ทำไมจึงต้องเยี่ยมเยียน

ทำไมจึงต้องเยี่ยมเยียน? (การเยี่ยมเยียนคือพระมหาบัญชา)
“เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว28:19-20)
 (
Go therefore and make disciples of all nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit, teaching them to observe all that I have commanded you. And behold, I am with you always, to the end of the age.”)

พระมหาบัญชาสุดท้ายต่อสาวก ก่อนพระเยซูคริสต์เสด็จสู่สวรรค์คือ ให้พวกเขาออกไปนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของพระองค์

“ท่านทั้งหลาย จงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค”

พระองค์สัญญาว่า จะสถิตอยู่กับพวกเขา และประทานฤทธานุภาพของพระองค์ให้แก่พวกเขาจนกว่าพวกเขาจะสำเร็จเสร็จสิ้นภารกิจที่พระองค์ทรงมอบหมาย นั่นคือ  “ออกไปสร้าง(คนอื่น ๆ) ให้เป็นสาวกของพระองค์ผ่านการประกาศข่าวประเสริฐ บัพติศมาพวกเขาและสอนพวกเขาให้ถือรักษาถึงสิ่งสารพัดที่พระองค์ตรัสสอนและได้ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างแล้ว เราเรียกการส่งสาวกออกไปประกาศและสร้างสาวกนี้ว่า “Mission”  ซึ่งมาจากคำภาษาลาตินแปลว่า “ส่งออกไป (to send)

และที่น่าสนใจก็คือ คำว่า “เยี่ยมเยียน” (Visit)ก็มาจากคำภาษาลาตินที่แปลว่า “ไป” (to go) ด้วยเช่นกัน
                “มิชชันนารี” หมายถึง “คนที่ถูกส่งออกไป” (who is sent)
                “ผู้เยี่ยมเยียน” หมายถึง “คนที่ออกไปหา” (goes)
และทั้ง 2 จึงต้องไปด้วยกันแบบแทบแยกออกจากกันไม่ได้เลย เราทุกคนต่างล้วนรับรู้กันถ้วนหน้าแล้วถึงความสำคัญของการสร้างสาวก แต่ไม่ค่อยกล่าวถึงความสำคัญของการเยี่ยมเยียน  แล้วทำไมการเยี่ยมเยียนจึงสำคัญ? เราพอจะตอบได้ดังนี้  “การเยี่ยมเยียน” สำคัญเพราะ

1.การเยี่ยมเยียนเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้นมา พระเจ้าทรงเริ่มเยี่ยมเยียน อาดัม และเอวาตั้งแต่อยู่ในสวนเอเดนแล้ว

ปฐมกาล 3:8-9 “เวลาเย็นวันนั้น เขาทั้งสองได้ยินเสียงพระยาห์เวห์พระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน ชายนั้นกับภรรยาของเขาก็ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้กลางสวนให้พ้นจากพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้า พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเรียกชายนั้นและตรัสถามเขาว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน?” 

ทั้งๆ ที่พวกเขาทำบาป แต่พระเจ้าก็ไม่ทรงทอดทิ้งพวกเขา แต่กลับเสด็จมาเยี่ยมพวกเขาเป็นส่วนตัว ให้โอกาสแก่เขา ตรัสเรียกสนทนากับพวกเขา และปกปิดความน่าอับอายของพวกเขาให้ และพระเจ้าทรงสัญญาว่า จะส่งพระผู้ไถ่มาหาพวกเขาเพื่อช่วยกู้พวกเขาให้กลับมาหาพระองค์ใหม่อีกครั้ง

“พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงทำเสื้อด้วยหนังสัตว์ให้อาดัมและภรรยาของเขาสวมปกปิดกาย” (ปฐก.3:21)

ปฐมกาล 3:15  “เราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นศัตรู ทั้งพงศ์พันธุ์ของเจ้า และพงศ์พันธุ์ของนางด้วย เขาจะทำให้หัวของเจ้าแหลก และเจ้าจะทำให้ส้นเท้าของเขาฟกช้ำ”

2.การเยี่ยมเยียน เป็นการเชื่อมสัมพันธภาพและติดต่อสื่อสารระหว่างพระเจ้าและคนของพระองค์รวมทั้งกับคนอื่นๆ ตัวอย่าง

   1) พระเจ้าเยี่ยมเยียนอับราฮัมเพื่อเตรียมตัวท่านสำหรับเป็นบิดาของบรรดาประชาชาติ (ปฐก.17:1-22)
    2) พระเจ้าเยี่ยมเยียนโมเสสที่พุ่มไม้ที่ติดไฟแต่ไม่ ไหม้(ในบริเวณภูเขาซีนาย)เพื่อเรียกเขาให้เป็นผู้นำคนอิสราเอลทั้งหมด (อพย.3:1-22)
    3) พระเจ้าทรงเยี่ยมเยียนโลกนี้ เพื่อช่วยคนในโลกนี้ให้รอดทางพระบุตร (ลก.1:78)

3.การเยี่ยมเยียนเป็นวิธีการหลักที่พระเยซูคริสต์ทรงใช้

  1.  พระเยซูคริสต์ทรงมักไปเยี่ยมเยียนตามหาพบปะผู้คน (ยน.1:43;2:1-2;3:22)
  2. พระเยซูคริสต์กระทำกิจอัศจรรย์ครั้งแรกในงานเลี้ยงสมรสในบ้าน (ยน.2:3-11)
  3. พระเยซูคริสต์ไปเยี่ยมบ้านเปโตรและรักษาแม่ยายของเขา (มก.1:29-31)
  4. พระเยซูไปเยี่ยมบ้านซักเคียสคนเก็บภาษีและทานอาหารร่วมกับเขาและเพื่อนๆในวงการ (ลก.19:1-  10)
  5. พระเยซูคริสต์ ส่งสาวกเป็นคู่ๆ ออกไปเยี่ยมเยียนตามบ้าน (มก.6:6ข-13)
  6. พระเยซูคริสต์มักทรงออกนอกทางแวะช่วยเหลือผู้คนในขณะที่กำลังทรงอยู่บนเส้นทางไปเยี่ยมเยียนคนบางคน (ไม่ว่าจะโดยช่องทางใด) ตัวอย่าง แวะช่วยหญิงชาวสะมาเรียที่แอบมาที่ตักน้ำในตอนเที่ยงให้รอด รวมทั้งชาวสะมาเรีย (ยน.4:1-42)
  7. พระเยซูคริสต์ทรงใช้การเยี่ยมเยียน เพื่อพบปะหนุนใจมิตรสหายของพระองค์ตามบ้าน (ลก.10:38-42)  เช่น พระเยซู ไปเยี่ยมหนุนใจ 3 พี่น้องถึงบ้านคือ มารธา มารีย์ และลาซารัส

จึงกล่าวได้ว่า พระเยซูกระทำพันธกิจโดยออกเยี่ยมเยียนในที่ๆ มีคนอยู่   และหลายคนชีวิตเปลี่ยนไปเมื่อ ได้ยินพระองค์ตรัสสอนและได้สัมผัสกับความรักและฤทธิ์เดชของพระองค์

4.การเยี่ยมเยียนเป็นวิถีที่คริสตจักรยุคแรกปฏิบัติกันเป็นดีเอ็นเอหลัก
1) อัครฑูตออกเดินทางเยี่ยมเยียนพี่น้องและผู้สนใจ
       ก. เยี่ยมผู้เชื่อในพระคริสต์ ตัวอย่าง

  • เปโตร -เยี่ยม โดรคัส –กิจการ 9
  • เปาโล -เยี่ยมหลาย ๆ คน- กิจการ 20
  • ยอห์น -ตั้งใจและคงไปเยี่ยม กายอัส -3ยอห์น 1:1,13-14

        ข. เยี่ยมผู้สนใจ จนรับเชื่อ
            •เปโตร  -เยี่ยม นายร้อย โครเนลิอัส -กิจการ10
   2) คริสตจักรยุคแรกใช้การเยี่ยมเยียนเป็นพันธกิจ-ช่วยเหลือ/หนุนใจ/ประกาศ/ตั้งคริสตจักรใหม่ รวมทั้งแก้ปัญหา
       ก. คริสตจักรที่เยรูซาเล็ม- กิจการ 2:46;8:4;11:19-26;14:21-28;15:22-41
       ข. คริสตจักรที่อันทิโอก -กิจการ 13:1-5;15:1-4

ผลจากการเยี่ยมเยียนด้วยวัตถุประสงค์และรูปแบบที่หลากหลายกัน ต่อกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ในนามของพระคริสต์ ทำให้ คริสตจักรแข็งแรงเติบโต และมีจำนวนผู้เชื่อทวีเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากมาย

 กจ. 6:7  “การประกาศพระวจนะของพระเจ้าก็เจริญขึ้น และจำนวนสาวกก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในกรุง เยรูซาเล็ม และพวกปุโรหิตจำนวนมากก็มาเชื่อถือ”

กจ. 15:41 “ท่านเข้าไปในแคว้นซีเรียกับแคว้นซิลีเซียหนุนใจคริสตจักรให้เข้มแข็งขึ้น”

กจ. 16:5 “คริสตจักรทั้งปวงจึงเข้มแข็งในความเชื่อ และคริสตสมาชิกก็เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน”

จนผู้เชื่อในยุคแรกได้ชื่อว่า เป็นพวกคว่ำโลก! (กิจการ 17:6 )

วันนี้ ขอให้พวกเรา มาร่วมกันเป็นพวกคว่ำโลกคว่ำแผ่นดินเพื่อช่วยคนไทยให้รอดกันจะดีไหมครับ?

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Clipart Panda)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.