป็นคริสเตียนที่รักพระเจ้า พระเจ้าไม่เคยโกรธผมเลย ไม่ว่าผมจะทำอะไรที่แย่ๆ พระองค์ยังให้ความรักผ่านผมโดยให้ทำอาชีพเต้นกินรำกิน ร้องเพลงให้คนอื่นมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นแบบบอยด์แบนด์ หรือ ร๊อคแบนด์ก็ตาม สุดท้ายการที่ผมได้หัดร้องเพลงจากตอน 5 ขวบใน Sunday school นั้นมันกลายเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวผมไปอย่างไม่รู้ตัว ถึงจะล้มลุกคลุกคลานบ้างอะไรบ้าง ก็มาถึงวัยกลางคนที่ได้รับพระพรอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ผมรู้ละ ว่าผมต้องทำอะไรต่อไปในชีวิตที่เหลืออยู่ ดังนั้นทุกๆคริสตมาสที่ผ่านมาของผมจะมีความหมายอย่างมากมาย

christmas-tree

ถึงแม้ว่าผมจะแยกตัวออกมาจากบ้านพ่อแม่มานานมากแล้ว ผมก็จัดต้นคริสตมาสที่บ้านคนเดียวเสมอ  ฟังดูเหงามั้ยครับ? ไม่หรอกครับบางปีก็มีสาวๆใจดีมาช่วยจัดบ้างอะไรบ้างงี้  บางทีสาวเจ้าก็ไม่รู้ความหมาย แต่ตรงนั้นไม่ใช่ประเด็นครับ เราไม่พูดถึง ซื้อใหม่ทุกปีครับพวกเครื่องประดับต้นตริสตมาส ไอ้โน้นแตกบ้างไอ้นี่ฝุ่นจับจนไม่ใหวบ้าง มันสนุกและสุขใจตรงได้ทำสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ห้าขวบนี่แหละ …ปีนี้ผมเลือกต้นคริสตมาสสีขาวครับ มีลูกตุ้มสีฟ้าสลับแดง ใส่ไฟขาว แหม ยิ่งอายุมากยิ่งมี Style และเมื่อจัดเสร็จ สิ่งต่อไปก็ต้องมีเพลงครับ เพลงคริสตมาส ที่ต้องเริ่มเปิดเมื่อเข้าบ้านให้มันกรุ่นๆ ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม กันไปเลย ที่สำคัญของขวัญที่เราจะให้ใคร ก็ต้องวางใต้ต้นไม้ใว้ล่วงหน้า  เรียกว่าเปิดกันตอนวันที่ 24 ธันวาคม รับรองชื่นใจสุดๆ ผมอยู่คนเดียวก็วางของหลานๆ ของเพื่อนๆ แล้วก็ถ่ายรูปส่งให้ดูทาง bb กันไปก่อน

มีเรื่องที่น่าสนใจในตอนไปเลือกซื้อเพลงคริสตมาสครับ ผมเป็นคนไม่ชอบของผิดกฎหมาย ซื้อของจริงเถอะ เพลงคริสตมาสน่ะ แล้วจะได้รับพร ผมไปดูที่แผนกซีดีเพลง ปรากฎว่ามีให้เลือกมากจนงง มีแบบ Chill  แบบ Jazz โอลิเวีย นิวตันจอห์นก็มี แบบภาษาฝรั่งเศษก็มี แบบรวมฮิตชุด wow!  It s Christmas time!!! อันนี้เก่าแบบดนตรียุค 80 บางคนอาจชอบ แต่ผมเฉยๆ คือมันต้องถูกใจเรากับบ้านเรานะครับ หรือพอลองเปิดฟังแบบพวก Chill มันดันไปชอบการเล่นดนตรีจนด้านจิตวิญญานหาย เลยตัดสินใจเอานี่เลยครับ Bing Crosby ในเพลง White Christmas …หรือ Ella Fitzgerald ในเพลง Rudolph The Red-Nose Reindeer ถึงเสียงจะ mono แต่ feel ได้แน่นอนครับ

ผมอยากให้ท่านทั้งหลายเห็นความหมายของวันคริสตมาสผ่านสายตาของผม หรือสายผ่านสายตาของคริสเตียนท่านอื่นดูบ้าง ไม่อยากให้เห็นคริสตมาสเป็นแค่งานรื่นเริงในหน้าหนาวแล้วก็เมากันไปเรื่อยๆเฉยๆ ผมยังรู้เลยวันที่ 10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ คืออะไร วันวิสาขบูชาคืออะไร คุณลองมาค้นหาความหมายของวันคริสตมาสดูจริงๆจังๆซักทีซิครับ … ดังนั้นอย่าพลาด วันที่ 20 ธันวาคม เวลา 16.30 – 20.30 น. ที่สวนเบญจกิติ (4 แยกอโศก) ผมจะเล่าให้คุณฟังจากปากผมเองว่าพระเจ้าทรงส่งพระเยซูลงมาทำไม ….ฟรีครับ อาหารก็พร้อมฟรีหมด ฟังเหมือนเอาอาหารฟรีมาล่อ แต่รับรองคุณจะได้กลับไปมากกว่าอาหาร แล้วคริสตมาสปีนี้ของคุณจะมีความสุขกว่าทุกครั้ง…..ขอพระเจ้าอวยพรครับ

(CJ โจ จิรายุส วรรธนะสิน)

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • ตัดตอนมาจากบทความที่โจเขียนลงใน นสพ.คมชัดลึก วันที่ 15 ธันวาคม 2009
  • อธิษฐานให้วันนั้นเรื่องราวการเสด็จมาของพระเยซูจะถูกถ่ายทอดออกไป ในรูปแบบความรักของเราต่อผู้ที่มางาน เผื่อโจเป็นพิเศษที่จะมีชีวิตเป็นพยานที่ดีเพื่อแผ่นดินของพระเจ้า
  • ขอการปกป้องของพระเจ้าเหนือทุกคนที่มาในงาน เผื่อสมาชิก CJ ที่ร่วมรับใช้ทุกคน เผื่อสถานที่และเจ้าหน้าที่ของ กทม.ด้วยค่ะ – ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
 Posted by at 10:10 pm

  2 Responses to “Christmas song”

  1. พี่โจ เกิดทัน Tea dance เหรอคะ? หนูยังแค่ Coke dance เอง..เหอ ๆ ๆ ๆ

  2. อากาศก็ดี วิวก็สวย ใครพลาดก็เสียดายสุดๆ..(ไปเลย)ครับ

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.