ต.ค. 012018
 

แสงส่องทางชีวิต

พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์ (สดุดี 119:105 TH1971)

ทุกสิ่งที่เราต้องการรู้เกี่ยวกับพระเจ้าพบได้ในพระคัมภีร์ ไม่ข้อยกเว้น จะเรียนรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา เราต้องตระหนักว่าพระองค์จะตรัสผ่านพระวจนะของพระองค์ก่อนอื่นใด

ในวันเพนเทคอสต์ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกเทลงมา  ทุกคนพยายามเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เปโตรยืนขึ้นและกล่าวว่า “แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามคำที่โยเอลผู้เผยพระวจนะกล่าวไว้”  (กิจการ  2:16 THSV11) ทุกสิ่งที่เราพูดและทำจึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์

สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะนำพระวจนะบางข้อมาใช้นอกบริบทได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้คนอ่านพระคัมภีร์เพื่อเจาะหาบางข้อบางตอนเพื่อจะตอบโจทย์ให้ตนเอง นำจากตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อยมาผสมรวมกัน  

ลองจินตนาการว่าถ้าคุณกำลังอ่านจดหมายที่มีผู้เขียนมาถึงคุณ  คุณเริ่มต้นอ่านคำลงท้าย แล้วก็มาอ่านตรงกลาง แล้วก็กลับไปอ่านบางตอนจากจดหมายฉบับก่อนหน้า แล้วพยายามโยงให้เข้ากันเพื่อความเข้าใจ ทำไม่ได้ครับ คุณจำเป็นต้องอ่านจดหมายที่มีถึงคุณจากเริ่มต้นไปจนจบ อ่านตอนต้น ตอนกลาง และตอนจบของจดหมายนั้น

ทำนองเดียวกัน เมื่อเราตีความพระวจนะ เราต้องเข้าใจก่อนว่าต้นฉบับนั้นเขียนถึงใคร และความหมายเดิมที่เป็นความตั้งใจของผู้เขียน และถ้ามีความรู้ในภาษาดั้งเดิมบ้างก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ 

พระคัมภีร์บอกเราว่า “พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า”  (2ทิโมธี 3:16 THSV11) แปลอีกแบบว่า “พระคัมภัร์ทุกตอนพระเจ้าทรงใส่ลมหายใจของพระองค์ไว้”  ถ้าคุณต้องการรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า คุณต้องสะสมและรักษาพระวจนะไว้ในหัวใจ ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์” (สดุดี 119:105 TH1971)

เราจำเป็นต้องรู้พระวจนะของพระเจ้าถ้าเราต้องการรู้จักและรู้เรื่องราวของพระองค์

 

โดย: Pastor Greg Laurie

อนุญาตโดย  Harvest Ministries with Greg Laurie

PO Box 4000,Riverside,CA92514

(Cr.ภาพ Focus Magazine)

 Leave a Reply

(ต้องใส่)

(ต้องใส่)

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.