ทำอย่างไรให้ทีมของเราจึงจะเกิดผลที่ไม่ธรรมดา?

ทำอย่างไรให้ทีมของเราจึงจะเกิดผลที่ไม่ธรรมดา?

“การทำงานเป็นทีม คือเคล็ดลับที่ทำให้กลุ่มคนธรรมดาบรรลุผลสำเร็จที่ไม่ธรรมดา”
(Teamwork is the secret that makes common people achieve uncommon results. )  — Ifeanyi Enoch Onuoha

เช่นเดียวกับในร่างกายของมนุษย์เราที่มีอวัยวะอยู่มากมาย ทั้งที่ใหญ่และเล็ก จนเล็กมากๆ ทั้งที่ดีดูเด่นสวยงามจนดูไม่ได้เพราะไม่มีความงามใดๆ ให้ชื่นชม แต่เมื่ออวัยวะเหล่านั้นทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม คือเป็นหนึ่งเดียวกันประสานกันอย่างเข้าจังหวะจะโคน
ร่างกายก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ

ความเป็นจริงคือว่า อวัยวะที่เด่นและสวยงามเหล่านั้นสามารถดำรงและดำเนินอยู่ได้ ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริม จากบรรดาอวัยวะอื่นที่ดูธรรมดาพื้นๆ หรือไม่น่าดูเหล่านั้นทั้งสิ้น

อะไรจะเกิดขึ้น หากว่าอวัยวะที่ไม่เด่น ไม่น่าดู เหล่านั้นต่างพร้อมใจกันหยุดทำหน้าที่สนับสนุนอวัยวะที่เด่นๆเหล่านั้น?

ใช่ครับ ใบหน้าที่สวยหล่อเหลาก็จะเริ่มซีดเซียว ร่างกายกำยำหรือแข็งแรงก็จะเริ่มอ่อนกำลัง สมองที่เฉียบคมเฉียบแหลมก็เริ่มเลอะเลือน และอาการประหลาดต่างๆ อีกมากมายก็จะตามมา แค่เส้นโลหิตเล็กๆ ดูไร้ความหมายไร้ค่าที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจหยุดทำหน้าที่ของมัน มนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ล้มลงอย่างไม่เป็นท่า หมดสภาพไปทันที! อวัยวะในร่างกายของเราต้องทำงานร่วมกัน และประสานกันเป็นทีมจึงจะส่งผลที่ดีมีสมรรถภาพต่อร่างกายโดยรวม 

เราที่เป็นอวัยวะในร่างกายฝ่ายวิญญาณก็เช่นกัน คือ ต้องกระทำหน้าที่ของพวกเราแต่ละคนอย่างรับผิดชอบและเป็นทีม

  • ผู้นำต้องนำ ผู้ตามก็ต้องตาม
  • ผู้ทำหน้าที่สำคัญหลัก ก็ต้องทำหน้าที่ของตน ผู้สนับสนุนก็ต้องสนับสนุนไม่ว่างานเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่ก็ตาม เราทุกคนต้องทำหน้าที่ของเราตามที่ถูกกำหนดมาแบบเป็นทีม

ตัวอย่างในคริสตจักร วันอาทิตย์ เช้าตรู่ขึ้นมา ทีมเตรียมสถานที่ลงมือทำงาน (ที่สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็น) นั่นคือ:

  • ลงมือเตรียมห้อง เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องทำให้เสร็จก่อนสมาชิกส่วนใหญ่จะมา
  • ฝ่ายแสงสีเสียงก็ตรวจเช็คเตรียมพร้อมเครื่องดนตรี ไมค์ และอื่นๆ ให้พร้อมใช้
  • ฝ่ายปฏิคม ก็นัดพบซักซ้อม แบ่งหน้าที่ เข้าประจำตำแหน่ง ตั้งป้ายต้อนรับ เตรียมสูจิบัตร และเอกสารอื่นๆ (รวมทั้งน้ำดื่มให้นักเทศน์
  • ทีมนักดนตรี หรือทีมนมัสการก็ซักซ้อม และพร้อมทำหน้าที่ก่อนเริ่มนมัสการ
  • พวกเตรียมอาหารไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าหรือเที่ยงก็จัดทุกอย่างให้ทันเวลา
  • แม้แต่ทีมต้อนรับและจอดรถก็ต้องมาพร้อมกันก่อนทุกที
  • ทีมเด็กก็ต้องเตรียมห้อง เตรียม ครู เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
  • ครูรวีวารศึกษาและทีมอธิษฐานก็มารอพร้อมเริ่มการสอน และการอธิษฐาน
  • นักเทศน์ก็ต้องพร้อมตามที่กำหนด และทำหน้าที่ตามกำหนดเวลาที่มอบหมายให้

เห็นไหมครับว่า ทุกคนไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก พิเศษหรือธรรมดาล้วนต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ประสานงานกันอย่างเป็นทีม คริสตจักรที่เปรียบเสมือนพระกายของพระคริสต์จึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ

แล้ววันนี้ คุณทำหน้าที่ของคุณอย่างไร ในคริสตจักร?

  • คุณเป็นอวัยวะ ที่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรประดุจส่วนเกินอยู่หรือ? หรือ
  • คุณเป็นอวัยวะที่ร้อนรนเอาแต่ทำหน้าที่ของคุณเองแบบไม่แคร์หรือไม่คำนึงถึงผู้อื่นอยู่หรือไม่?

ขอให้จดจำไว้ว่า…

  • อย่าร้อนรนทำอะไรตามใจตัวเองตามลำพัง
  • อย่าเฉื่อยชาอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย แต่
  • จงร่วมมือร่วมใจกันทำงานตามหน้าที่ของแต่ละคนแบบเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในฐานะทีมที่พระเจ้าทรงพอพระทัย และทำงานนั้นให้ประสานกลมกลืนด้วยความรักและความจริงโดยยึดพระคริสต์เป็นศูนยกลางจนคริสตจักรเจริญเติบโต
               

        จะดีไหมครับ?

“แต่ให้เรายึดถือ ความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์ เนื่องจากพระองค์นี้เอง ร่างกายทั้งหมดจึงได้รับการเชื่อมและประสานเข้าด้วยกันโดยทุกๆข้อต่อที่ประทานมานั้น และเมื่อแต่ละส่วนทำงานตามหน้าที่แล้ว ก็ทำให้ร่างกายเจริญและเสริมสร้างตนเองขึ้นด้วยความรัก” ~เอเฟซัส 4:15-16 THSV11

-ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer, facebook.com/lifeanswer

(Cr.ภาพ Forbes)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.