เม.ย. 072018
 

พระวจนะแห่งปัญญาและฤทธิ์เดช!

“พระวจนะของพระเจ้าทรงชีวิตและทรงพลานุภาพ พระวจนะของพระเจ้าจะปลดปล่อยคุณให้เป็นอิสระ ปลอบประโลมใจของคุณ เยียวยารักษาและเลี้ยงดูจิตวิญญาณของคุณ!”

(The Word of God is alive and powerful! It will set you free, comfort  you heal  you and feed  your soul.)  -Matthew Hager

พระวจนะของพระเจ้า ให้ปัญญา แต่พระวจนะของพระเจ้ายังเป็นพระวจนะแห่งสิทธิอำนาจที่ยิ่งใหญ่ด้วย อาจารย์เปาโล กล่าวว่า ความเชื่อของเราไม่ได้อยู่ในปัญญาของมนุษย์ แต่อยู่ในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า

“เพื่อความเชื่อของพวกท่านจะไม่ขึ้นกับปัญญาของมนุษย์ แต่ขึ้นกับฤทธิ์เดชของพระเจ้า” (1คร.2:5)

พระวจนะของพระเจ้า เป็นพระวจนะที่มีชีวิต และทรงพลานุภาพ คมยิ่งกว่าดาบสองคม สามารถทะลุทะลวงเข้าไปในจิตและวิญญาณของเรา แม้แต่ในข้อไขในกระดูก สามารถวินิจฉัย ความคิดและทัศนคติในใจของเราได้ด้วย

“เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิด และความมุ่งหมายในใจด้วย”  (ฮบ.4:12)

พระวจนะของพระเจ้า จึงไม่ใช่ถ้อยคำแห่งปัญญาเท่านั้น แต่เป็นถ้อยคำแห่งปัญญาที่ทรงฤทธิ์เดชอนันต์ ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขชีวิตของมนุษย์อย่างเรา ดังนั้น หากเราเติมพระวจนะของพระเจ้าลงในความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา เราก็จะไม่มีที่ว่างเหลือให้มารเติมคำโกหกลงไปในสมองของเราได้อีก!

“พระคริสตธรรมคัมภีร์ ไม่ใช่เป็นถ้อยคำของมนุษย์เกี่ยวกับพระเจ้า แต่เป็นพระวจนะของพระเจ้าเกี่ยวกับมนุษย์”

พระคัมภีร์จึงเป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องมนุษย์เล่มเดียวในจักรวาลที่มองดูมนุษย์ในโลกจากมุมมองเบื้องบนในสวรรค์  และได้รับการดลใจจากพระเจ้าให้เขียนออกมาเพื่อเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์

“พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในความชอบธรรม” (2ทธ.3:16)

เราจึงควรอ่านพระคัมภีร์ให้กระจ่างแจ้งเพื่อจะได้มองให้เห็นมนุษย์ในมุมมองของพระเจ้าอย่างชัดเจน ถูกต้องมากขึ้น… ใช่ครับ!  พระคัมภีร์เป็นพระวจนะแห่งปัญญาและฤทธิ์เดชที่เราทุกคนต้องอ่าน และเข้าใจ หากเราต้องการใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างคุ้มค่า ตรงวัตถุประสงค์ของพระเจ้า พระผู้สร้างมากที่สุด นอกจากนี้ เราควรใช้ชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้าในการเตรียมตัวของเราและคนอื่น ๆ ให้พรักพร้อมสำหรับการทำดีตามพระประสงค์ของพระเจ้าให้เต็มที่ด้วย

“เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง” (2ทธ.3:17)

ขอให้ความคิดของเราถูกครอบครองด้วยพระวจนะของพระเจ้าอยู่เสมอ ดังที่ มาร์ติน ลูเธอร์ เคยกล่าวว่า …. “จิตสำนึกผิดชอบของข้าพเจ้า ถูกครอบครองโดยพระวจนะของพระเจ้า” (My Conscience is captive to The Word of God.)

พระวจนะของพระเจ้า สำคัญต่อเรายิ่งนัก เพราะว่า

  • พระวจนะของพระเจ้าทำให้เราสามัคคีธรรมกับพระเจ้าได้ (ยน.15:7)
  • พระวจนะของพระเจ้าทำให้เราเกิดความเชื่อศรัทธา (รม.10:17)
  • พระวจนะของพระเจ้า ทำกิจควบคู่กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของเรา (ยน.16:13)   และ
  • พระวจนะของพระเจ้า ทำให้เราเรียนรู้จักพระเจ้าและพระทัยของพระองค์อย่างถูกต้อง (มธ.11:28-30)

ดังนั้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้เราจัดเวลาที่จะอ่าน ศึกษา ใคร่ครวญ และปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้าเป็นประจำ เพราะพระวจนะของพระเจ้าให้ทั้งปัญญา และสิทธิอำนาจ ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา และคนในโลกนี้ได้อย่างมหัศจรรย์

…ถ้าเห็นด้วยก็ขอให้พวกเราลงมือทำเลย

จะดีไหมครับ?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

 twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, /twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Blog Bible)

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)