ส.ค. 082018
 

คนที่ถูกเลือก

พระธรรม        กิจการ 6:1-15

อ้างอิง            กจ.1:14-16,24;2:41;4:35;7:55-60;8:5-40;9:17,29,39-41;11:19,26;15:1;19:6;21:8,21:22:20; 26:3;27:18;28:8,17;1ทธ.4:14;5:3;ฮบ.4:12;ลก.1:15;อพย.18:21;นหม.13:13;มธ.26:59-61;27:32

บทนำ             ปัญหามีอยู่ทุกที่ เราไม่อาจหนีปัญหาให้พ้นได้ทุกเรื่อง เพราะแม้แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าก็ยังมีปัญหาเลย แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปัญหา แต่อยู่ที่วิถีในการแก้ปัญหาของเราต่างหาก!

บทเรียน

6:1 “ในเวลานั้นเมื่อพวกสาวกกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น พวกยิวที่พูดกรีกพากันบ่นติเตียนพวกยิวที่พูดฮีบรู เพราะบรรดาแม่ม่ายของพวกเขาถูกทอดทิ้งไม่ได้รับแจกอาหารประจำวัน” 

    (Now in these days when the disciples were increasing in number, a complaint by the Hellenists arose against the Hebrews because their widows were being neglected in the daily distribution.) 

6:2 “อัครทูตทั้งสิบสองคนจึงเรียกพวกสาวกมาประชุมกัน แล้วกล่าวว่า “การที่เราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้า มัวไปแจกอาหารก็ไม่สมควร”

   (And the twelve summoned the full number of the disciples and said, “It is not right that we should give up preaching the word of God to serve tables.)

6:3 “เพราะฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงเลือกเจ็ดคนในพวกท่านที่มีชื่อเสียงดี เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา เราจะตั้งให้พวกเขาดูแลงานนี้” 

   (Therefore, brothers, pick out from among you seven men of good repute, full of the Spirit and of wisdom, whom we will appoint to this duty.) 

6:4 “ส่วนเราจะอุทิศตัวในการอธิษฐานและในพันธกิจด้านพระวจนะ”

   (But we will devote ourselves to prayer and to the ministry of the word.”)

6:5 “คนทั้งหลายก็เห็นชอบกับสิ่งที่กล่าวนี้ จึงเลือกสเทเฟนผู้เต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อและพระวิญญาณบริสุทธิ์ กับฟีลิป โปรโครัสนิคาโนร์ ทิโมน ปารเมนัส และนิโคเลาส์ชาวเมืองอันทิโอกซึ่งเป็นคนเข้าจารีตในศาสนายิว” 

   (And what they said pleased the whole gathering, and they chose Stephen, a man full of faith and of the Holy Spirit, and Philip, and Prochorus, and Nicanor, and Timon, and Parmenas, and Nicolaus, a proselyte of Antioch.)

6:6 “คนทั้งเจ็ดนี้ พวกเขาให้มายืนต่อหน้าพวกอัครทูต แล้วอัครทูตก็อธิษฐานและวางมือบนตัวเขาทั้งหลาย”

   (These they set before the apostles, and they prayed and laid their hands on them.)

6:7 “การประกาศพระวจนะของพระเจ้าก็เจริญขึ้น และจำนวนสาวกก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในกรุงเยรูซาเล็ม และพวกปุโรหิตจำนวนมากก็มาเชื่อถือ”

   (And the word of God continued to increase, and the number of the disciples multiplied greatly in Jerusalem, and a great many of the priests became obedient to the faith.)

6:8 “สเทเฟนซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยพระคุณและฤทธานุภาพก็ทำการมหัศจรรย์และหมายสำคัญใหญ่ท่ามกลางประชาชน” 

   (And Stephen, full of grace and power, was doing great wonders and signs among the people.) 

6:9 “แต่มีบางคนจากธรรมศาลาที่เรียกว่าธรรมศาลาของทาสอิสระ ชาวไซรีน ชาวอเล็กซานเดรียและบางคนจากซิลีเซียและเอเชียลุกขึ้นมาโต้แย้งกับสเทเฟน” 

    (Then some of those who belonged to the synagogue of the Freedmen (as it was called), and of the Cyrenians, and of the Alexandrians, and of those from Cilicia and Asia, rose up and disputed with Stephen.)

6:10 “คนเหล่านั้นไม่สามารถต่อสู้ถ้อยคำที่ท่านกล่าวโดยสติปัญญาและพระวิญญาณบริสุทธิ์” 

    (But they could not withstand the wisdom and the Spirit with which he was speaking.)

6:11 “จึงแอบสร้างพยานเท็จกล่าวว่า “เราได้ยินคนนี้พูดหมิ่นประมาทโมเสสและพระเจ้า” 

    (Then they secretly instigated men who said, “We have heard him speak blasphemous words against Moses and God.”) 

6:12 “เขาทั้งหลายยุยงประชาชนและพวกผู้ใหญ่กับพวกธรรมาจารย์ให้เกิดความวุ่นวาย แล้วเข้ามาจับสเทเฟนนำไปยังสภายิว” 

    (And they stirred up the people and the elders and the scribes, and they came upon him and seized him and brought him before the council,) 

6:13 “ให้พวกสักขีพยานเท็จมาให้การว่า “คนนี้พูดหมิ่นประมาทสถานบริสุทธิ์และธรรมบัญญัติไม่หยุดเลย” 

    (and they set up false witnesses who said, “This man never ceases to speak words against this holy place and the law) 

6:14 “เพราะเราได้ยินเขาว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธจะทำลายสถานที่นี้ และจะเปลี่ยนธรรมเนียมที่โมเสสให้ไว้แก่เรา” 

    (for we have heard him say that this Jesus of Nazareth will destroy this place and will change the customs that Moses delivered to us.”) 

6:15 “พวกสมาชิกสภาต่างจ้องดูสเทเฟน เห็นหน้าของท่านเหมือนหน้าทูตสวรรค์”

     (And gazing at him, all who sat in the council saw that his face was like the face of an angel.)

 ข้อมูลมีประโยชน์

6:1    “พวกสาวกเพิ่มจำนวนขึ้น” (the disciples were increasing in number)

       = เวลาผ่านมาพอสมควรจากบทที่ 5  แต่คริสตจักรก็ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง (5:14)

“บ่นติเตียน” (complaint) = เมื่อคริสตจักรเติบโตขึ้นก็เกิดปัญหาตามมา ทั้งจากภายใน (6:1-7) และจาก

ภายนอก(6:8-7:60)

-ในพัฒนาตอนนี้คริสตจักรประกอบด้วยพวกชาวยิว 2 ประเภท

1) ยิวที่ถือธรรมเนียมกรีก มีสัณชาติกรีก เกิดในดินแดนอื่น นอกปาเลศไตน์ พูดภาษากรีก มีวิถีชีวิตมุมมองและทัศนคติแบบกรีกมากกว่าแบบยิว

2) ยิวที่ถือธรรมเนียมยิว พูดทั้งภาษา อารเมค และหรือภาษาฮีบรู ของยิวในปาเลศไตน์ และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของชาวยิว

“ไม่ได้รับแจกอาหารประจำวัน” (were being neglected in the daily distribution) = คริสตจักรในยุคต้นต้องรับผิดชอบดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารของแม่ม่ายที่ไม่มีใครดูแลเอาใจใส่ (ปท.4:35;11:28-29;1ทธ.5:3-16)

6:2    “อัครทูตทั้งสิบสองคน” (the twelve) = ในช่วงเวลานี้ พวกอัครทูตเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบชีวิตของคริสตจักร ทั้งในด้านพันธกิจการประกาศพระวจนะของพระเจ้าและการทำพันธกิจการดูแลคนจน

“มัวไปแจกอาหารก็ไม่สมควร” (to serve tables)  = แท้จริงคริสตจักรยุคแรกต้องดูแลเอาใจใส่พันธกิจทุกด้าน ทั้งด้านฝ่ายจิตวิญญาณ (พระวจนะของพระเจ้า  ด้านอธิษฐาน (ข.4) และปากท้องหรือฝ่ายวัตถุต่าง ๆ

 6:3    “จงเลือกเจ็ดคน” (among you seven)  = คริสตจักร “เลือก” คนทั้งหมดนี้ขึ้นมา (ข.5) และอัครทูต

         “สถาปนา” พวกเขาให้ทำหน้าที่ (ข.6)

 6:5    “จึงเลือกสเทเฟน…นิโคเลาส์ ชาวเมืองอันทิโอก” (and they chose Stephen,…. Nicolaus, a proselyte of Antioch.) = การที่คนทั้ง 7 คนมีชื่อเป็นภาษากรีก นับว่า มีนัยสำคัญเพราะเป็นกลุ่มที่มีปัญหาที่เกิดข้อร้องเรียนขึ้นมา จึงนับเป็นสิ่งสวยงามที่คริสตจักรในยุคแรกนั้นใช้วิธีแก้ปัญหาที่แสดงถึงความใส่ใจอย่างเท่าเทียม-ใน 7 คนนี้มีแต่สเทเฟนกับนิโคเลาส์(หรือนิโคลัส) ได้รับการกล่าวถึงมากยิ่งขึ้น

1) สเทเฟน -6:8-7:60

2) ฟิลิป –8:8-40;21:8-9

“ชาวเมืองอันทิโอกซึ่งเป็นคนเข้าจารีตในศาสนายิว” ( a proselyte of Antioch) = เป็นนัยสำคัญที่ผู้เข้าจารีตยิวถูกนับรวมเข้าไปในกลุ่มนี้ด้วย ลูการะบุว่า บ้านเกิดของเขาอยู่ที่อันทิโอก ซึ่งเป็นเมืองที่ในไม่ช้าจะได้รับข่าวประเสริฐ และกลายเป็นสำนักงานใหญ่สำหรับพันธกิจส่งมิชชันนารีไปประกาศกับคนต่างชาติ

6:6       “อธิษฐานและวางมือบนตัวเขาทั้งหลาย” (prayed and laid their hands on them) = ในพระคัมภีร์เดิมนั้น การวางมือมีจุดประสงค์หลายประการ

  1. เพื่ออวยพร –ปฐก.48:13-20
  2. เพื่อส่งผ่านความผิดบาปจากคนบาปไปยังเครื่องบูชา –ลนต.1:4
  3. เพื่อมอบหมายความรับผิดชอบใหม่ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง –กดว.27:23

ส่วนในพระคัมภีร์ใหม่นั้น การวางมือใช้ในกรณี

  1. เพื่อรักษาโรค – กจ.28:8;มก.1:41
  2. เพื่ออวยพร -มก.10:16
  3. เพื่อสถาปนาหรือแต่งตั้งให้ทำงาน – กจ.6:6;13:3;1ทธ.5:22
  4. เพื่อมอบของประทานฝ่ายวิญญาณ –กจ.8:17;19:6;1ทธ.4:;2ทธ.1:6

-ทั้ง  7 คนนี้ ถูกแต่งตั้งให้รับผิดชอบงานที่อัครทูตมอบหมายให้ทำในภาษากรีก คำ ๆ นี้ใช้อธิบายความรับผิดชอบของพวกเขา หมายถึง “รับใช้ที่โต๊ะอาหาร” เป็นคำกริยาของคำนามที่แปลว่า “มัคนายก” หรือ “ผู้ปรนนิบัติ, ผู้รับใช้” ต่อมาถูกเรียกว่า “คณะเจ็ดคน”  -21:8

มีประเด็นถกเถียงกันว่า กลุ่มคนทั้ง 7 คนนี้เป็นมัคนายกกลุ่มแรกหรือว่าจะมีมัคนายกมาแทนที่กลุ่มนี้ในภายหลัง (1ทธ.3:8)

6:7    “การประกาศพระวจนะของพระเจ้าก็เจริญขึ้น” ( the word of God continued to increase)

= มีการรายงานความก้าวหน้าของคริสตจักรเป็นระยะ ๆ ในพระธรรมกิจการ เช่น 1:15;2:41;4:4;5:14;6:7;9:31; 12:24;16:5;19:20;28:3

“พวกปุโรหิตจำนวนมากก็มาเชื่อถือ” (the priests became obedient to the faith.) = เมื่อเดิมนั้นเหล่าปุโรหิตจะต้องรับใช้ทั้งชีวิตและผูกพันกับการถวายเครื่องบูชาตามพันธสัญญาเดิมที่กำหนดไว้ แต่ในตอนนี้ พวกเขาก็ยอมรับคำเทศนาของอัครทูตที่ประกาศว่า เครื่องบูชาแบบใหม่ได้ทำให้เครื่องบูชาแบบเก่าหมดความจำเป็น –ฮบ.8:3;10:1-4,11-14

“มาเชื่อถือ” (the faith) = มารับเชื่อ แปลตามตัวว่า “มาเชื่อฟังความเชื่อ”

= เป็นการตอบสนองตามคำบัญชาของข่าวประเสริฐ โดยความเชื่อนี้เองก็คือการเชื่อฟังพระเจ้า และเป็นความเชื่อที่ส่งผลเป็นความเชื่อฟังด้วย – รม.1:5;อฟ.2:8-10;ยก.2:14-26

6:8   “ทำการมหัศจรรย์และหมายสำคัญใหญ่” (doing great wonders and signs) = ที่ผ่านมา มีแค่อัครทูตเท่านั้นทำการอัศจรรย์ (2:43;3:4-8;5:12)

       -แต่หลังจากอัครทูตวางมือให้กับคนเจ็ดคนนี้ พระธรรมกิจการบันทึกว่า สเทเฟนก็ทำการอัศจรรย์เป็นหมายสำคัญด้วย (ซึ่งต่อมาใน กจ.8:6 ฟิลิปก็ทำด้วยเช่นกัน)

6:9    “ทาสอิสระ” ( the Freedmen) = ทาสที่ได้รับอิสรภาพ มาจากดินแดนกรีกหลายแห่ง

        “ไซรีน” ( the Cyrenians) = เมืองสำคัญในลิเบีย และในอัฟริกาเหนือ (2:10;มก.15:21) อยู่ครึ่งทางระหว่าง อเล็กซานเดรียกับคาร์เธจ มีประชากรส่วนหนึ่งเป็นชาวยิว –11:19-21

“อเล็กซานเดรีย” (the Alexandrians) = เมืองหลวงของอียิปต์และใหญ่รองจากกรุงโรม ในจักรพรรดิโรมันเท่านั้น และสองในห้าแขวงของอเล็กซานเดรียเป็นแขวงของชาวยิว

“ซิลีเซีย” (Cilicia) = แคว้นของโรมันทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชียน้อย ติดกับซีเรีย

-เมืองทาร์ซัสบ้านเกิดของ อ.เปาโล ก็เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของแคว้นนี้

“เอเชีย” ( Asia) = แคว้นหนึ่งของโรมันในส่วนตะวันตกของเอเซียน้อย มีเมืองหลวงคือ เอเฟซัส ซึ่งในเวลาต่อมา อ.เปาโล ไปทำพันธกิจที่นั่นระยะหนึ่ง

“ลุกขึ้นมาโต้เถียงกับสเทเฟน” ( rose up and disputed with Stephen) = เปาโลมาจากเมืองทาร์ซัสอาจมาร่วมในธรรมศาลาแห่งนี้ด้วย และท่านอาจเป็นหนึ่งในพวกที่โต้แย้งกับสเทเฟน และในขณะที่สเทเฟนถูกหินขว้างตาย เปาโลก็อยู่ที่นั่นด้วย (7:58)

6:11   “คนนี้พูดหมิ่นประมาทโมเสสและพระเจ้า” (him speak blasphemous words against Moses and God.) = คงเนื่องมาจากการที่สเทเฟนประกาศว่า การนมัสการพระเจ้าไม่ถูกจำกัดให้อยู่ในพระวิหารอีก

(7:48-49) พวกปรปักษ์ของเขาจึงบิดเบือนคำพูดเหล่านั้นและกล่าวหาว่า สเทเฟนโจมตีพระวิหารบทบัญญัติ โมเสสและพระเจ้า

6:12     “พวกผู้ใหญ่กับพวกธรรมาจารย์” (the elders and the scribes) –มธ.2:4;15:2;ลก.5:17

            “สภายิว” (the council)  = สภาแซนเฮดริน – มก.15:55

6:13     “คนนี้พูดหมิ่นประมาทสถานบริสุทธิ์และธรรมบัญญัติไม่หยุดเลย” (This man never ceases to speak words against this holy place and the law) = เป็นคำกล่าวหาหรือข้อหาที่คล้ายคลึงกับที่พวกเขาป้ายสีให้กับพระเยซูคริสต์ (มธ.26:61)

-สเทเฟนอาจกล่าวถึงคำตรัสของพระเยซูที่บันทึกใน ยอห์น2:19 และคนฟังอาจเข้าใจผิดหรือตั้งใจตีความผิด (ข.14) เช่นเดียวกับที่พวกเขาไต่สวนพระเยซู

“สถานบริสุทธ์” ( this holy place) ในที่นี้หมายถึง พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม

คำถามนำอภิปราย

  1. คริสตจักรของคุณกำลังเจริญเติบโตและมีสมาชิกเพิ่มจำนวนขึ้นหรือไม่? อย่างไร? ทำไม?
  2. คริสตจักรของคุณมีปัญหาในเรื่องใดบ้างในเวลานี้? อะไรคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในความคิดของคุณ? เกิดจากใครหรืออะไร?  และคริสตจักรของคุณแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ถูกต้องหรือแก้ไขได้ดีหรือไม่? อย่างไร?
  3. หากคริสตจักรของคุณมีปัญหา (ดังที่กล่าวในข้อ 2) คุณจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นหรือไม่? อย่างไร?
  4. ในคริสตจักรของคุณมีบุคคลที่มีคุณลักษณะเหล่านี้อย่างชัดเจนหรือไม่ คือ มีชื่อเสียงดี เต็มเปี่ยมด้วย     พระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีสติปัญญา? คุณเอ่ยชื่อพวกเขาได้หรือไม่?  พวกเขามีส่วนช่วยอะไรในคริสตจักรหรือไม่?  อย่างไร?
  5. คุณเคยได้รับการยืนยันในเรื่องของประทานของคุณหรือเคยได้รับการวางมือจากคริสตจักรหรือไม่? ในเรื่องอะไร? แล้วเกิดผลอะไรตามมา?
  6. ใครเป็นผู้รับใช้ที่คุณชื่นชมมากที่สุดในคริสตจักรของคุณ? ในเรื่องอะไร? ทำไม?
  7. คุณเคยเห็นหมายสำคัญของพระเจ้าเป็นพิเศษเรื่องอะไรในชีวิตของคุณบ้าง? ส่งผลอะไรต่อตัวคุณ คนอื่น และคริสตจักรของคุณบ้าง? อย่างไร?
  8. คุณเคยถูกกล่าวหาหรือถูกเล่นงานเป็นความเท็จบ้างหรือไม่? อย่างไร? แล้วคุณผ่านพ้นมาได้อย่างไร?

 

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์- twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.