ธ.ค. 202009
 

Fireบัดนี้ พระเจ้าผู้ได้สร้างท่านยาโคบ พระองค์ผู้ได้ทรงปั้นท่าน อิสราเอลตรัสดังนี้ว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว เราได้เรียกเจ้าตามชื่อ เจ้าเป็นของเรา เมื่อเจ้าลุยข้ามน้ำ เราจะอยู่กับเจ้า เมื่อข้ามแม่น้ำ น้ำจะไม่ท่วมเจ้า เมื่อเจ้าลุยไฟ  เจ้าจะไม่ไหม้  และเปลวเพลิงจะไม่เผาผลาญเจ้า (อิสยาห์ 43:1-2)

สวัสดีค่ะ (21 ธันวาคม 2009)

ข้อพระคำด้านบนลงอยู่ในสูจิบัตรโบสถ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2006 ก่อนเกิดเหตุไฟใหม้บ้านพักคนงานฝั่งตรงข้ามโบสถ์ที่มีถนนซอยเล็กๆคั่นเพียง 5 วัน – วันนั้นเป็นวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2006 ขณะที่สมาชิกกำลังรับประทานอาหารเย็นก่อนชั้นเรียนพระคัมภีร์ จู่ๆก็มีเสียงร้องดังว่า “ดูโน่นสิ ไฟไหม้ๆ” พร้อมกับชี้ไปที่ด้านหลังบ้านพักคนงานตรงข้ามโบสถ์ ต้นเพลิงเป็นบ้านของคนในซอย เราเห็นเปลวไฟพลุ่งขึ้นมา แต่ดูเหมือนยังอยู่อีกไกล จึงเย็นใจคิดว่าเดี๋ยวก็ดับได้

พักใหญ่ลมก็เปลี่ยนทิศ พัดโหมมาทางบ้านพักคนงาน และทวีความรุนแรงขึ้น…. ไฟกำลังมุ่งมาที่โบสถ์…. กว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เราเห็นกับตา ท้ายบ้านพักคนงานที่เป็นเรือนแถวสังกะสีเริ่มติดไฟ คนงานนับร้อยๆแตกฮือขนข้าวของวิ่งเข้ามาในโบสถ์ ลานจอดรถเต็มด้วยผู้คน ถังแก๊ส ตู้โต๊ะ เครื่องซักผ้า ข้าวของเครื่องใช้  และไฟดับมืด น้องๆผู้ชายวิ่งข้ามถนนไปช่วยคนงานขนของ นำเด็ก และคนแก่ข้ามมาอยู่ที่โบสถ์

เราเห็นไฟใหม้อย่างรวดเร็วไกล้เข้ามาทุกที ต่อหน้าต่อตาเปลวไฟสูงเท่าตึกสามชั้น ความร้อนที่แผ่ออกมาสัมผัสได้บนผิวของเรา เสียงถังแก๊สระเบิด ภาพและเสียงประทุของไฟทำให้เรากลัว เราช่วยขนของออกจากสำนักงานด้านหน้าที่เป็นคริสตจักรเด็กมาใส่ตามรถสมาชิก เพราะกระจกและอุณหภูมิในห้องร้อนจนอยู่ไม่ได้ สุนัขหลายตัวของเราต้องให้แต่ละคนอุ้มหรือจูงเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน ขณะเดียวกันก็ต้องหาคนคอยเฝ้าข้าวของและประตูอาคาร เพราะมีขโมยแอบแฝงเข้ามาด้วย ที่เหลือคืออธิษฐานฝากไว้กับพระเจ้า เพราะเรามีทางออกเพียงทางเดียว คือด้านหน้าที่ไฟกำลังโหมไหม้มาถึง

รถดับเพลิงมาถึง แต่ไม่มีน้ำ หัวจ่ายน้ำแดงๆที่เคยอยู่ริมถนนก็ถูกรถชนพังหายไปนานแล้ว ไม่มีน้ำดับไฟ! ทำยังไงดี? เพื่อนนักข่าวบนเฮลิคอปเตอร์โทรมาบอกว่าลมแรงมาก โบสถ์ต้องโดนไฟใหม้แน่ๆ เตรียมหนีเถอะ เรายังคงอธิษฐานต่อไป เราอธิษฐานเผื่อเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่รั้วอยู่ติดกับบ้านพักคนงานด้วย พี่น้องของเราพอทราบข่าวก็วิ่งลุยฝ่าฝูงชนเข้ามาเพิ่มพลังขึ้นเรื่อยๆ ไฟใหม้มาจนถึงประตูใหญ่หน้าที่พักคนงาน ตรงข้ามประตูโบสถ์ห่างไปไม่เกิน 5 เมตร

พระเจ้าทรงดูแลลูกๆของพระองค์ ทันทีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงชี้ไปที่สระว่ายน้ำในโบสถ์ ทุกคนต่างช่วยกันต่อสายเครื่องสูบน้ำ สูบน้ำจากสระไปต้านเปลวเพลิงที่กำลังโหมหนักเข้ามา น้ำยั้งไฟได้ระดับหนึ่ง แต่ดูจากสภาพการณ์แล้ว ไม่มีทางรอดแน่ หลายคนตกใจกลัวทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งร้องไห้ พี่น้องเราตามที่ต่างๆพอทราบข่าว ต่างก็ระดมช่วยกันอธิษฐาน (ไกลไปถึงทั้งวิทยาลัยพระคริสตธรรมพะเยาโน่น)

แต่จู่ๆต่อหน้าต่อตาเรา ลมพัดเปลี่ยนทิศ พัดไฟกลับไปทิศตรงข้ามและเริ่มอ่อนกำลังลง จนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมอยู่ แต่กว่าไฟจะมอดหมดก็เกือบเช้าวันใหม่

สิ่งที่เราเห็นในเช้าวันรุ่งขึ้นคือบ้านพักคนงานทั้งหมดพื้นที่กว่า 3 ไร่ ดำราบเป็นหน้ากลอง เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามรั้วไหม้หมด ตัวบ้านเสียหายไปเกือบครึ่ง ที่อัศจรรย์ที่สุดและพวกเราเป็นพยานเห็นกับตาคือ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นริมรั้วด้านหน้าโบสถ์ที่ยื่นออกไปถึงฝั่งตรงข้าม แม้สักใบก็ไม่โดนไฟไหม้!!!…(ไม่อยากคิดว่าถ้าใบไม้แห้งใบเดียวติดไฟจะเกิดอะไรขึ้น) และเราได้เห็นพี่น้องของเรามีโอกาสสำแดงความรักของพระเจ้า ออกไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็นมาแจกจ่ายให้กับคนงานที่หนีไฟข้ามมา เราเรียนรู้เรื่องการวางใจในพระเจ้า เราเรียนรู้ว่าเมื่อยามคับขันเราควรตอบสนองอย่างไร เราเห็นน้ำใจของพี่น้องที่วิ่งข้ามไปช่วยคนงานขนของหนีไฟ เราเห็นพลังยิ่งใหญ่ของการอธิษฐาน

มองย้อนกลับไปทีไร เห็นแต่พระหัตถ์ของพระเจ้าที่ปกอยู่เหนือเหตุการณ์ทั้งสิ้น เป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวแต่ล้ำค่ายิ่งสำหรับพี่น้อง CJ ที่อยู่ด้วยกันในค่ำคืนนั้น ….เรารอดมาได้อย่างอัศจรรย์ เพราะพระเจ้าดูแลปกป้องตามที่พระองค์แจ้งไว้ล่วงหน้าในอิสยาห์ 43:2 ทุกประการ – ฮาเลลูยา ลูกๆของพระองค์ สรรเสริญพระองค์

(CJ ป้านุ้ย)

ข่าวประชาสัมพันธ์

  • พี่น้องที่อยู่ด้วยกันในวันนั้น คงจำกันได้ดี ถึงเราจะกลัว แต่เราไม่หยุดยั้ง อธิษฐานกันจนเสียงแหบ น้ำในสระว่ายน้ำที่ใช้ดับไฟจนเกลี้ยง คือน้ำที่เราใช้ในพิธีบัพติศมาในวันอาทิตย์ก่อนหน้า 16 ธันวาคม 2006
  • เราสัมผัสได้ชัดเจนถึงการปกป้องของพระเจ้า เห็นความรักของพี่น้อง CJ ที่อยู่สู้ด้วยกันจนเช้าวันใหม่ และหนึ่งในพนักงานดับเพลิงวันนั้นคือคุณกายชาติของเรานี่เอง ในที่สุดชาติก็ได้มาเป็นสมาชิก CJ อย่างเต็มตัว
  • เราเห็นพี่กุ้งส่งพนักงานบริษัทไปซื้อข้าวของจำเป็นมาแจกจ่ายคนงานที่ข้ามมาหลบภัย ทุกสิ่งที่เราทำลงไปในคืนนั้น เป็นที่ซาบซึ้งใจแก่เจ้าของบ้านพักคนงานที่ไฟใหม้ เขาได้แต่ซาบซึ้งและขอบคุณคริสตจักรของเรา
  • พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่เสมอ และเป็นพระเจ้าที่….อยู่ใกล้นิดเดียว….ยืนยันได้ – ขอบคุณพระเจ้า

 Posted by at 11:03 pm

  9 Responses to “ไฟใหม้หน้าโบสถ์”

  1. Concert เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สนุกมาก ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพี่กุ้งประธานจัดงาน และขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ร่วมกันรับใช้ – คอยดูภาพจากกล้องพี่หมู และเอกที่จะลงในเว็บของเราเร็วๆนี้

  2. อ่านแล้วก็ยังขนหัวลุกล่ะคับคุณป้า
    รู้สึกได้ถึงไอร้อนของเปลวไฟในคืนนั้น มันร้อนจนน่ากลัวจริงๆ
    ความมหัศจรรย์ในการดูแลของพระองค์ ที่แม้แต่ใบไม้ก็อยู่ครบทุกใบ
    และก็พระเอกของเรา น้ำสระว่ายน้ำ พอดีเชียว ไม่ขาดไม่เกิน
    สุดยอด
    ปล.concertเยี่ยมคับ ชอบจัง

  3. ขอบคุณพระเจ้าค่ะ..มหัศจรรย์มาก อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งค่ะ

  4. ขอบคุณป้าการ์ฟิลด์ค่ะ ที่ทำให้เราระลึกถึงวันที่ 21 ธ.ค อีกครั้งหนึ่ง หญิงเป็นอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์
    วันนั้น ซาบซึ้งถึงความรักของพี่น้อง และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เหนือคำบรรยาย

  5. สรรเสริญพระเจ้า
    พระองค์ทรงสถิตย์อยู่กับเราจริงๆ

  6. เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้ พระเจ้ายิ่งใหญ่จริงๆค่ะ

  7. นู๋…สงสัยว่า ทำไม..ไม่ได้อยู่ด้วย…อ๋อ..ปี 2006..เกิดช้าไปติ๊ดเดียวเอง

  8. นี่เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดมากๆ และควรระลึกถึงวันเก่าที่ผ่าน และรอดด้วยพระคุณของพระองค์ มีใครลืมนึกถึงวันร้ายๆ ที่เรารอดมาได้ ก็อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า และคนที่ทำให้เราเห็นพระคุณ ความรักของพระองค์ด้วยค่ะ

  9. โห ๆ ขอบคุนพระเจ้ามากเรยค๊ะ

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)