บทเรียนพระธรรมกิจการของอัครทูต บทเรียนที่ 11

เซาโลข่มเหงคริสตจักร และคริสตจักรกระจัดกระจายไปทั่ว

พระธรรม        กิจการ 8:1-40

อ้างอิง             กจ 2:38;5:36;6:6;7:58;8:1-6,25;9:1;10:1,24,44;11:19;13:6,48;14:11;19:2;23:23,33;28:6

บทนำ              บางครั้งการติดตามพระเจ้าของเราอาจถูกข่มเหงโดยคนที่คิดว่า เขากำลังข่มเหงเรา เพราะว่าเรากำลังติดตามพระเจ้า เราต้องไม่หวั่นไหว เมื่อถูกข่มเหงหรือขัดขวาง แต่มุ่งหน้าประกาศข่าวประเสริฐและรับใช้พระเจ้าต่อไป โดยไม่หวั่นไหว และในขณะเดียวกัน เราต้องไม่ขัดขวาง ข่มเหงคนอื่นเช่นนี้โดยอ้างพระเจ้า!

บทเรียน

8:1 “และเซาโลก็เห็นชอบด้วยกับการฆ่าสเทเฟน ขณะนั้นเกิดการข่มเหงคริสตจักรครั้งใหญ่ในกรุงเยรูซาเล็ม และบรรดาสาวกกระจัดกระจายไปทั่วแคว้นยูเดียกับสะมาเรียเว้นแต่พวกอัครทูต”

   (And Saul approved of his execution. And there arose on that day a great persecution against the church in Jerusalem, and they were all scattered throughout the regions of Judea and Samaria, except the apostles.)

8:2 “บรรดาคนที่ยำเกรงพระเจ้าก็ฝังศพสเทเฟนไว้ แล้วคร่ำครวญอาลัยถึงท่านอย่างยิ่ง” 

   (Devout men buried Stephen and made great lamentation over him. )

8:3 “ส่วนเซาโลพยายามทำลายคริสตจักรโดยเข้าไปฉุดลากเอาพวกผู้ชายและพวกผู้หญิงตามบ้านเรือนไปจำไว้ในคุก”

   (But Saul was ravaging the church, and entering house after house, he dragged off men and women and committed them to prison.)

8:4 “พวกที่กระจัดกระจายไปก็เที่ยวประกาศพระวจนะนั้น” 

   (Now those who were scattered went about preaching the word.) 

8:5 “ส่วนฟีลิปไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย และประกาศเรื่องพระคริสต์ให้ชาวเมืองนั้นฟัง” 

   (Philip went down to the city of Samaria and proclaimed to them the Christ. )

8:6 “ฝูงชนต่างสนใจฟังถ้อยคำของฟีลิปขณะฟังท่านประกาศ และเห็นหมายสำคัญต่างๆ ที่ท่านทำ”

    (And the crowds with one accord paid attention to what was being said by Philip, when they heard him and saw the signs that he did.) 

8:7 “เพราะว่าพวกผีโสโครกที่สิงอยู่ในหลายๆ คนพากันร้องเสียงดังแล้วออกจากคนเหล่านั้น พวกที่เป็นอัมพาตกับเป็นง่อยก็หายเป็นปกติ” 

   (For unclean spirits, crying out with a loud voice, came out of many who had them, and many who were paralyzed or lame were healed.) 

8:8 “จึงเกิดความปลื้มปีติอย่างยิ่งในเมืองนั้น”

   (So there was much joy in that city.)

8:9 “และมีคนหนึ่งชื่อซีโมนเคยเล่นคาถาอาคมในเมืองนั้นมาก่อน เขาทำให้ชาวสะมาเรียพิศวงหลงใหล เขายกตัวว่าเป็นผู้วิเศษ” 

    (But there was a man named Simon, who had previously practiced magic in the city and amazed the people of Samaria, saying that he himself was somebody great.)

8:10 “คนทั้งหมดตั้งแต่คนเล็กน้อยไปจนถึงคนใหญ่โตต่างสนใจฟังคนนั้น แล้วว่า “คนนี้คือฤทธานุภาพของพระเจ้าที่เรียกว่ามหิทธิฤทธิ์” 

   (They all paid attention to him, from the least to the greatest, saying, “This man is the power of God that is called Great.” )

8:11”คนทั้งหลายสนใจฟังเขา เพราะเขาทำวิทยาคมให้ผู้คนพิศวงหลงใหลมานานแล้ว”

     (And they paid attention to him because for a long time he had amazed them with his magic. )

8:12 “แต่เมื่อฟีลิปประกาศข่าวประเสริฐเกี่ยวกับแผ่นดินของพระเจ้าและพระนามของพระเยซูคริสต์แล้ว คนทั้งหลายก็เชื่อและรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง” 

     (But when they believed Philip as he preached good news about the kingdom of God and the name of Jesus Christ, they were baptized, both men and women.) 

8:13 “ซีโมนเองก็เชื่อด้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้วก็อยู่กับฟีลิปต่อไป และประหลาดใจที่เห็นหมายสำคัญกับการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ที่ฟีลิปทำ”

    (Even Simon himself believed, and after being baptized he continued with Philip. And seeing signs and great miracles performed, he was amazed.)

8:14 “เมื่อพวกอัครทูตที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม ได้ยินว่าชาวสะมาเรียได้รับพระวจนะของพระเจ้าแล้ว จึงให้เปโตรกับยอห์นไปหาเขาทั้งหลาย” 

     (Now when the apostles at Jerusalem heard that Samaria had received the word of God, they sent to them Peter and John,)

8:15 “เมื่อเปโตรกับยอห์นไปถึงก็อธิษฐานเผื่อพวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” 

     (who came down and prayed for them that they might receive the Holy Spirit,) 

8:16 “เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังไม่ได้เสด็จลงมาสถิตกับใคร พวกเขาเพียงแต่ได้รับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น”

    (for he had not yet fallen on any of them, but they had only been baptized in the name of the Lord Jesus.) 

8:17 “เปโตรกับยอห์นจึงวางมือบนพวกเขา แล้วพวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” 

     (Then they laid their hands on them and they received the Holy Spirit. )

8:18 “เมื่อซีโมนเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยการวางมือของอัครทูตทั้งสอง จึงนำเงินมาให้ท่านทั้งสอง” 

     (Now when Simon saw that the Spirit was given through the laying on of the apostles’ hands, he offered them money,) 

8:19 “กล่าวว่า “ขอช่วยให้ข้าพเจ้ามีอำนาจแบบนี้ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าวางมือให้คนไหน คนนั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” 

    ( saying, “Give me this power also, so that anyone on whom I lay my hands may receive the Holy Spirit.)

8:20 “เปโตรจึงกล่าวกับซีโมนว่า “เงินของเจ้าจงพินาศพร้อมกับตัวเจ้า เพราะเจ้าคิดว่าของประทานจากพระเจ้าสามารถซื้อด้วยเงินได้” 

     (But Peter said to him, “May your silver perish with you, because you thought you could obtain the gift of God with money! )

8:21 “เจ้าไม่มีหุ้นหรือส่วนใดๆ ในการงานนี้ เพราะใจของเจ้าไม่ซื่อตรงต่อพระเจ้า” 

     (You have neither part nor lot in this matter, for your heart is not right before God.) 

8:22 “เพราะฉะนั้นจงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้า และอธิษฐานขอต่อพระเจ้า พระองค์อาจจะทรงยกความผิดที่เจ้าคิดอยู่ในใจ”

    (Repent, therefore, of this wickedness of yours, and pray to the Lord that, if possible, the intent of your heart may be forgiven you.)

8:23 “เพราะข้าเห็นแล้วว่าเจ้าตกอยู่ในความขมขื่นและการผูกมัดของความอธรรม” 

     (For I see that you are in the gall of bitterness and in the bond of iniquity.”) 

8:24 “ซีโมนจึงตอบว่า “ขอพวกท่านช่วยอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อว่าเหตุการณ์ที่พวกท่านกล่าวนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าแม้แต่อย่างเดียว”

     (And Simon answered, “Pray for me to the Lord, that nothing of what you have said may come upon me.”)

8:25 “เมื่ออัครทูตทั้งสองเป็นพยานและประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วก็กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และประกาศข่าวประเสริฐในหมู่บ้านชาวสะมาเรียหลายแห่ง”

     (Now when they had testified and spoken the word of the Lord, they returned to Jerusalem, preaching the gospel to many villages of the Samaritans.)

8:26 “แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งฟีลิปว่า “จงลุกขึ้น ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงกาซา” (ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว)” 

     (Now an angel of the Lord said to Philip, “Rise and go toward the south to the road that goes down from Jerusalem to Gaza.” This is a desert place. )

8:27 “ฟีลิปก็ลุกไป และนี่แน่ะ มีขันทีชาวเอธิโอปคนหนึ่ง เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอป และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีองค์นั้น ท่านมานมัสการที่กรุงเยรูซาเล็ม” 

     (And he rose and went. And there was an Ethiopian, a eunuch, a court official of Candace, queen of the Ethiopians, who was in charge of all her treasure. He had come to Jerusalem to worship)

8:28 “ขณะนั่งรถม้ากลับไปนั้น ท่านกำลังอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะอยู่” 

     (and was returning, seated in his chariot, and he was reading the prophet Isaiah. )

8:29  “พระวิญญาณตรัสสั่งฟีลิปว่า “จงเข้าไปชิดรถม้าคันนั้นเถิด” 

      (And the Spirit said to Philip, “Go over and join this chariot.”) 

8:30 “ฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้ และได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ จึงถามว่า “ท่านเข้าใจสิ่งที่อ่านหรือไม่?” 

     (So Philip ran to him and heard him reading Isaiah the prophet and asked, “Do you understand what you are reading?” )

8:31 “ขันทีจึงตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบาย จะเข้าใจได้อย่างไร?” ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับท่าน” 

     (And he said, “How can I, unless someone guides me?” And he invited Philip to come up and sit with him.)

8:32 “พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้นคือข้อเหล่านี้ “ท่านถูกนำไปฆ่าเหมือนอย่างแกะ   ลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันอย่างไรท่านก็ไม่ปริปากของท่านอย่างนั้น”

     (Now the passage of the Scripture that he was reading was this: “Like a sheep he was led to the slaughter and like a lamb before its shearer is silent, so he opens not his mouth.)

8:33 “ในเวลาที่ท่านถูกเหยียดหยาม ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่าน? เพราะชีวิตของท่านถูกตัดขาดจากแผ่นดินโลก” 

    (In his humiliation justice was denied him. Who can describe his generation? For his life is taken away from the earth.”)

8:34 “ขันทีจึงถามฟีลิปว่า “สิ่งที่ผู้เผยพระวจนะกล่าวนี้เล็งถึงใคร เล็งถึงตัวท่านเอง หรือเล็งถึงคนอื่น? ขอบอกข้าพเจ้าเถิด” 

     (And the eunuch said to Philip, “About whom, I ask you, does the prophet say this, about himself or about someone else?” )

8:35 “ฟีลิปจึงเริ่มเล่าโดยตั้งต้นจากพระคัมภีร์ตอนนั้น ท่านประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูกับขันทีผู้นั้น” 

     (Then Philip opened his mouth, and beginning with this Scripture he told him the good news about Jesus.)

8:36  “ขณะกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่ที่มีน้ำแห่งหนึ่ง ขันทีจึงบอกว่า “นี่แน่ะ ที่นี่มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา”

     (And as they were going along the road they came to some water, and the eunuch said, “See, here is water! What prevents me from being baptized?” ) 

8:37 “ฟีลิปจึงตอบว่า “ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้” ขันทีจึงตอบว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า]” แล้วท่านจึงสั่งให้หยุดรถ คนทั้งสองก็ลงไปในน้ำทั้งฟีลิปกับขันที ฟีลิปให้ท่านรับบัพติศมา”

   (And he commanded the chariot to stop, and they both went down into the water, Philip and the eunuch, and he baptized him. )

8:39 “เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟีลิปไป และขันทีคนนั้นไม่ได้เห็นท่านอีก จึงเดินทางต่อไปด้วยความยินดี”

    (And when they came up out of the water, the Spirit of the Lord carried Philip away, and the eunuch saw him no more, and went on his way rejoicing.)

8:40 “แต่มีคนพบฟีลิปที่เมืองอาโซทัส และเมื่อท่านเดินทางไป ท่านก็ประกาศข่าวประเสริฐทั่วทุกเมืองจนกระทั่งท่านไปถึงเมืองซีซารียา”

     (But Philip found himself at Azotus, and as he passed through he preached the gospel to all the towns until he came to Caesarea.)

ข้อมูลมีประโยชน์

8:1    “ก็เห็นชอบ” ( approved)-22:20
         “บรรดาสาวก…เว้นแต่พวกอัครทูต” (they were all …except the apostles) = สาวกทั้งปวงยกเว้นพวก อัครทูต

          = การที่อัครทูตยังคงอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ติดคุกอยู่ และยังได้เป็นศูนย์รวมความ     ช่วยเหลือให้แก่บรรดาผู้ที่กระจัดกระจายกันไป ทำให้คริสตจักรต้องประชุมลับ ๆ กันในช่วงเวลานี้

           “ทั่วแคว้นยูเดีย กับสะมาเรีย” (he regions of Judea and Samaria) = พระบัญชาใน กจ.1:8 กำลังเริ่มต้นเป็นจริง ตามที่พระเจ้าบันดาลให้เป็นไปแบบเหนือการควบคุมของเรา ไม่ใช่เป็นแผนของคริสตจักรที่คิดเอาเอง

8:3     “การพยายามทำลายคริสตจักร” (ravaging the church) = เปาโลเริ่มต้นการทำลายล้างคริสตจักร  22:4  คำกรีกที่ใช้ในวลีนี้ บางทีใช้อธิบายถึงการกัดทำลายของสัตว์ร้าย

8:4     “ประกาศพระวจนะนั้น” (preaching the word.  ) = เป็นพยานเรื่องข่าวประเสริฐไปทั่วทุกแห่งหน จำนวนผู้ที่เป็นพยานก็เพิ่มทวีจำนวนมากขึ้นและแพร่ขยายไปทั่วดินแดนอย่างรวดเร็ว (ปท.11:19-20)

8:5  “ฟิลิป” (Philip) = 1ใน กลุ่ม 7 คนที่คริสตจักรในเยรูซาเล็มตั้งขึ้น (6:3,5,6) ขณะนี้กลายเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ (ผู้เป็นพระเมสิยาห์) (21:8)

        -ในตอนนี้ ฟิลิปก็เป็นผู้หนึ่งที่ต้องหนีกระจัดกระจายไปด้วย

       “เมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย” (the city of Samaria ) –สำเนาต้นฉบับบางฉบับสำเนาเขียนบอกว่า หมายถึงสะมาเรียเมืองหลวงเก่า ซึ่งได้ชื่อใหม่ว่า เซมาสเต หรือ เนอาโบลิส (ปัจจุบันชื่อ นาบลัส)

8:9    “ซีโมน” (Simon) –ในวรรณกรรมคริสเตียนยุคแรก พูดถึง  “นักวิทยาคม” (ซีโมนมากัส) ว่าเป็นเจ้าแห่งลัทธินอกรีต คริสตจักรและเป็น “บิดา” ของคำสอนแบบ นอสติก

         “คาถาอาคม” (magic) –2พกษ17:17

8:10  “คนนี้คือ ฤทธานุภาพของพระเจ้าที่เรียกว่า มหิทธิฤทธิ์” (This man is the power of God that is called Great) = ซีโมนอ้างตัวเองเป็นพระเจ้า หรืออ้างว่าตนเป็นเทพ ระดับหัวหน้าซึ่งเป็นตัวแทนของพระเจ้า

8:13  “ซีโมนเองก็เชื่อด้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้ว….” (Simon himself believed, and after being baptized )

        = ไม่รู้ว่าซีโมนเชื่อจริงหรือไม่  แต่จากคำกล่าวของเปโตรที่บอกกับซีโมนว่า เขาไม่มีหุ้นหรือส่วนใด ๆ ในพันธกิจของอัครทูต เพราะใจของเขาไม่ซื่อตรงต่อพระเจ้า (ข.21) ทำให้เราไม่แน่ใจในความเชื่อของเขา

8:14  “ได้รับพระวจนะของพระเจ้าแล้ว” (received the word of God) = เชื่อฟังข่าวประเสริฐที่ฟิลิปประกาศ

        “แจ้งให้เปโตรกับยอห์นไปหาเขาทั้งหลาย” (they sent to them Peter and John ) = ส่งเปโตรกับยอห์นไปตรวจตราดูคริสตจักรที่เยรูซาเล็ม รับผิดชอบในการติดตามผลการประกาศข่าวประเสริฐในที่ใหม่ (11:22)

8:16  “เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังไม่ได้เสด็จมาสถิตกับใคร” (for he had not yet fallen on any of  them) = บางฉบับแปลว่า “เพราะยังไม่มีใครในพวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์”

           = ตั้งแต่วันเพ็นเทคอสต์ คนที่เป็นคริสเตียนแท้จริงที่เป็น “คนของพระคริสต์” (รม.8:9) ก็มีพระวิญญาณ บริสุทธิ์ประทับอยู่ในชีวิต  แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ยังไม่ได้สำแดงพระองค์แก่คริสเตียนในสะมาเรียผ่านทางการสำแดงหมายสำคัญ พระวิญญาณจึงทรงสำแดงพระองค์เป็นหมายสำคัญยืนยันผ่านการสถิตของพระองค์ อธิษฐานวางมือของอัครทูตด้วยพระเมตตา (ข.17)

8:18   “โดยการวางมือของอัครทูตทั้งสอง” (through the laying on of the apostles’ hands) ข.18;19:1-7;  2ทธ.1:6; ปท.กจ.6:6

        “จึงนำเงินมาให้ท่านทั้งสอง” (he offered them money) = ซีโมนเคยอวดอ้างว่า ตนมีอิทธิฤทธิ์ ทำให้คนหลงใหล    (ข.10) เวลานี้พยายามใช้เงินซื้อฤทธิ์อำนาจที่เขาเชื่อว่าพวกอัครทูตครอบครองอยู่

8:23  “ตกอยู่ในความขมขื่น” (in the gall of bitterness) =เต็มไปด้วยความขมขื่น –ดู ฉธบ.29:18

         “การผูกมัดของความอธรรม” (in the bond of iniquity) = ตกเป็นเชลยของความบาป –รม.6:20

8:26  “ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (an angel of the Lord) –ปท.ข29;5:19

        “ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงกาซา” (to the road that goes down from Jerusalem to Gaza)

         = “ระหว่างกรุงเยรูซาเล็มกับเมืองกาซา”

         = เป็นระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร

8:27  “ชาวเอธิโอป” (Ethiopian) = ชาวเอธิโอเปีย

          -เอธิโอเปียในยุคนี้อยู่ติดกับนูเบีย ตั้งแต่บริเวณแม่น้ำไนล์ ตอนบนที่แก่งน้ำตกแรก (อัสวาน) ถึง “คาร์ทูม”

          “พระนางคานดาสี” ( Candace) = พระนามที่ใช้เรียกพระราชชนนีผู้ปฏิบัติราชกิจของกษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ เนื่องจากถือว่า กษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าจะปฏิบัติราชกิจเช่นนั้น

          “มานมัสการที่กรุงเยรูซาเล็ม”( to Jerusalem to worship) 

         = สันนิษฐานว่า ขันทีผู้นี้ถ้า  ไม่เป็นผู้เข้าจารีตยิวเต็มตัว  (ฉธบ.23:1) ก็ต้องเป็นผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า (10:2) ซึ่งหมายถึง คนที่ไม่ได้เข้าจารีตยิวเต็มตัว แต่เชื่อพระเจ้าองค์เดียว และถือรักษาปฏิบัติตามคำสั่งสอนด้านศีลธรรมจรรยาของยิว

8:30   “ได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์” (heard him reading Isaiah) = ในสมัยโบราณ การอ่านออกเสียงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกัน โดยทั่วไป

8:34   “สิ่งที่ผู้เผยพระวจนะกล่าวนี้เล็งถึงใคร” ( does the prophet say this, about himself or about someone else?” ) = ผู้เผยพระวจนะ กำลังพูดถึงใคร?

            -ฟิลิปเริ่มต้นอธิบายด้วยพระธรรมอิสยาห์ 53 (ดูข้อ 35) แล้วเชื่อมโยงเรื่องผู้รับใช้ผู้ทนทุกข์เข้ากับ

             พระเมสิยาห์ ที่มาจากเชื้อวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด ในอิสยาห์ 11 หรือกับบุตรมนุษย์ใน ดนล.7:13

8:35    “ประกาศข่าวประเสริฐ” (the good news)

           = หนทางแห่งความรอดผ่านทางพระเยซูคริสต์ (มก.1:1)

8:36    “ก็มาถึงที่ที่มีน้ำแห่งหนึ่ง” (they came to some water)

            = พวกเขามาพบแอ่งน้ำ อาจหมายถึง

  1. ลำธารสายหนึ่งในหุบเขาเอลาห์ ซึ่งดาวิดข้ามไปพบโกลิอัท –1ซมอ.17:40
  2. หุบเขาวาดิ เอล ฮาซี ทางเหนือของกาซา
  3. น้ำจากน้ำพุหรือแหล่งน้ำในบริเวณนั้น

8:39   “ด้วยความยินดี” (rejoicing) = ในพระธรรมกิจการ เมื่อกล่าวถึง ความชื่นชมยินดี ก็มักจะมาพร้อมกั[บความรอด (16:34)

คำถามนำอภิปราย

  1. คุณเคยถูกข่มเหงเพราะเป็นพยานหรือประกาศข่าวประเสริฐบ้างหรือไม่? ทำไม? อย่างไร แล้วคุณทำอย่างไร?
  2. คุณเคยข่มเหงผู้ใดเพราะเขาประกาศข่าวประเสริฐให้คุณบ้างหรือไม่? เมื่อไร? ที่ไหน? อย่างไร?
  3. คุณเคยเสียใจและอาลัยกับการจากไปของผู้ใด(ที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของคุณ) มากที่สุด? เพราะอะไร?
  4. คุณเคยเห็นพระเจ้าเปลี่ยนสถานการณ์ที่ร้าย ๆ ให้กลายเป็นดีบ้างหรือไม่? อย่างไร? (แบ่งปัน)
  5. คุณเคยเห็นการอัศจรรย์หรือหมายสำคัญอะไรที่ติดตรึงใจของคุณมากที่สุด? และส่งผลอะไรต่อชีวิตของคุณบ้าง?
  6. คุณเคยเห็นคนมาหาพระเจ้าเพราะหวังผลประโยชน์หรือมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงมากกว่าสำนึกบาปกลับใจจริง ๆ บ้างหรือไม่? อย่างไร? แล้วผลที่ตามมาเป็นอย่างไร?
  7. คุณเคยถูกผูกมัดด้วยความอธรรมหรือตกอยู่ในความขมขื่นบ้างหรือไม่? เพราะอะไร? แล้วคุณหลุดพ้นออกมาได้อย่างไร?(แบ่งปัน)
  8. พระเจ้าเคยนำให้คุณไปเป็นพยานหรือประกาศกับ “คนพิเศษ” บางคนบ้างหรือไม่? พิเศษอย่างไร? และคุณประกาศอย่างไร? ได้ผลอะไรบ้าง?

 

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์-

twitter.com/thongchaibsc, facebook.com/thongchaibsc, twitter.com/lifeanswer,facebook.com/lifeanswer

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.