ส.ค. 142018
 

เขาวงกต

จงทิ้งวาจาคดๆ เสีย และให้คำพูดลดเลี้ยวห่างจากเจ้า ให้ดวงตาของเจ้าเพ่งมองไปเบื้องหน้า และให้การจ้องของเจ้าตรงไปข้างหน้าเจ้า จงทำหนทางแห่งเท้าของเจ้าให้ราบ แล้วทางทั้งสิ้นของเจ้าจะมั่นคง (สุภาษิต 4:24-26 THSV11)
 
คุณเคยดูหนังที่มีคนหลงเข้าไปติดอยู่ในเขาวงกตแล้วหาทางออกไม่ได้หรือไม่? เขาวงกตที่คนสร้างขึ้นส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นกำแพงต้นไม้สูงท่วมหัว ทำให้ยิ่งหาทางออกยิ่งหลงวนไปมา แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือเขาวงกตที่มีกำแพงเป็นกระจกเงา ไม่ว่าคุณหันไปทางไหน คุณจะเห็นแต่ตัวเองในมุมต่างๆ จนยากที่จะเห็นทางออกจากเขาวงกตนี้ได้
 
คำพูดก็เหมือนกัน ถ้าเราเป็นคนที่มีวาจาคดคี้ยวเลี้ยวลด พูดไม่จริง หรือพูดความจริงครึ่งๆกลางๆให้คนเอาไปคิดต่อเอาเอง ไม่นานเราจะติดบ่วงคำพูดของเรา เมื่อติดแล้วก็เหมือนตกอยู่ในเขาวงกตแห่งคำพูดคดเคี้ยวของตัวเอง ไม่ว่าจะพยายามหาทางออกเท่าไร ก็จะยิ่งหลงวนเข้าไปมากเท่านั้น เหมือนคนที่เริ่มด้วยคำโกหก ก็ต้องโกหกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับได้
 
อ่านข้อพระคัมภีร์: สุภาษิต 4:24; 18:7

1. พระคัมภีร์ได้ย้ำกับเราว่าสิ่งใดที่เป็นบ่วงดักตนเอง? (18:7)

2. เพราะเหตุใดคุณถึงพูดอ้อมค้อมหรือไม่จริงใจกับคนที่คุณสื่อสาร?

3. วันนี้ขอให้คุณอธิษฐานต่อพระเจ้าที่จะเปลี่ยนคำพูดที่อ้อมค้อมของคุณให้เป็นคำพูดที่จริงใจ เพราะนี่เป็นลักษณะหนึ่งที่เราจะสำแดงพระเจ้าในชีวิตของเราต่อผู้อื่น

ทางแก้วาจาที่อ้อมค้อมนั้นคือการพูดตรงไปตรงมาให้เหมาะสม พูดความจริงครบถ้วน และถูกที่ถูกเวลา ถ้าพลาดไปแล้วก็ให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ เมื่อได้ทำ เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าผลร้ายอะไรจะเกิดขึ้นตามมา เพราะพระเจ้าพอพระทัยและอยู่ฝ่ายคนที่พูดความจริงเสมอ

วันนี้ขอให้คุณออกมาจากกับดักเขาวงกต และเดินอยู่บนพื้นที่แห่งอิสรภาพในการพูดความจริงได้

 

บทเฝ้าเดี่ยวจากทีม Vitamin CJ

(Cr. ภาพ Luna Park.au)            

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.