มิ.ย. 022018
 

อะไรคือคุณธรรมทั้ง 7  ที่ควรปลูกฝังให้เด็ก ๆ ?

“ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย  เพราะพระองค์ทรงเป็นความหวังของข้าพระองค์ ทรงเป็นที่วางใจของข้าพระองค์ตั้งแต่เป็นเด็กมา”
(For you, O Lord, are my hope, my trust, O Lord, from my youth.) (สดุดี 71:5 THSV11)

ถ้าเราอยากจะเก็บเกี่ยว เราต้องหว่านก่อน
ถ้าเราอยากจะมีกินในช่วงฤดูที่แห้งแล้ง เราต้องสะสมอาหารไว้ตั้งแต่ในช่วงฤดูที่อุดมสมบูรณ์
ถ้าเราอยากจะมีความรู้มาก เราต้องเรียนรู้อยู่เสมอ ตั้งแต่ในวัยเรียน
ถ้าเราอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หนึ่งผู้ใด เราต้องลงทุนเวลาในการสร้างและพัฒนาสัมพันธภาพกับเขา
ถ้าเราอยากเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และมั่นคง เราต้องวางรากและปูฐานที่แข็งแกร่งตั้งแต่เรายังอยู่ในวัยเด็ก
เช่นเดียวกัน หากเราอยากให้ลูกหลานของเราเติบโตเป็นพลเมืองดี เป็นคริสตชนที่ดี เราต้องเอาใจใส่ ลงทุนใช้เวลาและทุกสิ่งที่เรามีในการสร้างเสริมในการฝึกฝนพวกเขาให้เจริญขึ้นในวิถีที่เขาควรจะเป็นหรือควรจะไป

ดังที่กล่าวไว้แล้ว ในพระธรรมสุภาษิต 22:6

“จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป และเมื่อเขาเติบใหญ่ เขาจะไม่พรากจากทางนั้น”              

( Train up a child in the way he should go; even when he is old he will not depart from it.)

ใช่ครับ เราต้องฝึกเด็ก ให้เดินไปในวิถีที่เขาควรเดินไป
วิถีแห่งคุณธรรม ที่พระเจ้าทรงประสงค์ คือ วิถีที่เราควรฝึกฝนอบรมลูกหลานของเราตั้งแต่พวกเขายังเยาว์วัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปลูกฝังคุณธรรมสำคัญต่อไปนี้ (ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่วัย 5 ขวบ) นั่นคือ

  1. ความซื่อตรง (Honesty)
  2. ความยุติธรรม (Justice)
  3. ความมุ่งมั่น (Determination)
  4. การรู้จักเกรงใจ (Consideration)
  5. ความรัก (Love)
  6. ความกตัญญูกตเวที (Gratitude)
  7. ความศรัทธาในพระเจ้า (Faith in GOD)                       

ตุณธรรมประการแรกคือ ความซื่อตรง (็Honesty)

  • เราต้องช่วยให้เด็กๆ รู้วิถีทางในการพูดความจริง โดยมีผู้ใหญ่อย่างเราทำตัวเป็นแบบอย่างแห่งความซื่อตรงให้เขาได้เห็นเป็นต้นแบบ
  • เราต้องหลีกเลี่ยงการคิด การพูด หรือการกระทำใดๆ ที่ไม่ซื่อตรง เราต้องออกห่าง ละทิ้งพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการไม่ซื่อตรงหรือการหลอกลวงใดให้ลูกๆ หลาน ๆ เห็น
  • เราต้องไม่แสดงการสนองตอบใดๆ แบบเกินเหตุหรือเกินควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่ลูกๆ โกหก แต่จงช่วยเขาให้รู้วิธีที่จะกล้าหาญพูดความจริงออกมาโดยไม่กลัว
  • เราต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เราคือแม่พิมพ์ ที่จะปั๊มตัวลูกๆ ของเราออกมาสู่อนาคต
                     ดังนั้นจงเป็นต้นแบบแห่งคุณธรรมแห่งความซื่อตรงนี้สร้างพวกเขา

ดังนั้นจงเป็นต้นแบบแห่งคุณธรรมแห่งความซื่อตรงนี้สร้างพวกเขา

 คุณธรรมประการที่ 2 คือ ความยุติธรรม (Justice)

  • เราต้องให้ความเป็นธรรมและความยุติธรรมแก่ลูกหลานของเราทุกคน โดยสอนพวกเขาให้รู้ถึงสิ่งถูกต้องที่พึงทำและสิ่งไม่ถูกต้องที่ไม่พึงทำ
  • เราต้องฝึกเด็กให้รู้จักสำนึกผิดและขออภัยเมื่อได้กระทำสิ่งใดที่ไม่เป็นธรรมหรือผิดต่อผู้อื่น แต่แค่นั้นยังไม่พอ
  • เราต้องสอนพวกเขาให้ลงมือแก้ไขสิ่งที่ผิดนั้นโดยทันที และจริงจังในการเสริมสร้างให้เขาทำสิ่งเหล่านั้นออกมา โดยไม่ปล่อยปละละเลย
  • เราต้องสอนเขาให้รู้ถึงความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างยุติธรรม เพื่อเราจะได้ชุมชนและสังคมที่พึงปรารถนากลับมา

คุณธรรมประการที่ 3  คือ ความมุ่งมั่น (Determination)

  • เราต้องฝึกเด็กให้กล้าเผชิญกับอุปสรรคหรือสิ่งที่ท้าทายชีวิตของเขา
  • เราต้องสอนเขาให้มุ่งมั่นทำสิ่งที่ดี และหนุนใจเขาให้ทำสิ่งที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
  • คุณธรรมแห่งความมุ่งมั่นนี้ ควรฝึกตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กเล็กๆ โดยผู้ใหญ่ต้องหลีกเลี่ยง การชมเชยที่มากเกินไปหรือมากเกินจริง แต่ต้องสนองตอบต่อสิ่งที่เด็กทำอย่างซื่อตรงในวิถีที่อ่อนโยนและมีท่าทีในการสนับสนุนหนุนใจให้พวกเขามุ่งมั่นทำให้ดีขึ้น และหมั่นแสดงความชื่นชม ชมเชยพวกเขาในความพยายามมุ่งมั่นของพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะก้าวหน้าจนบรรลุความสำเร็จดังตั้งใจ

คุณธรรมประการที่ 4 คือ การรู้จักคิดถึงคนอื่น (Consideration)

  • เราต้องสอนให้ลูกหลานหรือเด็กๆ ของเราให้รู้จักคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นๆ
  • เราต้องฝึกฝนให้เด็กเรียนรู้และถามตัวเองว่า เมื่อพวกเขาทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดสิ่งนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนอื่นหรือไม่? อย่างไรบ้าง?
  • เราต้องสอนให้เด็กรู้ว่า คำพูดและการกระทำของพวกเขาได้ทำให้ผู้เป็นแม่หรือพ่อเสียใจหรือเจ็บปวดอย่างไร โดยสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ระบายอารมณ์หรือแสดงอาการที่ไม่พึงประสงค์ออกมาทำลายบรรยากาศแห่งการสอนสั่ง
  • เราต้องสอนเขาให้รู้จักเกรงใจ และรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
  • เราต้องสอนเด็กๆ ว่า คำพูดหรือการกระทำบางอย่างแม้เล็กน้อย แต่ก็สามารถสร้างความสุขให้แก่พ่อแม่หรือผู้อื่นอย่างไร
  • เราต้องสอนให้พวกเขาเรียนรู้และตระหนักถึงความรู้สึกดีๆ ที่ก่อเกิดความสุขที่พวกเขาได้รับในยามที่ผู้อื่นพูดดีหรือทำดีกับพวกเขาและพวกเขาก็ควรมีความเห็นใจ และให้ความสุขใจเช่นนั้นต่อผู้อื่นด้วยเช่นกัน
               

คุณธรรมระการที่ 6 คือ ความกตัญญูกตเวที (Gratitude)

  • เราต้องสอนเด็กๆ ให้รู้คุณของผู้อื่นที่กระทำให้เรา และรู้จักพูดคำว่า”ขอบคุณ” ออกมาอย่างจริงใจ
  • เราต้องสอนพวกเขาให้รู้จักดำเนินชีวิตแบบ “ให้โดยไม่จำ รับแล้วไม่ลืม!
  • เราต้องสอนพวกเขาให้รู้จักกตัญญูต่อพระเจ้า  ต่อชาติแผ่นดิน  ต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณทั้งหลาย การรู้จักกตัญญูด้วยปากออกมาจากใจ และแสดงความกตเวทีผ่านมือของเราเป็นสิ่งที่เราควรสั่งสอนปลูกฝังให้แก่เด็ก รวมทั้งการสอนให้รู้จักให้เกียรติ และไม่นำความเสื่อมเสีย มาสู่ผู้มีพระคุณ อีกทั้งยังรู้จักช่วยแบ่งเบารับภาระของพ่อแม่ และเต็มใจแบ่งปันสิ่งที่ก่อสุขและเสริมสวัสดิภาพให้แก่ท่านเหล่านั้น

คุณธรรมประการที่ 7 คือ ความศรัทธาในพระเจ้า (FAITH in GOD)

เราต้องฝึกสอนฝึกฝนเด็กๆ ในครอบครัวของเราทั้งครอบครัวตามสายโลหิต และครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณ ให้มีรากฐานแห่งความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวสูงสุดแห่งฟ้าสวรรค์ผู้ทรงสร้างมนุษย์ทั้งปวงในชีวิตของพวกเขา  ดุจดังที่ชนชาติของพระเจ้าได้รับคำกำชับนี้ มาตั้งแต่โบราณว่า…

“ต่อไปนี้เป็นพระบัญญัติ กฎเกณฑ์และกฎหมาย ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงบัญชาให้สอนท่าน เพื่อท่านจะได้ทำตามในแผ่นดินซึ่งท่านจะข้ามไปยึดครองนั้น เพื่อท่านจะยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านโดยรักษากฎเกณฑ์และพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านและบุตรหลานของท่านตลอดชีวิตของท่าน เพื่อว่าวันคืนของท่านจะยืนยาว…

ท่านจงรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสุดกำลังของท่าน และจงให้ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน และท่านจงสอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน และจงพูดถึงถ้อยคำเหล่านั้นเมื่อท่านนั่งอยู่ในบ้าน เดินอยู่ตามทาง นอนลงหรือลุกขึ้น จงเอาถ้อยคำเหล่านี้ผูกไว้ที่มือของท่านเป็นหมายสำคัญ และคาดไว้ที่หน้าผากของท่านเป็นสัญลักษณ์ และจงเขียนถ้อยคำเหล่านี้ไว้ที่เสาประตูบ้าน และที่ประตูของท่าน!”  เฉลยธรรมบัญญัติ 6:1-2, 5-9 THSV11

เราต้องสอนเด็กๆ ให้รู้เรื่อง และรู้จักกับพระเจ้า มีสัมพันธภาพกับพระองค์เป็นส่วนตัวตั้งแต่ที่พวกเขายังวัยเยาว์ และสอนให้พวกเขายอมให้พระองค์ทรงนำชีวิตของพวกเขาด้วยความเชื่อฟัง

เราต้องสอนให้พวกเขาเรียนรู้จักพึ่งพิง หวังใจและวางใจพระองค์ ในขณะที่ฟันฝ่าทุกสถานการณ์ของชีวิตโดยไม่ถอดใจยอมแพ้ และมีชีวิตที่สรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าได้ในทุกกรณีตลอดชีวิตของพวกเขา

ดังที่กษัตริย์ดาวิดตรัสว่า…

“ข้าพระองค์พึ่งพิงพระองค์ตั้งแต่เกิด พระองค์ทรงเป็นผู้นำข้าพระองค์มาจากครรภ์มารดา ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์เสมอ!”   -สดุดี 71:6 THSV11

วันนี้…. ขอให้เด็กทุกคนที่อยู่ในการดูแลของเราได้รับการปลูกฝังคุณธรรมทั้ง 7 นี้ อย่างมีคุณภาพและครบถ้วน
       …อาเมนได้ ไหมครับ?

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.